ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย

เลือกวิธีคลอดที่ปลอดภัย...เหมาะกับสุขภาพแม่และสุขภาพภาพลูก

 

คลอดธรรมชาติ

สำหรับคุณแม่ที่มีสุขภาพร่างกายและสุขภาพครรภ์ที่แข็งแรง การคลอดแบบธรรมชาติจะเป็นวิธีที่ง่ายและปลอดภัยที่สุดสำหรับคุณและลูกน้อย สูติแพทย์จะตรวจดูช่วงใกล้ถึงกำหนดคลอดว่าทารกในครรภ์อยู่ในท่าศีรษะลงสู่เชิงกรานหรือไม่ การคลอดธรรมชาตินั้น คุณแม่จะรู้สึกเจ็บครรภ์อย่างมาก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ต้องใช้ความอดทนให้มากที่สุด และพยายามอย่าใช้ยาเร่งคลอด ควรปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ เพราะอาการเจ็บแสดงถึงการคลอดที่กำลังดำเนินต่อไป สูติแพทย์อาจฉีดยาแก้ปวดเข้าทางเส้นเลือดหรือการฉีดยาชาเข้าทางไขสันหลังเพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดให้คุณได้ 


ผ่าตัดคลอด


แต่หากคุณแม่บางท่าน สูติแพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัดคลอด เนื่องจากคุณแม่มีโรคประจำตัว มีบุตรเมื่ออายุมากแล้ว หรือศีรษะทารกไม่หันสู่เชิงกรานเมื่อครบกำหนดคลอด หรือคุณแม่บางท่านเชื่อในดวงหรือเวลาเกิดจึงดูฤกษ์เพื่อทำการผ่าตัดคลอด ด้วยความเชื่อที่ว่าลูกน้อยจะแข็งแรงและมีความเป็นอยู่ที่ดีในอนาคต แต่การผ่าตัดคลอด จะทำให้คุณแม่เสียเลือดมากกว่าการคลอดโดยธรรมชาติถึง 2 เท่า และจะเจ็บแผลนานกว่า แพทย์จึงแนะนำให้ผ่าตัดเฉพาะกรณีที่จำเป็นเท่านั้น 
ปัจจุบัน เพื่อลดความเจ็บปวดและทำการผ่าตัดได้อย่างได้ผล สูติแพทย์จะแนะนำให้คุณแม่ดมยาสลบหรือฉีดยาเข้าไขสันหลัง โดยคุณแม่จะไม่รู้สึกเจ็บระหว่างผ่าตัด แต่การดมยาสลบ คุณแม่จะไม่มีส่วนร่วมในการคลอด ไม่สามารถเห็นหน้าลูกทันทีที่เขาคลอด เพราะจะหลับไม่รู้ตัวและฟื้นตัวอีกทีหลังคลอด คุณแม่ส่วนใหญ่ จึงไม่เลือกวิธีนี้ อีกทั้ง ยาสลบอาจมีผลต่อลูกได้ เช่น ลูกคลอดแล้วไม่ร้อง ไม่ค่อยหายใจ เพราะเขาได้รับยาสลบเข้าไปด้วย ส่วนการฉีดยาเข้าไขสันหลังหรือบล็อกหลังนั้น ลูกน้อยไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด เพราะไม่ได้ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด เพียงแต่จะทำให้ส่วนล่างชา ไม่มีความรู้สึกเจ็บปวด แต่คุณแม่สามารถรับรู้ได้ทุกอย่าง พร้อมทั้งได้ยินเสียงลูกและได้เห็นหน้าลูกทันทีที่เขาคลอดออกมา ทั้งนี้ การผ่าตัดคลอด คุณแม่จะเจ็บแผลนานกว่าและมากกว่าการคลอดแบบธรรมชาติ 

การคลอดในน้ำ


การคลอดอีกวิธีหนึ่งที่เริ่มได้รับความนิยมในต่างประเทศ ก็คือการคลอดในน้ำ  เพราะช่วยลดความเจ็บปวดในการคลอด แต่ในประเทศไทยยังไม่แพร่หลายมากนัก เนื่องจากคุณแม่หลายท่านกังวลในความปลอดภัยทั้งของตนเองและลูกน้อย  อีกทั้งการคลอดด้วยวิธีนี้ สุขภาพของคุณแม่ต้องแข็งแรง ไม่มีภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ เพราะการคลอดในน้ำจะไม่ใช้เครื่องฟังเสียงหัวใจลูก แต่จริงๆแล้ว การคลอดในน้ำก็ไม่น่ากังวลอย่างที่หลายๆ คนเข้าใจ หากคุณแม่มีความพร้อมและมีสุขภาพครรภ์ที่แข็งแรง สูติแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็พร้อมจะช่วยดูแลคุณอย่างเต็มที่ โดยไม่จำเป็นต้องให้ยาแก้ปวดหรือฉีดยาใดๆ  และเมื่อศีรษะของทารกพ้นจากช่องคลอดของแม่แล้ว ก็สามารถลอยตัวอยู่ในน้ำช่วยรองรับแรงกระแทก ป้องกันไม่ให้เกิดอันตราย รวมถึงคุณแม่เองก็จะรู้สึกเบาสบาย ไม่เจ็บอีกด้วย