ดี่ดี๊ดีดี๊ดี่.....ดี๊ดีดี๊ดี่....
เสียงอะไรหว่า? ตื่นมาได้ยินแต่เช้า ตอนแรกนึกว่าเสียงสัตว์ป่าอะไรสักตัว ฟังดีดีมันเหมือนเพลง เลยเดินออกนอกบ้านไปดู ก็ไม่เห็นมีอะไร แหงนหน้ามองฟ้า มีว่าวลอยอยู่สองตัว เอ้อ คนแถวนี้เล่นว่าวกันตั้งแต่ 6โมงเช้าเลยแฮะ เพื่อนคนนึงบอกว่า เสียงที่เราได้ยินมันเป็นเสียงของว่าวนั่นแหละ เค้าเรียก “ว่าวดุ๊ยดุ่ย” อ้อเหรอ เกิดมาเพิ่งเคยเห็น ไหว้ซะหน่อย 555 วันนี้ชาวบ้านจะมารวมตัวกันเรื่องกองทุนหมู่บ้านที่ศาลากลางดงสวนในตอนบ่าย ซึ่งเราวางแผนว่าจะไปขอแจมดังที่เคยรายงานท่านผู้อ่านไปแล้วดังนั้นเช้านี้เราจึงต้องเตรียมตัวกันอย่างดีที่สุด สำหรับการทำคลิปวีดีโอแบบสดด่วน สรุปว่าเสร็จจริงๆตอนแปดโมงเช้าวันนี้นี่เอง กองถ่ายของเราจึงได้Trade name ว่า Farmhouse เพราะ สดจากเตาทุกวัน เอิ้ววววอาหารการกินจึงไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับเช้านี้ ตอน 10โมง เราจึงไปซื้อก๋วยเตี๋ยวหมูเลียงเจ้าอร่อย(เค้าว่ากันอย่างนั้น)มากินกัน ควบมื้อเช้าและมื้อกลางวันไปเลย
12.00น. ถึงเพลายาตราทัพสู่ศาลากลางหมู่บ้าน เพื่อเช็คความเรียบร้อยรอบสุดท้าย เมื่อไปถึงศาลายังคงโล่งว่างไม่มีใครมา ก็เค้านัดกันบ่ายโมงนิ ไปถึงเราก็ช่วยกันจัดเก้าอี้ ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ และโปรเจ็คเตอร์ จากนั้นก็รอเวลาที่ชาวบ้านจะทยอยกันมา
ก่อนเริ่มงาน หน้าใสปิ๊ง
13.00น. มาแล้วๆ ชาวบ้านมากันแล้ว ตื่นเต้นดีใจ เราต้องทำอะไรมั่งเนี่ย ยืนกันไม่ติดเลยต้องทำตัวเสมือนงานยุ่งตลอดเวลา ทั้งๆที่ตอนนี้ยังไม่มีอะไรให้ทำ เมื่อชาวบ้านมาถึง เค้าก็ต้องมีการลงทะเบียนกันก่อน จากนั้นก็เข้าไปจับจองที่นั่งกันตามใจชอบ
เมื่อที่นั่งเต็มหมดแล้ว (ไม่น่าเชื่อว่าจะมากันเยอะขนาดนี้ ตอนหมู่บ้านเราเองนัดประชุมกัน บ้านเรายังไม่เคยไปเลย แง่ว) ผู้ใหญ่บ้านก็ให้เรามาแนะนำตัวกับชาวบ้านก่อน ทันทีที่เสียงของเราออกไมค์ ชาวบ้านทุกคนเงียบและตั้งใจฟังเหมือนเห็นเราเป็นของแปลก ชาวบ้านน่ารักนะ ถามอะไรก็ตะโกนตอบกลับมา แรกๆก็ยิ้มแย้มแจ่มใสดี แต่พอรู้ว่าเราจะมาสำรวจบ้าน มาทำโครงการไข้เลือดออก สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเซ็งอย่างเห็นได้ชัด