ใน "สายตา" ของ "คนอื่น" คุณอาจเคยถูกมองว่า "แย่" แต่ใน "สายตา" ของ
"พ่อแม่" ไม่เคยมองว่าคุณ "แย่" แม้ "ซักครั้งเดียว
วันนี้ฉันกลับมาบ้านที่กาฬสินธุ์ บ้านหลักเล็กๆที่อบอุ่นของฉัน ฉันลงมือทุบกระปุ๊กหมูชมพูที่เก็บมาตั้งแต่เปิดเทอม เพื่อตรวจดูเงินเก็บที่เริ่มสะสมตั้งแต่เปิดเทอมวันแรก โฮ!ได้เยอะพอสมควร ฉันคิดย้อนกลับไปในวันแรกๆที่เริ่มเก็บว่าจะไม่ทุบกระปุ๊กนี้เลยจนกว่าจะถึงเวลา บางวันอยากดื่มนมปั่นเย็นๆหวานๆ อยากกินเนื้อย่างหอมๆ อยากได้ชุดสวยๆบ้าง แต่ถ้าวันไหนเกินงบที่ตั้งไว้ในแต่ละวันก็ไม่ได้กิน ถึงวันนี้ความอยากต่างๆที่จิตฉันปรุงแต่งมันขึ้นมา ฉันเข้มแข็งขึ้นได้ ฉันไปไหนมาไหนได้โดยไม่ต้องจำเป็นต้องซื้อ เสื้อผ้าสวยๆใหม่ๆ ไม่ต้องไปกินเนื้อย่าง ไปนั่งดื่มนม เพียงเพราะแค่คำว่า "อยาก" แต่ไม่ได้มีความหิว ตลอดเวลาเจ้ากระปุ๊กหมูตัวนี้ อาจทำให้ฉันเปลี่ยนลักษณะการใช้ชีวิตได้โดยสิ้นเชิง ฉันเดินทางไปดูรองเท้า ที่ฉันได้เคยไปดูไว้ก่อนจะเริ่มเก็บเงินค่าขนม วันนี้ฉันจะซื้อให้ได้ ฉันได้มันมาสมใจ มันดูสวยมาก นุ่ม ฉันรู้เลยว่า "พ่อ" ต้องชอบมันแน่ๆ พ่อเป็นช่างตัดผมในตัวเมือง พ่อต้องยืนทั้นวัน จนดึกพ่อถึงจะได้พักฉันเห็นพ่อยืนอยู่อย่างนี้ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก พ่อไม่เคยบ่นว่าปวดขา พ่อไม่เคยบอกว่าพ่อเหนื่อย ฉันถามพ่อว่า "พ่อทามไม พ่อต้องยืนอยู่ทั้งวัน พ่อตัดแต่ผมไม่ได้ไปไหนเลย พ่อไม่เบื่อไม่เหนื่อยหรือ" พ่อนิ่งและตอบว่า"ถ้าพ่อนั่ง ลูกค้าก้ไม่หล่อนะสิ" (ฉันยิ้มกับคำตอบของพ่อ พ่อเป็นคนหน้านิ่ง ไม่ค่อยพูด และพ่อหน้าโหดมากแต่พ่อใจดีมากเลยหละ) ฉันรู้ว่าถ้าพ่อไม่ทำเราก็ไม่ได้กิน ฉันรู้ว่านี้คือความสุขของพ่อ ฉันรู้ว่าพ่อรักร้านตัดผมมาก... วันนี้ฉันกลับมาบ้านพร้อมกับรองเท้าคู่สวย คำอวยพรและเกรดเฉลี่ยที่เตรียมให้พ่อ มันไม่มากหรอกฉันรู้แต่ฉันอยากเอามาอวดพ่อ อยากให้พ่อดีใจที่อย่างน้อยฉันได้มันมาด้วยความพยายาม ฉันคงรอไม่ไหวจนถึงวันพ่อ ฉันอยากเห็นพ่อได้สวมมัน พ่อคงนุ่มเท้ามาก ฉันยืนรองเท้าให้พ่อพร้อมสิ่งที่ฉันเตรียมไว้ คำแรกที่พ่อพูด
พ่อ: "อีหยังนิ?"
ฉัน: รองเท้าเด้ อ่านกระดาษนำเด้อพ่อ
พ่อ: ซื้อมาเฮ็ดหยัง พ่อใส่หยังกะได้ เก็บเงินไว้ถ้าใช้ยามจำเป็นโลด พ่อใส่หยังกะได้ กระดาษหยังละนิ
ฉัน: เกรด...พ่อ นี้ชื่อจ๋อม ตอนนั้นได้น้อยๆหนึ่ง กะเลยเริ่มเปลี่ยนวิธีเรียนใหม่ จังได้เพิ่มขึ้น
พ่อ: ได้ซำได้พ่อกะดีใจ ว่าแต่เจ้าตั้งใจเรียน เป็นคนดี บ่ไปหาเที่ยวหาเล่น ดีซั่วกะอยู่กับโตเฮา เฮ็ดดีใจเฮากะดี เฮ็ดซัวใจเฮากะฮ้อน
ฉันรับปากพ่อ ฉันรู้ว่าพ่อก็ดีใจแต่พ่ออยากให้ฉันได้กิน ได้ใช้ในยามจำเป็น พ่อไม่เคยด่าเลยเวลาฉันเล่าให้ฟังว่าฉันสอบไม่ค่อยได้ พ่อจะพูกว่าให้ตั้งใจเอาใหม่ เรียนให้สนุก พ่อพูดเสมอ ตั้งแต่ฉันมาเรียนที่นี้ ฉันไม่เคยไปเที่ยวในแบบที่ใครหลายๆคนไป ไม่ใช่เพราะกลัวหรอกนะ แต่เพราะฉันรักพ่อกับแม่มาก ไม่ใช่คนที่ไปเที่ยวไม่รักนะ คนเราแสดงความมรักต่างกันไป แต่ฉันอยากให้พ่อกับแม่สบายใจเพราะในเมื่อท่านเชื่อใจเรา เราต้องศรัทธาในความเชื่อใจนั้นด้วย
วันนี้ก็เหมือนทุกๆวันฉันรักพ่อ ฉันจะพยายามเป็นคนดีของพ่อ เป็นคนดีของสังคม ถึงฉันจะสร้างสรรค์สังคมได้ไม่มากแต่ฉันก็จะไม่ทำตัวเป็นตัวถ่วงของสังคม ทุกคำที่พ่อสอนยังก้องในหัวของฉันเสมอ เพียงเรารักแต่ศรัทธาฉันเชื่อว่าสิ่งที่แสดงออกมาก็ต้องเป็นไปในทิศทางที่ดีได้ด้วยเช่นกัน
"วันนี้ใครหลายๆคนอาจจะอยากให้คุณเป็นในสิ่งที่เค้าอยากให้เป็น แต่สำหรับพ่อและแม่ อยากให้คุณเป็นคนดี แล้วคุณหละทำให้ท่านบ้างแล้วหรือยัง"
วิธีคิดเยี่ยมมาก ๆ ค่ะ....สำหรับวัยรุ่นยุคนี้
สะท้อนภาพชีวิตชนบทได้ดี
ลูกไปเรียนในเมือง
พ่อแม่เฝ้ารอความสำเร็จ