วันที่ 8
กฎของการสั่งสมและการทวนกลับ
กฎแห่งการขจัดสังขาร
อุเบกขา คือคุณธรรมอันสูงสุด
อุเบกขาช่วยให้บุคคลดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง
กางวางอุเบกขาเป็นหลักประกันความสุขในอนาคต
ภังคญาณ คือได้พบแต่ความรู้สึกสั่นสะเทือนอย่างละเอียดทั่วร่างกายและจิตใจ ไม่ได้หมายความว่าจะไม่พบกับความรู้สึกหยาบเป็นก้อนทึบอีก
สังขารและการปรุงแต่งในส่วนลึกของจิต จะถูกเขย่าขึ้นสู่พื้นผิว
อุเบกขาเข้าใจในอนิจจัง รู้ว่าทุกสิ่งล้วนไม่เที่ยง
กิเลสชั้นแล้วชั้นเล่าจะหลุดลอกออกจากจิต จนบริสุทธิ์ ถึงจุด "อมตัง ตัง วิชานตัง" อมตะพ้นมิติที่มีความตาย อนันต์ อธิบายไม่ได้ นอกจากจะประสบด้วยตนเองเท่านั้น
ความอยากจะปิดกั้นไม่ให้เข้าถึงสภาวะนั้นโดยไม่ต้องมีปฏิกิริยาปรุงแต่ง แล้วธรรมะจะเริ่มให้ผล ธรรมะจะชำระจิตให้บริสุทธิ์และถึงจุดหมาย
กฎธรรมชาติ หมายถึงกฎของธรรมะ 2 ประการ
"อนิจา วตะ สังขารา อุปปาทวยธัมมิโน อุปปัชชิตวา นิรุชฌันติ เตสัง วูปสโม สุโข"
1. สังขารหรือการปรุงแต่งทั้งปวงไม่เที่ยง เกิดขึ้น ดับไป เกิดแล้วดับอยู่ทุกขณะและเพิ่มมากขึ้นทุกที
2.เฝ้าสังเกตุดูมัน ไม่ปรุงแต่งตอบ มันก็จะถูกขจัดออกไป
เตสัง วูปสโมสุโข ท่านจะหลุดพ้นจากความทุกข์
นิพพานัง ปรมังสุขัง ท่านจะเข้าถึงภาวะนิพพาน
เพียงแต่ฟังธรรมบรรยาย 2-3 ครั้ง อ่านหนังสือไม่กี่เล่ม หรือได้อยู่กับผู้บรรลุธรรม ได้รู้จักวิธีการดำเนินชีวิตของท่านเหล่านั้น อาจทำให้เราเกิดแรงบันดาลใจ ในระดับเชาว์ปัญญา เลื่อมใสศรัทธาและพยายามทำตาม
แต่ส่วนลึกของจิตยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง เราก็ยังไม่สามารถหลุดพ้นจากความทุกข์ได้
สังขารปัญจยา วิญญาณัง
สังขารทำให้เกิดปัญญา ละได้ด้วยอุเบกขา
อย่ายอมรับกับคัมภีร์ที่เขียนไว้ จงยอมรับกับสิ่งที่ท่านได้พบกับความจริงนั้นด้วยตนเอง
พระพุทธองค์ทรงสอนให้ฝึกอุเบกขาในทุกๆสถานการณ์ พระองค์ไม่สนพระทัยจะตั้งลัทธิหรือศาสนา ไม่สนพระทัยจะให้คนเปลี่ยนศาสนาหรือลัทธิ มานับถือพระองค์ เพราะนั้นคือ ความงมงาย
พระองค์เพียงต้องการให้คนทั้งหลาย พ้นทุกข์
-----------------
พระองค์สอนให้คนรักษาศีล-การควบคุมประพฤติปฏิบัติให้อยู่ในความปกติ
มีสมาธิ-การบังคุบจิตใจ
มีปัญญา-วิธีขจัดกิเลสทั้งปวงออกจากจิต
สาเหตุที่แท้จริงของความทุกข์อยู่ภายในตัวเอง ไม่อยู่ที่ผู้อื่น ถ้าขจัดได้ก็พ้นทุกข์
**ในชีวิตประจำวัน มีหลายสถานการณ์ที่จะต้องใช้การกระทำที่รุนแรง แต่ก่อนที่จะใช้ความรุนแรงจงสำรวจตนเองว่ามีจิตใจที่เป็นกลาง เต็มไปด้วยความรัก เมตตาต่อผู้คนเหล่านั้นหรือไม่
พระพุทธองค์ตรัสว่า บุคคลมีอยู่ 4 จำพวก
1.มามืด-ไปมืด
2.มาสว่าง-ไปมืด
3.มามืด-ไปสว่าง
4.มาสว่างไปสว่าง
--------
(บันทึกย่อๆจากการได้อ่านหนังสือ ธรรมบรรยาย ของท่านโกเอ็นก้า)
มาร่วมอนุโมทนาบุญครับ
ÄÄÄÄÄ....เขียนได้..อ่านได้..แต่..(ไม่ ปฏิบัติ)..การ..รู้ทัน..จิต..ควบคุม.."ขจัด"โลภ.รัก โกธร หลง"..เป็นเหตุและขาดปัจจัยในปัจจุบัน...(ยายธีแอบคิดเจ้าค่ะ)...
ขอบคุณ อ. โสภณ
สาธุ
ขอบคุณครับ
ใช่ครับ ถ้าไม่ปฏิบัติมันก็แค่ระดับเชาว์ปัญญา แค่รู้เห็น แต่ ยังไม่สามารถควบคุมได้ ครับ
ตัวผมเองก็เพียงระดับอ่าน เขียน เผยแผ่เผื่อมีผู้มากบารมีเข้าถึงได้
ขอบคุณดอกไม้ของทั้งสามท่าน