วันนี้ งานเรา ยุ่งแค่ไหน

ในยุคที่เราต้องดิ้นรนทำงานหาเงินมาจ่ายค่าไข่ชั่งกิโล ค่าน้ำมันและราคาทองคำ ที่ขึ้นเอา ขึ้นเอา และ ค่าครองชีพที่ถีบตัวสูงขึ้นอย่างไม่มีวี่แววจะลดลงแต่อย่างใด  ดังนั้นเราทุกคนก็คงยุ่ง ยุ่ง ยุ่ง และยุ่ง อยู่กับการทำงานหาเงิน (แต่คงไม่หาทองเพราะแพงจัง) ภาวะงานได้นำอะไรก็ไม่รู้มากมายมากองท่วมหัวเราอย่างต่อเนื่องทุกวัน พร้อม ๆ กับการสะสมความยุ่งนานาสารพันมาสู่ตัวเราทำให้รู้สึกอยู่ทุกวันว่า “ยุ่ง”  “ยุ่งกว่า”  และ ”ยุ่งที่สุด”  ความยุ่งนี้ทำให้เรามักมีคำพูดติดปากในลำดับต้น ๆ เมื่อถูกไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบในวงสนทนาของเพื่อนฝูงว่า  “งานยุ่ง” "งานยุ่งกว่า”  และ  “งานยุ่งที่สุด” และเมื่อเราเหลียวมองไปที่คนรอบข้างทั้งไกลตัวและใกล้ตัวของเรา เราก็จะพบสภาพความผูกพันกับ “งานยุ่ง” หรือ “ยุ่งงาน” ไม่แพ้กัน เรารู้ได้โดยลองกดโทรศัพท์หาเพื่อนสนิทซักคนแล้วถามเค้าว่า “เป็นยังไงเพื่อน ทำงานเป็นไงบ้าง” รับรองว่าร้อยละร้อยกว่า ๆ เราจะได้รับคำตอบเหมือน ๆ กันว่า  “งานยุ่ง”

ย้อนคิดกลับมาที่ตัวเองว่าจริง ๆ แล้วเราเองหรือเปล่าที่ไปทำให้งานยุ่ง หรือตัวเราไปยุ่งกับงานเสียเอง หรือบางทีอาจคิดไปเองว่าตัวเองยุ่งเพราะงาน  ทั้ง ๆ ที่งานก็เป็นงานตามสภาพของมันไม่ว่าจะเป็นงานในที่ทำงาน งานที่บ้าน หรืองานที่ไหน ๆ มันก็เป็นงานที่อยู่เฉย ๆ อย่างสงบเสงี่ยมให้เราเข้าไปจัดการเท่านั้นเอง

ตัวเรานั่นแหละที่ไปคิดไปทำ หรือจินตนาการไปเองว่า สภาวะที่เราเป็นนั้นคือสภาวะ “งานยุ่ง” ด้วยความคิด   คำบ่น  และคำพูดติดปากที่เหมือนมนต์ดำที่ติดหัว ติดสมองและติดอยู่ในใจของเราจนกลายมาเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมและความคิด
จริง ๆ แล้วตัวเรานี่แหละเป็นผู้ที่ทำหรือกำหนดไปเองด้วยตัวเราเองว่างาน “ยุ่ง” หรือ  ”ไม่ยุ่ง”  ด้วยวิธีคิด  ด้วยวิธีการบริหารจัดการต่าง ๆ ของเราเอง

การแก้ปัญหางานยุ่งสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ถ้าใจเราไม่ยุ่ง หรือยุ่งใจ หรือทำให้ใจยุ่ง  งานที่เราคิดว่ายุ่ง  คงไม่ยุ่งอีกต่อไป จะทำให้มีผลเชิงบวกต่อจิตใจของเรานอกเหนือจากการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพที่เราต้องทำอยู่แล้ว ถ้าเรารู้สึกว่างานเราเริ่มยุ่ง เริ่มเบื่อหน่าย เซ็งกับงานจนเริ่มไม่ไหวแล้ว เราลองเปลี่ยนคำว่า “งานยุ่ง”  เป็นคำน่ารัก ๆ ช่วยสร้างกำลังใจให้ตัวเรา ให้เป็นคำพูดเชิงบวก เชิงสร้างสรรค์ เช่น “แหม วันนี้ทำไม มีงานมากมายแบบนี้ “งานยุ้ย” จังเลย” หรือ ”ทำงานเหนื่อยจังสงสัยเป็นเพราะ “งานหยุย” แน่ ๆ”  หรืออีกตัวอย่าง ”งานยิ้ม” แบบนี้จะไปทำไหวได้ไง และ “งานยิ้ม” ขนาดนี้จะมีเวลาที่ไหนไปพักผ่อน”

การเปลี่ยนคำพูดหรือวิธีคิดแบบนี้ทำได้เลยไม่ต้องเกี่ยวข้องกับใคร ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ที่สำคัญกลับจะช่วยให้เราทำงานได้อย่างมีความสุขขึ้นและย่อมเผื่อแผ่ความสุขนี้ไปให้คนรอบข้างด้วย