ห้องเรียนกระบวนกรตอนที่ 389

ได้ยินมาหลายครั้งว่า..ความสุขจะวัดอย่างไร...จะเปรียบเทียบอย่างไร..แนะนำให้ใช้ Kirkpatrik's Evaluation Model ครับ...เอาเรื่องเรียนครับ..ถ้าเด็กมีความสุข..จะมีปฏิกิริยาที่ดีต่อการเรียนนั้น เช่นยิ้ม มีส่วนร่วม ดูสนุกสนาน (Reaction) แต่ไม่พอครับ ต้องดูว่ามีการยกระดับไปสู่การเรียนรู้หรือไม่ ดูง่ายๆ เช่นการเข้ามาสอบถาม เพิ่มเติม (Learning)...ต่อมาดูอีกว่า..เขาเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางที่ดีหรือไม่ (Behavioral Change)  เช่น จากไม่ชอบคณิตศาสตร์ มาชอบคณิตศาสตร์...สุดท้ายดูอีกว่า ผลการเรียนดีขึ้นหรือไม่ (Performance)...ตอนนี้ลูกสาวชอบคณิตศาสตร์มากๆ..เธอชอบครูของเธอมาก..ถามพ่อถามแม่เรื่องคณิตศาสตร์ทุกวัน..

....

โมเดลประเมินความสุขแบบนี้ใช้ได้ทุกวงการครับ...เช่นเราดูแลคนไข้เรื่องเบาหวาน...เราทำกิจกรรมเช่นชวนออกกำลังกาย แบบรำตะบอง...เขาก็มากัน...มาประเมินกันครับ..เริ่มจาก ตอนเขาทำกิจกรรม เขาดูสนุกสนาน ชอบใจไหม หัวเราะไหม..ถ้าไม่ ก็อาจต้องปรับปรุงวิธีการใหม่..ตรงนี้เรียกว่าเราดูปฎิกิริยา (Reaction)...ซึ่งถ้าผ่าน..ตรงนี้ได้ ก็น่าจะขยับมาที่ขั้นที่สอง คือเขาเข้ามาซักถาม หรือขอเรียนรู้เพิ่มเติมไหม...ถ้าไม่...อาจไม่ยั่งยืน ไม่กลับไปทำต่อ..แต่ถ้าเกิดมีการซักถามขึ้นมา ก็แน่ใจได้ว่า..เธอจะไปทำต่อ จนเกิดการเปลี่ยนพฤติกรรม (Behaviroal Change)..ที่สุด จะทำให้ค่านำ้ตาลของคนไข้ดีขึ้น (Perforamnce) ครับ..

....

นี่เป็นการประเมินแบบ "ความสุข" แบบง่ายๆครับ..คือสังเกตเลยว่ามีความสุข สนุก มีส่วนร่วมหรือไม่ (Reaction) แต่ไม่พอครับ ดูลึกมาอีกสามขั้น..ขั้นเรียนรู้ เพราะสนุกต่อไม่เรียนรู้ ไม่ซักถามก็เป็นไปได้ว่าสนุกไปงั้นเอง..ที่สุดก็ไม่ยั่งยืน..ไม่ทำต่อ..

...

เช่นเคยไปโค้ช ลูกศิษย์ที่เป็นผู้บริหารระดับสูง...สอนตัวต่อตัวเรื่องสุนทรียสนทนา (Dialogue) ...ตอนเขาเรียนเขาเรียนในห้องใหญ่มีพิธีการ ตอนเรียนทุกคนชอบมาก (Reaction) แต่ปรากฏว่าหลายคนไม่ทำต่อ เพราะคิดว่าถ้าไม่มีห้องอบรมดีๆ..มีเสียงระฆัง จะทำสุนทรียสนทนาไม่ได้...พอเราบอกว่า..ไม่จำเป็นที่ไหนก็ทำได้..กับลูก กับภรรยา กับลูกค้า กับลูกน้อง..น้าลิฟท์ ตอนทานข้าว ดื่มกาแฟก็ได้..ขอให้ฟังอย่างตั้งใจเท่านั้น...(Learnging) ได้เรื่องครับ..คราวนี้ไปทำกันใหญ่...เกิดเปลี่ยนพฤติกรรมกันขึ้นมาจริง...เคยไปทะเลาะกับลูกค้า เพราะไม่ฟัง ตอนนี้ฟังจนจบ (Behavioral Change) ...เกิดเป็น ผลงานที่ดีคือ

...

รายแรก.."อาจารย์ครับ..แต่ก่อนลูกค้าว่ามาก็เถียงกลับ..ปัญหาจากหนึ่งปัญหาก็งอกออกมาเป็นสิบปัญหา..ตอนนี้ฟัง ฟังเขาอย่างตั้งใจ...ฟังไปฟังมา...สิบปัญหาเหลือปัญหาเดียว. ตอนนี้ชีวิตดีขึ้นจม."...(Performance)

รายที่สอง.."อาจารย์ครับ..ทะเลาะกับลูกค้ารายนี้มานาน...พอฟังถึงได้เข้าใจว่า..เขาไม่ชอบเราเพราะ เขารับผิดชอบงานด้านนี้..แต่เขากลับรู้ปัญหาหลังคนอื่น...ด้วยขั้นตอนบริษัทนั่นแหละ..ตอนนี้พอฟัง เลยจับจุดได้..มีปัญหา เที่ยวคืน ตีหนึ่ง ผมโทรบอกเขาเป็นคนแรก..เขากลับแฮ๊ปปี้...เพราะเขารู้เป็นคนแรก..และพยายามหาทางช่วยพวกเรา..ตอนนี้กลายเป็นเหมือนเพื่อน เป็นหุ้นส่วนกันไปเลย..."

...

เห็นไหมครับ..การประเมินแบบนี้เปิดโอกาสให้เราปลดล๊อก ในบางจุด...ที่สุด..ความสุข จึงเบ่งบานขึ้น..จนกระทั่งนำไปสู่การเรียนรู้ การเปลี่ยนพฤติกรรม และ การแก้ปัญหาได้จริงในที่สุด..

....

โมเดลนี้เน้นปัจเจกบุคคลครับ..ทำเป็นกลุ่มก็ได้..แต่จะเป็นประโยชน์มากๆ กับแต่ละบุคคลครับ...เอาเชิงปริมาณมาผสมได้ช่วง การเปลี่ยนพฤติกรรม...ครับ..ถ้าเป็นกลุ่มใหญ่...ครับ..แต่การสังเกต จะช่วยได้มากครับ...การเก็บข้อมูลทำอย่างนี้ครับ..

Reaction ใช้การสังเกต 

Learning สังเกต 

Behavioral Change ใช้สังเกต หรือแบบประเมิน เชิงปริมาณก็ได้...

Performance ดูจากเอกสาร (Document) เช่นใบเกรด..ผลการเรียน..ผลเบาหวาน..หรือ สัมภาษณ์ (Interview) ก็ได้..

...

แล้วความสุข ก็วัดได้ครับ..ถามเรื่องเปรียบเทียบ..ใจเย็นครับ..เดี๋ยวจะเขียนในตอนต่อๆไป...

...

คุณละ คิดอย่างไร