ในหนังสือ The speed of trust ได้กล่าวถึง สี่แก่นแห่งความน่าเชื่อถือไว้ดังนี้ครับ ข้อแรก มีบูรณภาพ หมายถึงพูดอย่างไรทำอย่างนั้นกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน กล้าที่จะยืนหยัดทำทุกอย่างให้สอดคล้องกับค่านิยมและความเชื่อ ข้อสอง มีเจตนาดี ไม่หลอกลวงใคร ไม่มีวาระซ่อนเร้น ข้อสาม มีความสามารถในงานที่ทำ ข้อสี่ มีผลการทำงานในอดีตที่ผ่านมาดี ถ้ามีบูรณภาพเพียงอย่างเดียว ไม่มีอีกสามแก่นที่เหลือ ผู้นั้น เป็นคนดี คนน่ารัก คนซ์่ือสัตย์ แต่ไร้ค่า ไม่มีประโยชน์ ขณะที่คนที่มีบูรณภาพ มีความสามารถ และ สร้างงานที่ดีขึ้นมาได้ แต่เจตนาไม่ดี อาจเป็นไปได้ว่าคนผู้นี้ต้องการชนะ ถึงขั้นต้องแลกกับความเสียหายของอีกฝ่าย คนรอบข้างไม่อาจมอบความไว้วางใจได้ ในทางตรงกันข้าม คนที่มีเจตนาดี แต่ขาดคุณสมบัติอีกสามข้อ จะเป็นคนที่ใส่ใจหวังดี แต่เป็นคนคด คนขี้ขลาด ไร้ทักษะฝีมือ ไม่มีประวัติผลงาน ทีนี้ก็มาถึงความคิดเห็นของผมบ้างครับ จากก่ารอ่านแก่นทั้งสี่ แก่นทั้งสี่ มีความสำคัญ ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ เป็นเรื่องของความน่าเชื่อถือ ความน่าเชื่อถือ เกี่ยวข้องกับ ความไว้วางใจครับ เมื่อทำตัวเองให้น่าเชื่อถือ เราก็จะสามารถให้ความไว้วางใจในตัวเองได้ เมื่อให้ความไว้วางใจตัวเองได้ ก็สามารถให้ความไว้วางใจผู้อื่นได้ เมื่อให้ความไว้วางใจผู้อื่นได้ ผู้อื่นก็ไว้วางใจในตัวเรา เมื่อนั้น ก็จะเห็นพลานุภาพแห่งความไว้วางใจครับ เห็น The speed of trust
สวัสดีครับท่าอนาจารย์ Small Man
สิ่งที่อาจารย์สรุปออกมาเป็นประโยชน์ ผมอยากเห็นอาจารย์รวมเล่มบทสรุปแบบนี้ของท่านอาจารย์มากครับ..
ผมเห็นอาจารย์สรุปออกมาได้ดีมากๆ ครับ..หลายเล่มผมอ่าน แต่ผมก็สรุปไม่ได้แก่น อย่างอาจารย์ครับ
วันนี้เตือนสติ ให้ทิศทางได้ดีมากเลยครับ
ขอบพระคุณมากครับ
เยี่ยมเลยค่ะ น่าสนใจมากๆ
อาจารย์ชมมาเสียผมเขินเลยครับ
ขอบคุณอีกครั้งครับ
ขอบคุณคะอาจารย์ สิ่งที่ทำมาในอดีต น่าจะเรียกว่า "เครดิต" ได้ไหมคะ
การรักษาเครดิต จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เสียไปแล้วกว่าคนจะสังเกตจดจำ ลบภาพเดิมได้ ใช้เวลานาน
สวัสดีครับท่านรอง
สี่แกนแห่งการ ไว้วางใจที่มีพลัง ยังฝึกได้ไม่ครบทั้งสี่แกน
ยังฝึกต้องทำต่อไป
ขอบคุณครับ