หน่วยราชการทุกหน่วยปฏิบัติงานโดยใช้อำนาจบริหาร ไม่ว่าจะมีกี่ระบบกี่องค์การก็ตามล้วนเป็นไปเพื่อการบริหารราชการแผ่นดินในการพัฒนาประเทศทั้งสิ้น ที่กงไกรลาศวิทยา เราทุกคนก็ใช้อำนาจบริหาร เพียงแต่เราพัฒนาประเทศโดยผ่านการพัฒนาตัวบุคคล เราใช้การศึกษา(ขั้นพื้นฐาน)เป็นเครื่องมือ การกระจายอำนาจที่นี่กระจายจริงๆ และกระจายถึงตัวครูผู้ปฏิบัติด้วย หลักคิดก็คือ ‘ความรับผิดชอบอยู่ที่ไหน อำนาจอยู่ที่นั่น’ ในทางกลับกัน ที่ใดที่ไม่รับผิดชอบอำนาจก็จะเคลื่อนย้ายตัวมันเองไปยังที่ที่มีความรับผิดชอบ หลักคิดเช่นนี้ เป็นสิ่งที่องค์การที่ใดที่ไม่รับผิดชอบอำนาจก็จะเคลื่อนย้ายตัวมันเองไปยังที่ที่มีโครงสร้างแนวดิ่งไม่เคยมี และไม่เคยจินตนาการไปถึง...
กงไกรลาศวิทยาก็เช่นกัน แรกเริ่มเดิมที เราทำ ‘โรงเรียนเล็ก’ ก็มุ่งเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อน นวัตกรรมโรงเรียนเล็กได้ทำให้ครูแต่ละคนมีความรับผิดชอบขนาดเล็กลงแต่ลงลึกและมีขอบเขตชัดเจน การจัดการเรียนรู้มีคุณภาพดีขึ้นทั้ง 3 ระบบ ในการประชุมปฏิบัติการแต่ละปี พบว่าเราสามารถจัดการคุณลักษณะของผู้เรียนได้แล้วทุกมาตรฐาน ความสำเร็จของเราก้าวกระโดด แต่...ผลสัมฤทธิ์เพิ่มขึ้นในอัตราที่ช้ามาก และเราก็ไม่ประสงค์จะตั้งหน้าตั้งตา ติว...ติว...ติว... เราอยากได้การเรียนรู้ที่ยั่งยืน เราอยากได้อุปนิสัยแห่งการเรียนรู้ที่จะติดตัวนักเรียนไป เราอยากได้คนที่จะถ่ายทอดอุปนิสัยแห่งการเรียนรู้ของตนสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน นั่นเป็นข้อค้นพบว่าเวทีวันอังคารและเวทีวันพฤหัสบดีกำลังส่งผล และเราก็ค้นพบด้วยว่าเรากำลังเดินทางมาถึงโจทย์ใหญ่อีกโจทย์หนึ่ง คือทำอย่างไรเราจึงจะเพิ่มระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนได้
โจทย์ใหญ่โจทย์นี้จึงใช้เวลานานในการแสดงคำตอบ เรารอนานมากกว่าเวทีนิเทศภายในด้านการพัฒนาหลักสูตรและการสอนคลี่คลายตัวมันเองฝ่าทะลุกาลเวลาออกมา ...นานจนบางคนเข้าใจว่ากงไกรลาศวิทยามีแต่โรงเรียนเล็กและไม่มีหมวดวิชา รอมาจนมีความพร้อมที่จะพัฒนาเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานนิเทศภายในโรงเรียน ก็ล่วงเลยมาจนปีการศึกษา 2550 บรรดาหัวหน้าหมวดเพิ่งจะยินดีจัดพื้นที่ทำงานของตนเอง โดยพากันจัดตารางเวลาของตนให้มีเวลาประชุมวันพุธ ไม่ต้องเบียดเบียนเวลาหลังเลิกเรียน พอเวทีของทีมนิเทศภายในด้านการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้เป็นรูปเป็นร่าง เราก็เรียนรู้ว่าจะต้องมีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของครูปฏิบัติงานการเรียนรู้ เราเลือกวันจันทร์หลังเลิกเรียนเนื่องจากเข้าประชุมกันทั้งโรงเรียน ก่อนหน้านี้เรามีการประชุมพัฒนาคุณภาพอยู่บ้างลุ่มๆ ดอนๆ คือ มีงานก็ประชุม ไม่มีงานก็แล้วไป ยังไม่ใช่เวทีการเรียนรู้ของครู แต่คราวนี้เอาจริง...
ครูผู้เข้าเวที(เอาจริง) ได้แก่ สมาชิกที่สนใจการพัฒนาตัวเองด้านวิชาการ เช่น การศึกษาให้ลึกซึ้งขึ้นในวิชาที่สอนทั้งแปดกลุ่มสาระ, การวิจัยพัฒนาหลักสูตร, การพัฒนากิจกรรมการสอน, การพัฒนาสื่อ เวทีนี้เป็นเวทีเดียวที่จัดในเวลาหลังเลิกเรียน ดิฉันมักจะไปนั่งเป็นเพื่อนเวทีนี้(ลูกน้องบางคนยังเข้าใจว่าผอ. เป็นคนจัดประชุม) บางครั้งก็บรรยายด้วย เช่น constructionism, การพัฒนาหลักสูตรบูรณาการ เวทีนี้ไม่ได้บังคับ แต่ผู้ที่ไม่มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ก็จะค่อยๆเดินทางช้ากว่ากาลเวลาของโรงเรียน
ดิฉันเคยถามครูที่เข้าเวทีว่าจะให้ ผอ.สั่งให้ครูทุกคนเข้าเวทีหรือไม่ บรรดาขาประจำเวทีบอกว่า บังคับคนไม่เต็มใจน่ะ เหนื่อยนะ ผอ. ไม่ได้ผลด้วย เป็นอันว่าตอนนี้กงไกรลาศวิทยามีเวทีทั้งแนวราบและแนวดิ่งแล้ว วันเวลาดำเนินไปพร้อมๆ กับสายใยความสัมพันธ์ที่ถักทอขึ้น เริ่มเห็นรูปเห็นร่างแล้วว่า ครูพัฒนานวัตกรรมในเครือข่ายเวทีวันพุธและวันจันทร์ แล้วไปทดลองที่โรงเรียนเล็ก มีเครือข่ายการทดลองเป็นเวทีวันพฤหัสบดีและเวทีวันอังคาร แบบ(DESIGN)นี้เก๋ไหมคะ
วันนี้หน่วยปฏิบัติการในโรงเรียนทุกหน่วยผูกโยงถักทอเป็นเครือข่ายทั้งแนวราบ และแนวดิ่ง เมื่อปีการศึกษา 2552 กลุ่มจัดการเรียนรู้(โรงเรียนเล็ก)ได้กลายสภาพเป็นทีมงานคุณภาพ(Q.C.C.)ที่ ‘เข้มแข็ง รับผิดชอบ เอื้ออาทร’ ไปแล้ว แต่ละเกลียวความรู้ที่โรงเรียนเล็กเริ่มหมุนตัวเองแล้ว...
แต่เวทีวันพุธ...ยัง เวทีวันจันทร์...ก็ยัง
ถึงเกลียวประสบการณ์จะยังไม่หมุนตัวเองแต่ก็กำไรแล้ว ประสบการณ์จากการร่วมเวที และเฝ้าสังเกตเวที ดิฉันพบว่า นอกจากเราจะสร้างนวัตกรรมที่เหมาะสมกับโจทย์ปัญหาของเราได้หลายอย่างแล้ว การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้ทำให้สมาชิกของเวทีค่อยๆ กลายสภาพจากผู้ปฏิบัติงานมาเป็นผู้ร่วมงาน และกลายสภาพจากผู้ร่วมงานมาเป็นทีมงาน มีความยืดหยุ่นทางความคิด มีความหนักแน่นสามารถทนต่อความขัดใจที่ถูกขัดคอ(เห็นต่าง) มีทักษะการร่วมคิดร่วมทำร่วมรับผิดชอบมากขึ้น ความคิดใดลงตัวก็เฮกันทำแล้วก็มาอวดกัน ถ้อยทีถ้อยชม ถูกบ้างผิดบ้างไม่ว่ากัน ทุกคนมีความสุข จะมีกร่อยอยู่หน่อยก็ตรงที่บางคนมาประชุมบ้างไม่มาบ้าง พอพูดอะไรเป็นอันไม่เข้าเรื่อง ยิ่งครั้งไหนถอดบทเรียน(AAR)ด้วยแล้ว ทำเอาไปไม่เป็นเลยทีเดียว...
ในไม่ช้า...เหตุปัจจัยที่ดี ก็จะทำให้กลุ่มงานที่เหลือพัฒนาตนเองมาถึงระดับทีมงานคะณภาพเช่นเดียวกัน
มีการนิเทศภายในและกิจกรรมที่หลากหลายมากครับ ชอบมากๆ
ขอชื่นชมแนวคิดและวิถีปฏิบัติเช่นนี้มากค่ะ..เป็นแบบอย่างที่ดีจริงๆ..