แต่เราก็ไม่ลดละความพยายาม ถึงเบื่อเราก็จะยัดเยียดให้ เราก็เริ่มแจกแบบสอบถามให้ทำกัน และแล้วอุปสรรคแรกก็บังเกิด ชาวบ้านบางคนบอกว่า อ้าว มีอะไรให้ต้องอ่านด้วยเหรอ โอ้ย มองไม่เห็นหรอก ไม่ได้เอาแว่นมา ปกติมาประชุมก็ยกมือเอาอย่างเดียว ไม่เคยต้องอ่านอะไร งานเข้านิสิตแพทย์ค่ะ ทำไงดีล่ะเนี่ย แล้วยังมีคนที่เขียนหนังสือไม่เป็นอีกจำนวนหนึ่ง เอาล่ะ ส่งทีมงานประกบคนเขียนไม่ได้ก่อน มีอยู่4คน ส่วนคนที่ไม่มีแว่น ก็เหมือนจะหาทางออกให้ตัวเองได้ ด้วยการหันไปยืมคนข้างๆ “เฮ้ย เอ็งน่ะ ตายาวใช่มั้ย ยืมแว่นหน่อย” เอ่อะ เอางี้เลย ยาวเท่าไหร่ช่างมัน ยาวเหมือนกันใช้ด้วยกันได้ แปลกดี ทำแบบสอบถามกันเสร็จ เราก็เปิดคลิปวีดีโอให้ดู ชาวบ้านได้ดูไปพร้อมๆกับอสม.ด้วย ก็ดีเหมือนกัน ทำมาไม่เสียของ เรามี pre-post testให้พี่ๆอสม.ทำด้วยเพื่อดูประสิทธิภาพของคลิป ใช้ได้ทีเดียว เค้าทำข้อสอบได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กิจกรรมเราจบปุ๊บ ผู้ใหญ่ก็เริ่มการประชุมทันที
สวัสดีค่า พวกหนูเป็นนิสิตแพทย์ปี5ผู้น่ารักค่า
ขอไมค์หน่อย ลุงอยากพูดมั่ง
ถามอะไรชั้นนักนะ เด็กพวกนี้!
การมาเจอชาวบ้านในครั้งนี้สอนอะไรเราหลายอย่าง
1.ปากท้องสำคัญกว่าการสร้างเสริมสุขภาพ มีชาวบ้านเล่าให้ฟังว่าเวลาทางการมาฉีดพ่นยากันยุงในสวน ผลผลิตปีนั้นจะแย่ลงทั้งยางพาราและผลไม้ ชาวบ้านจึงไม่ยอมให้ฉีดในสวนอีก
2.เวลาเป็นเงินเป็นทอง จะทำอะไรกับคนหมู่มากต้องเร็ว กระชับ เพราะเค้ามีสมาธิกับเราไม่นาน และหากเสียเวลามากเค้าจะไม่อยู่ฟัง T.T
3.คนบ้านเดียวกันคุยกันง่ายกว่า เหมือนเค้าคุยภาษาเดียวกัน เข้าใจกัน ผู้นำของเค้าคุยดูจะดึงความสนใจได้มากกว่าเราคุยเยอะ
4.ประชาธิปไตยใช้กันจนถึงระดับรากหญ้า วันนี้มีการเลือกคณะผู้นำใหม่ ด้วยวิธีการยกมือเอาเสียงส่วนมากตัดสิน เราโชคดีมีโอกาสได้นั่งดูชม เริ่ด
15.30น. การประชุมหมู่บ้านสิ้นสุดลง พี่ๆอสม.ก็มานั่งคุยกับเราต่อ เรื่องแรกคงเป็นความรู้เรื่องไข้เลือดออกที่ยังเข้าใจผิดกันอยู่บ้าง แจกสมุดพกพาไว้ทบทวนความรู้ และสุดท้ายหาข้อตกลงในการลงสำรวจพื้นที่ ในที่สุดเราจะได้สำรวจวันละ 5ละแวก เป็นเวลา 3วัน 11-13ธันวาคม เหนื่อยหน่อย แต่ก็ยอม Fighto!
