หน้าที่ การดูแลผู้ป่วย

   จังหวัดเรา ราชธานีเก่า อู่ข้าว อู่น้ำ  ปีนี้ ปี 54 น้ำมามากเหลือจะทานได้ โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา เราพื้นที่เป็นท้องกะทะ ได้สร้างเขื่อนกั้นไว้ตั้งแต่นำ้ท่วมเมื่อครั้งกระโน้น (ปี38) นึก ว่า เอาอยู่ และแล้วก็เกินคาด  น้ำเข้าทางเขื่อนที่ทำไว้แตก น้ำมาอย่างรวดเร็ว 23.30น.ของวันเสาร์ที่8ตุลาคมภายในครึ่งชั่วโมงระดับน้ำในโรงพยาบาลขึ้นมาถึงระดับเอว หลายสิ่งหลายอย่างมีความยุ่งยาก สับสนเกิดขึ้น ภารกิจอันใหญ่หลวงณ. ขญะนั้นคือ การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ออกไปยังโรงพยาบาลที่สามารถรับดูแลต่อได้ และการเคลื่อนย้าย อุปกรณ์ข้าวของที่สมควรเคลื่อนย้าย   สิ่งทีผู้บันทึกเอง รู้สึก ณ.เวลานั้นคือรู้สึกว่าตัวเองเป็นหัวหน้างานที่ไม่สามารถช่วยเหลือลูกน้องในหน่วยงาน และช่วยโรงพยาบาลของตนเอง ได้เลย ณ. เวลานั้น เพราะไม่สามารถเดินทางเข้าไปในโรงพยาบาลได้ ถนนถูกตัดขาดการเดินทางต้องใช้เรือเครื่องเท่านั้น เนื่องจากสายน้ำแรงมากได้แต่ ภาวนา ให้ทุกคนปลอดภัย และส่งใจ โทรหา เป็นกำลังใจให้  และความเครียด ของผู้บันทึกเองก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในเช้าวันที่9 ธันวาคม ไม่สามารถ ติดต่อสื่อสารกับน้องๆที่อยู่ในโรงพยาบาลได้เนื่องจากแบตมือถือของน้องหมดโรงพยาบาลระบบนำ้ ไฟ ไม่สามารถใช้การได้ ไฟดับ ฝนตกแรงมากกระแสน้ำจากแม่น้ำ หลายสาย ป่าสัก เจ้าพระยา ลพบุรี ไหลเข้ามารวมกัน ที่หมู่บ้านผู้บันทึกเองนำ้ก็ปิ่มๆพื้นถนนแล้ว ถนนหน้าบ้าน ถนนสายเอเชียน้ำท่วมหมดถนนปิด รถทหารสูงวิ่งได้ กะเรือ ก็สูบน้ำกั้นคันโดยใช้รถแมคโคร มาตักดิน ขนย้าย ของขึ้นชั้น2 ดูข่าว การเคลื่อนย้ายคนไข้ของโรงพยาบาลเห็นความยากลำบากของเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในโรงพยาบาลแล้ว สงสาร อยาอเข้าไป แต่ก็ไม่สามารถเข้าไปได้   ความรู้สึกตอนนั้น เหมือนเป็นคนเห็นแก่ตัว  รู้สึกละอายแก่ใจ อย่างไร บอกไม่ถูก เครียด ไม่สามารถช่วยเหลืออะไร น้องๆ และโรงพยาบาลได้เลย 1วันผ่านไป ดูทีวี ได้ดูข่าว ว่าขณะนี้โรงพยาบาลได้เคลื่อนย้ยผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลได้หมดแล้วและได้ปิดให้บริการแล้ว ก็ค่อยสบายใจขึ้นมาเล็กน้อย ในตอนเย็นวันนั้น ได้รับโทรศัพท์จากหัวหน้าพยาบาล ดีใจมาก เพราะ ไม่สามารถติดต่อใครได้เลย พี่เค้าโทร มาบอกว่า ให้ไปช่วยที่โรงพยาบาลสนาม ที่โรงพยาบาล ออกมาเปิดให้บริการผู้ป่วยที่บริเวณตรงข้ามศาลากลาง โลตัสอยุธยา ได้ยินให้ออกไปช่วยงาน ดีใจมากๆ รีบกลับเข้ามาแต่งตัวระหว่างจะออกไปรอโบกรถทหารเพื่อออกไปตรงที่พี่เค้าบอกไม่แน่ใจ จะไปถูกป่าว ตรงไหน เลยโทรไปถามน้องพยาบาลที่พี่เค้าบอกว่าให้ไปช่วย น้องเป็นหัวหน้าตึกอีกตึกหนึ่ง โทรไปน้องเค้าบอกว่าทำไมพี่หัวหน้าเค้าให้พี่ไปอยู่เวรกลางคืนด้วยหรือไม่ต้องหรอกมั้ง เพราะมีน้องพยาบาลเด็กๆเค้าจัดเวรอยู่กันแล้วพี่ไปเช้าเลยดีกว่ามังเพราะมันเข้าไปลึกและก็มืดแล้วด้วยเดี๋ยวหนูโทรไปบอกพี่เค้าให้ว่ามีคนอยู่แล้วก็เลยบอกไม่เป็นไร พี่เค้าก็ไม่ได้บอกให้พี่ไปอยู่คืนนี้หรอกมั้งเดี๋ยวพี่โทรไปหาพี่เค้าเอง ก็เลยโทรไป พี่หัวหน้าบอก ฉันโทรไปบอกให้แกไปพรุ่งนี้เช้าไม่ได้ให้ไปตอนนี้มันมืดแล้วและก็ไม่ได้ให้ไปอยู่เวรให้ไปช่วยตอนเช้า ก้เลย ไม่ได้ไป เรื่องของเรื่องคือ ใจ อยากจะไปช่วยงานโรงพยาบาลอยู่แล้วพอได้ยิน ฟังไม่ชัดเจนอยากไปอยู่แล้ว  เช้าวันรุ่งขึ้น แต่งคัวแต่เช้าออกไปยืนรอโบกรถทหาร อยู่นาน ไม่มา  ได้โบกรถ ไฟฟ้าสูงไปลงหน้าโลตัส เดินหาตึกเหลืองที่ตั้งของโรงพยาบาลสนาม ดีใจจัง เห็นแล้ว ตั้งแต่วันนั้นได้ออกไปทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เต็มความสามารถ และเต็มใจ  หายเครียดตั้งแต่วันนั้น ภารระกิจในแต่ละวันหนักหนานัก แต่ ทุกๆวัน กลับบ้านมืดค่ำ กลับมาแล้ว มีความรู้สึกดีๆ รู้สึกภาคภูมิใจ เล็กๆ ที่ได้ช่วยเหลือคนไข้หลายๆคน หลายสภาพที่คนไข้มา ที่โรงพยาบาลสนาม มีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลอีกหลายๆคนที่สามารถเดินทางออกไปช่วยงานได้ ทุกคนทำงานกันอย่างเต็มที่ เต็มใจ ไม่เห็นกะเหน็ดเหนื่อย ที่สหสาขาวิชาชีพ จากหลายๆโรงพยาบาล หลั่งไหลกันมาช่วยงานที่โรงพยาบาลสนาม มีผู้คนมีน้ำใจนำสิ่งของ อาหารมาบริจาค ช่วยเหลือ ผู้ป่วย ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในครั้งนี้มากมายนัก  ในช่วงนี้ความรู้สึก แตกต่างจากช่วงที่ไม่สามารถเข้าไปช่วยในช่วงน้ำเข้าโรงพยาบาล โดยสิ้นเชิง