อาหารกับทันตสุขภาพโรงเรียนบ้านผาตั้ง
อาหารจำพวกน้ำอัดลม ผลไม้เปรี้ยว
ผลไม้เปรี้ยวมีความเป็นกรดมากภายหลังรับประทานจะรู้สึก เข็ดฟันและเสียวฟัน เพราะกรดจะไปละลายผิว เคลือบฟัน ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยง และไม่ควรรับประทานบ่อยจนเกินไป ภายหลังรับประทานอาหารเหล่านี้ควรบ้วนน้ำแรงๆ หรือถ้าแปรงฟันได้ก็จะดีเพื่อเป็นการชะล้างเอากรดออก
อาหารหวาน เหนียว ทำให้ฟันผุ
อาหารหวาน และเหนียว เช่น ทอฟฟี่ คุกกี้ ช็อกโกแลต น้ำอัดลม ขนมหวานต่างๆจะมีส่วนประกอบของแป้ง และน้ำตาลสูงทำให้เกิด “โรคฟันผุ” ได้ง่ายเพราะเชื้อโรคในช่องปากจะเปลี่ยนน้ำตาลที่ตกค้างอยู่ตามหลุมร่องฟันให้กลายเป็นกรดซึ่งจะไปทำลายฟันทำให้”ฟันผุ” ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเหล่านี้และควรแปรงฟันทันทีภายหลังรับประทานอาหารหวานและเหนียว
น้ำอัดลมกับพฤติกรรมการกิน
เด็กไทยในปัจจุบันรับประทานอาหารอย่างไม่สมดุลโดยรับประทานขนมมากถึง 1 ใน 4 ของอาหารที่ทานในแต่ละวันโดยน้ำหวาน น้ำอัดลมจัดอยู่ในกลุ่มของขนมที่เด็กโปรดปรานมากที่สุด น้ำอัดลมจัดเป็นช่องทางหนึ่งที่นำน้ำตาลปริมาณมากมาสู่เด็ก และทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ
เกิดปัญหาตามมา
โรคอ้วน
เนื่องจากน้ำอัดลมมีปริมาณน้ำตาลมากอยู่แล้ว และเด็กมักไม่ได้ลดการรับประทานอาหารอื่นลงบางครั้งจะดื่มน้ำอัดลมร่วมกับการทานขนม ที่มีทั้งแป้ง น้ำตาล และไขมัน จากการศึกษาในปี 2546 พบว่า เด็กไทยอายุ 6-15 ปี ได้รับอาหารที่ให้พลังงานมากถึงร้อยละ 23 สูงกว่ามาตาฐานที่กำหนดไว้เป็นร้อยละ 10 ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานมากเกินไป และเป็นโรคอ้วนจนโตเป็นผู้ใหญ่ได้ และมีส่วนสัมพันธ์กับการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2
การขาดสารอาหาร
ขาดสารอาหารที่จะเป็นต่อร่างกาย เช่น แคลเซียม สังกะสี ธาตุเหล็ก และวิตามินต่างๆ จากการศึกษา เด็กอายุ 6-13 ปี ที่ดื่มน้ำหวานในปริมาณมากกว่า 12 ออนซ์ต่อวัน จะดื่มนมลดลง มีส่วนทำให้เกิดการทำลายกระดูก (boneresorption) เนื่องจากมี phosphoric acid ทำให้ฟันผุและเหงือกอักเสบ โดยเฉพาะในรายที่กินหลายครั้งในแต่ละวัน
ข้อมูลอ้างอิง
สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัย : รายงานเบื้องต้นผลการศึกษาพฤติกรรมการบริโภคของเด็ก 3-5 ปี
พญ. สุรีย์ เชื้อสุวรรณชัย และ พญ. ศิริลักษณ์ เจนนุวัตร เด็กไทยไม่กินหวานกับการบริโภคอาหารเครื่องดื่มที่มีรสหวานในเด็กและวัยรุ่น
ได้ความรู้ดี ควรจัดการอบรม