คู่มือไข้เลือดออกฉบับพกพา พร้อมกับพรีเซนเตอร์หน้าตาดี
ไปก็ลามาก็ไหว้ อยู่ที่ไหนผู้ใหญ่ก็รัก
รูปรวมที่ระทึก เอ้ย ระลึก
17.00น. ได้เวลาหาแหล่งกินข้าว วันนี้เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน จึงไปฉลองที่ร้านเก๋ ร้านอาหารริมแม่น้ำจันทบุรีขึ้นชื่อว่าอร่อยค่อดๆ(อีกแล้ว) ไปถึงที่ร้าน บรรยากาศกำลังสวย แสงแดดเรืองรองทองอร่าม สะท้อนจากผิวน้ำ เรือพายและแพเสริมความเป็นชุมชนริมน้ำทำให้เราอดใจไม่ไหว สั่งอาหารเสร็จก็กรูกันไปถ่ายรูป ขอหน่อยเหอะวันเนี้ย
บรรยากาศร้านเก๋ อย่างนี้สิถึงจะเรียกว่า สวยและอร่อย
ถ่ายรูปเสร็จก็กิน กิน กิน
18.30น. กินเสร็จ อิ่มพุงอืด ไหนๆก็มาถึง ท่าหลวงบน แล้ว ไปเยี่ยมเพื่อนอีกกลุ่มดีกว่า ใกล้ๆ ได้ข่าวว่าเค้าทำสปาเก็ตตี้กันอยู่ เผื่อจะได้ไปแย่งเค้ากินบ้างอะไรบ้าง ไปถึงบ้านโฮมสเตย์เป้าหมาย เราก็ถลาลงจากรถ ไปหาเพื่อนอันเป็นที่รักที่ไม่ได้เจอหน้ากันหลาย คิดถึงนะจ๊ะ ตัวเธอ ว่าแล้วก็ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก เพื่อนๆแหลมสิงห์ไม่ต้องอิจฉานะจ๊ะ แค่ชาวมะขามเค้ามีmeetingกันเล็กๆน่ะ
ชาวมะขามรวมใจ วะฮะฮะฮะฮะฮ่า
19.30น. งานใหญ่อีกแล้วกับการรวบรวมข้อมูลที่ได้มา จากแบบสอบถามทั้ง 95ชุด ชาวบ้านส่วนใหญ่มีความรู้เรื่องไข้เลือดออกถือว่าดีมาก ส่วนข้อมูลด้านอื่นๆเราจะแจงให้ในวันนำเสนอแล้วกันนะคะ หลังจากหัวหมุนกับข้อมูลมากมาย เราก็วางแผนทำแบบสอบถามสำหรับการสำรวจทีละบ้านต่อ โดยมุ่งตามประเด็นสำคัญที่ได้จากการ screen ด้วยแบบสอบถามแรก
00.00น. แยกย้ายกันเข้านอน พรุ่งนี้วันเสาร์เราคุยกันว่าจะเตรียมตัวออกสำรวจบ้านให้เสร็จในครึ่งเช้า แล้วบ่ายเราจะว่าง ใครใคร่ทำอะไร ทำ!
คืนนี้ไปก่อนนะคะ รักทุกคน มั่วะ
เวลาและวารีไม่เคยคอยใคร แต่พวกเราเต็มใจรับใช้ประชาชน กับ
สำนักข่าวเฝ้าระแวง (^.^)v
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไม่ใช่เรื่องง่ายไม่สามารถทำได้เพียงชั่วข้ามคืน ที่สำคัญชาวบ้านเด้าห่วงปากท้องมากกว่านั้นเป็นเรื่องจริง บทเรียนเรื่องแบบสอบถามก็คงจะต้องจำกันไปตลอดชีวิต ว่าคนเฒ่าคนแก่อ่านหนังสือไม่ออก ไม่มีแว่นมีตลอด วันนี้อยากจะแนะนำทฤษฎีเกี่ยวกับพฤติกรรม คือ KAP Knowleage Attitude Practice โดยเชื่อว่าถ้ามีความรู้ ก็จะทัศนะคติที่ดี และจะมีพฤติกรรมตามมา แต่ก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่จริง นะครับ มันไม่ใช้ปัจจัยเส้นตรง K -> A -> P ยังมีปัจจัยอื่นๆ ในการเปลี่ยนเเปลงพฤติกรรมอีก แต่ก็ยังใช้พอได้ในปัจจุบัน แต่อย่าไปขาดหวังมากนัก เหมือนน้องให้ความรู้ ชาวบ้านมีความรู้ที่ดี ไม่ได้เหมือนความว่าชาวบ้านจะเปลี่ยนเปลงพฤติกรรม ใช่ไหม ... ขออีกสักอันเเล้วกันนะ คือ Ecological model ซึ่งมีความสำคัญมากในปัจจุบัน เพราะมนุษย์เราจะมีพฤติกรรมขึ้นกับสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก เช่น คนไทยไปเที่ยวสิงคโปร์ไม่กล้าทิ้งขยะไม่เป็นทาง เพราะกฎหมายเค้าแรง เช่นเดียวกัน กับชาวบ้าน ไม่สามารถมีพฤติกรรมในการป้องกันโรคไข้เลือดออกที่ดีได้ ก็เพราะสิ่งเเวดล้อมที่เค้าอยู่ นั้นเอง ... ไว้วันหลังค่อยมาเพิ่มเติมกันอีก ^^
.. สิ่งที่ควรจะดูในเรื่องของการสำรวจพื้นที่ ลองสังเกตุดูว่ามีแหล่งเพาะยุงมากไหม มีอะไรบ้าง จะแก้ไขอย่างไร น้องๆ ต้องเข้าใจว่าการควบคุมไข้เลือดออก มี 2 แบบ คือ ก่อนเกิดโรค และหลังเกิดโรค ซึ่งไม่เหมือนกัน ก่อนเกิดโรค เน้น การควบคุมตลูกน้ำยุงลาย ส่วนหลังเกิดโรค เน้นที่ยุงก่อน แล้วจึงเน้นลูกน้ำ ดังนั้น แม้ชาวบ้านไม่ให้พ่นยุง (ซึ่งเป็นการควบคุมกำจัดยุง) นั้น การควบคุมก่อนการเกิดโรคก็ยังมีความสำคัญอยู่ ซึ่งน้องจะต้องเข้าใจกระบวนการตรงนี้ให้ถ่องแท้ก่อนทำโครงการนะครับ
ขอบคุณพี่บีมากๆครับ สำหรับคำแนะนำ
อ่านคำแนะนำของหมอบีแล้ว รู้สึกอิ่มเอมใจ...เหมือนเห็นผลผลิตที่งดงาม
จากรั้วพระปกเกล้า
มีทฤษฎี (ที่ไหนไม่ทราบ...555)
บอกว่าความดี ความไม่ดี(อันนี้ไม่อยากนับ)ของศิษย์เก่าในช่วง 5 ปี
หลังจากจบไป (พอเหมารวมได้ว่า) มาจากการได้รับการประสิทธิ์ประสาทจากแหล่งศึกษา ครูบาอาจารย์ ถ้าหลังจากนั้นก็เป็นการที่เค้าเริ่มเรียนรู้ด้วยตนเองมากขึ้นๆๆๆ
เรียนรู้จากภาวะแวดล้อม ecological model
หมอบีจบเกิน 5 ปีละยัง
ชวนเพื่อนๆ ท่าหลวงมาช่วยบ้างก็ได้นะจ๊ะ
ประสบการณ์ตรงจะเป็นอะไรที่ไม่รู้ลืม ไม่เหมือนฟังในห้องเรียน....(หรือหลับไป...อิอิ)
แต่ก็สามารถแก้ปัญหาไปได้อย่างดีนี่นา
แบบสอบถามแบบตอบเอง แบบทดสอบก่อน-หลัง กับผู้สูงอายุ ชาวบ้านที่ไม่ได้อ่าน เขียนเป็นประจำ
อสม.อาจไม่ใช่ตัวแทนกลุ่มเป้าหมายในการทดสอบแบบสอบถาม
เพราะ อสม.(ในปัจจุบัน) แทบจะเป็นนักอบรม ทำแบบทดสอบมืออาชีพไปแล้ว เพราะพวกเราชอบจับมาอบรมความรู้ pre-post test
ผมยังจบมาไม่ถึงห้าปีครับ 4 ปีกว่าครับ อาจารย์ ... แต่ถึงเกิน 5 ปี ไปแล้ว ความดีต่างๆ ก็เป็นเพราะอาจารย์ทุกท่านได้พร่ำสอน ตักเตือน เป็นตัวอย่างที่ดี ลูกศิษย์จึงมีวันนี้ครับ ... ขอขอบพระคุณครับ