หากสนใจดูรายละเอียดของหัวข้อความรู้ต่างๆ เชิญคลิกไปที่ APOTC2011 Website
และศึกษาคลิปแนะนำ "วิชาชีพกิจกรรมบำบัดไทย" เพื่อเรียนรู้บริบทที่ควรพัฒนาสู่ภาคปฏิบัติสากลที่พอเหมาะ (Optimizing Occupational Therapy Practice)
กรอบอ้างอิงสมรรถนะของบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับสุขภาวะตามสายงานของ WHO เช่น แพทย์ นักกิจกรรมบำบัด ฯลฯ ได้แก่
- สื่อสารอย่างมีประสิทธิผลและให้เกียรติผู้อื่น
- เรียนรู้และจัดการตัวเองอยู่เสมอ
- สร้างสรรค์ผลผลิตอยู่เสมอ
- คิดก้าวไปข้างหน้าในการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม
- เร่งการบูรณาการและการทำงานเป็นทีม
- นับถือและส่งเสริมความแตกต่างในแต่ละบุคคลและวัฒนธรรม
- สร้างหนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจน
- สร้างสิ่งแวดล้อมที่ระดมพลังและแรงจูงใจ
- ย้ำประสิทธิผลของการใช้ทรัพยากร
- สร้างและส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงาน
- ผลักดัน WHO ให้เกิดความสำเร็จในอนาคต
- ส่งเสริมนวัตกรรมและการเรียนรู้ระดับองค์กร
- ส่งเสริมตำแหน่ง WHO ให้เป็นผู้นำด้านสุขภาพ
นักกิจกรรมบำบัด (มากกว่า 65 ประเทศทั่วโลก) ควรมีความรู้และทักษะดังนี้
- ทักษะการสื่อสารที่ดี
- กรอบความคิดพื้นฐานทางกิจกรรมบำบัด
- ทักษะการประเมิน
- พฤติกรรมและทักษะทางวิชาชีพ
- ทักษะการวิเคราะห์
- ความคิดสร้างสรรค์
- การเรียนรู้ตลอดชีวิต
- การประยุกต์ทฤษฎีสู่การปฏิบัติ
- ทักษะการรักษา
- ทักษะและความรู้ทางการแพทย์
- ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี
- ภาษาอังกฤษ
- การบริหารจัดการ
- การวิจัย
- ความเป็นผู้ประกอบการ หรือ Entrepreneurship
กระบวนการแปลความรู้ (Knowledge Translation) ก็เป็นเครื่องมือในการพัฒนาตนเองและวิชาชีพทางกิจกรรมบำบัด ซึ่งสามารถศึกษาได้จาก
National Rehabilitation Information Central
Education Resources Information Central
จะเห็นได้ว่า นักกิจกรรมบำบัดมืออาชีพ ควรพัฒนาทักษะต่างๆ ข้างต้นในการแปลความรู้ "กิจกรรมบำบัดศึกษา (Occupational Therapy Education) สู่การให้บริการทางกิจกรรมบำบัดระดับโลก (World Occupational Therapy Service) ให้เพิ่มความสุขความสามารถในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตตลอดทุกช่วงวัย" โดยคำนึงถึงอนาคตของวิชาชีพกิจกรรมบำบัดผ่านเครื่องมือต่างๆ (คัดลอกจาก Prof. Kit Sinclair ผู้ที่ได้รับรางวัล Tsuyashi Sato Memorial Lecture) ได้แก่
- Interconnectedness
- Human rights and disability rights discourse
- WFOT: position paper to support liaison
- Collaborative research
- Emerging occupational therapy services
- Evidence based practice
- Agents of change
โดยสรุป นักกิจกรรมบำบัดต้องขับเคลื่อน (Mobilize) และสนับสนุน (Advocate) และสร้างแนวโน้ม (Set trends) ในงานกิจกรรมบำบัดศึกษาและงานบริการทางกิจกรรมบำบัดให้เป็นที่ประจักษ์และส่งเสริมสุขภาวะในความสามารถของการทำกิจกรรมบำบัดการดำเนินชีวิตแก่ประชาคมโลกตลอดทุกช่วงวัย (Enablement skills; Townsend & Polatajko, 2007) ซึ่งศึกษาตัวอย่างในกระบวนการวิจัยจากกรณีศึกษาของแคนาดา และศึกษารายละเอียดอื่นๆ ได้ที่สหพันธ์โลกของนักกิจกรรมบำบัด
งานนี้น่าสนใจที่ ดร.ป๊อป ได้ทำหน้าที่ MC หลายรูปแบบ
งานนี้เหล่านักศึกษาและอาจารย์กิจกรรมบำบัด ม.มหิดล ร่วมงานประชุมระดับนานาชาติกิจกรรมบำบัดเอเชียแปซิฟิกครั้งที่ 15 ณ เชียงใหม่
จากงานประชุมกิจกรรมบำบัดเอเชียแปซิฟิกที่เชียงใหม่ ลองเปรียบเทียบกับงานประชุมกิจกรรมบำบัดโลกที่ชิลี ที่ http://gotoknow.org/blog/otpop/359024 และ http://www.gotoknow.org/blogs/posts/359084
และงานประชุมกิจกรรมบำบัดที่ออสเตรเลีย ที่ http://gotoknow.org/blog/otpop/41758