ชีวิตที่พอเพียง : 1439. เตรียมตัวไปประชุมที่ เซบู ฟิลิปปินส์
AAAH (Asia-Pacific Action Alliance on Human Resources for Health) จัดประชุมครั้งที่ ๖ ที่นครเซบู ฟิลิปปินส์ ที่โรงแรม Marco Polo Plaza Hotel ระหว่างวันที่ ๘ - ๑๑ พ.ย. ๕๔ เรื่อง “Building Capacity for HRH Management and Development to Support Universal Health Coverage”
ผมโดน ศ. นพ. ภิเศก ลุมพิกานนนท์ และ ศ. พญ. วาณิชา ชื่นกองแก้ว เกณฑ์ไปเป็นผู้ร่วมอภิปราย เรื่อง Managing HRH Education to Support UHC ตอนช่วงสายวันที่ ๑๐ พ.ย. และเมื่อพูดเสร็จก็เดินทางกลับเลย เพราะวันที่ ๑๑ พ.ย. ผมมีประชุมมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลฯ ตอนเย็น
ก่อนไปผมค้นประวัติ ของฟิลิปปินส์และเมือง เซบู อ่านอย่างสนใจที่นี่ การเดินทางช่วยให้เราได้ศึกษา ทำความรู้จักโลกส่วนที่เราไม่เคยสนใจ เซบูเป็นเมืองตามความหมายตะวันตกเมืองแรกของฟิลิปปินส์ แต่อ่านประวัติศาสตร์แล้วจะเห็นว่าบริเวณหมู่เกาะนี้เป็นเมืองที่ปกครองโดยสุลต่านมาก่อน ก่อนที่สเปนจะ มาครอบครองเป็นเมืองขึ้นในปี ค.ศ. ๑๕๖๕
ผมเคยไปประชุม AAAH ครั้งที่ ๕ ที่บาหลีเมื่อปีที่แล้ว และเขียนบันทึกไว้ที่นี่ และบันทึกประสบการณ์ ที่บาหลีไว้ที่นี่
ฟิลิปปินส์อยู่ใกล้นิดเดียวแต่ผมเคยไปครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๕๓ และเขียนบันทึกไว้ที่ ๑, ๒, ๓ ครั้งนี้เป็น ครั้งที่ ๒ ที่ผมไปประเทศนี้
การประชุม AAAH6 นี้เป็นคล้ายๆ การเตรียมการณ์เบื้องต้นสำหรับ Prince Mahidol Award Conference 2012 “Moving Towards Universal Health Coverage : Health Financing matters” ซึ่งจะจัดระหว่าง ๒๖ - ๒๘ ม.ค. ๕๕ คือเน้นที่ UHC เหมือนกัน แต่ AAAH Conference เน้นที่กำลังคนเป็นหลัก
เรื่องที่ผมจะพูดเป็นเรื่องการศึกษาของบุคลากรสุขภาพ ที่จะช่วยสนับสนุนให้เกิดการครอบคลุมบริการ สุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งจริงๆ แล้วต้องไม่ใช่แค่ครอบคลุม ต้องมีคุณภาพด้วย โดยที่บุคลากรสุขภาพเหล่านี้ต้องมี คุณสมบัติตามที่เสนอในรายงาน Health Professionals for a New Century : Transforming Education to Strengthen Health Systems in an Interdependent world โดยจุดสำคัญคือ ต้องไม่ใช่แค่มีความสามารถด้านวิชาชีพ แต่ต้องเป็นคนที่มีจิตใจพร้อมที่จะทำงานเพื่อสังคม เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมและระบบสุขภาพ การศึกษาที่ให้ คุณสมบัติแบบนี้เรียกว่า Transformative Education เป็นคุณสมบัติที่สอนไม่ได้ ต้องเปิดโอกาสให้เขาได้สัมผัส และลงมือปฏิบัติเพื่องอกงามคุณสมบัตินี้ออกมาจากภายในจิตใจของตนเอง
เนื่องจากเราต้องการให้ บัณฑิตเหล่านี้จบออกไปทำงานให้เกิดการครอบคลุมสุขภาพถ้วนหน้า เขาจึงต้องคุ้นเคยและเห็นคุณค่า มีความสุขในการทำงานในพื้นที่ห่างไกลได้ จึงต้องมีการฝึกงานในบริบทดังกล่าว ให้เกิดทั้งทักษะทางเทคนิค ด้านบริการสุขภาพ และทักษะทางสังคมวัฒนธรรม และทางจิตใจ ตัวอย่างที่น่า สนใจคือค่ายค่ายสร้างเสริมประสบการณ์นักศึกษาแพทย์ ของศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก รพ. มหาราชนคร ราชสีมา ที่ผมเคยบันทึก ไว้ที่นี่
เพื่อให้บรรลุ UHC เราต้องตีความ HRH Education ใหม่ ให้มีความหมายกว้างขึ้นกว่าเดิม คือไม่ใช่แค่ มองที่การผลิตบัณฑิตเท่านั้น ต้องมองที่การเรียนรู้ของคนในวิชาชีพสุขภาพตลอดชีวิต โดยที่ต้องทำให้การ ทำงานในระบบสุขภาพเป็นการเรียนรู้ ที่ทำให้ชีวิตการทำงานของเขาเป็นชีวิตที่ให้ความพึงพอใจในหลากหลายด้าน
ดังนั้น การปฏิรูประบบการศึกษา (ของบุคลากรสุขภาพ) โดยไม่ปฏิรูประบบบริการสุขภาพ จึงหวังผลจริงจังได้ยาก เพราะสองส่วนนี้มันเกี่ยวพันเป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกัน รวมทั้งการตีความคำว่า “การศึกษา” ในความหมายที่แคบ เพียง pre-service learning จะไม่เพียงพอ ต้องตีความให้ครอบคลุมไปตลอดทั้งชีวิตการทำงานของบุคลากรสุขภาพ คือครอบคลุม in-service learning ด้วย การปฏิรูปเพื่อไปสู่บริการสุขภาพถ้วนหน้าได้อย่างแท้จริง
บันทึกนี้แค่เตรียมตัวไปประชุม ประสบการณ์จริงของการไปประชุมจะอยู่ในตอนถัดๆ ไป และผมได้ลงบันทึกเรื่องที่ผมไปร่วมให้ความเห็นไว้ใน บล็อก council แล้วที่นี่
วิจารณ์ พานิช
๑๒ พ.ย.๕๔