ช่วงนี้ที่มหาลัยยังไปเปิดภาคการศึกษา นับเป็นโอกาสดีที่เรามีเวลาว่างพอที่จะทำอะไรพิเศษได้อยู่บ้าง ซึ่งวันนี้ก็นับว่าเป็โอกาสที่ดีมากหลังจากที่ไม่เคยได้รับโอกาสอย่างนี้มานานร่วมปี
โอกาสที่ว่านี้คงไม่ใช่โอกาสที่ดี ที่พิเศษอะไรหรอก เป็นเพียงโอกาสที่ได้เดินเข้าสู่คลังแห่งปัญญาที่เขาเรียกกันว่า "ร้านหนังสือ" ที่รวมเอาแต่สิ่งที่ดีมีประโยชน์ไว้ให้มนุษย์โดยเฉพาะ
ความจริงร้านหนังสืออาจจะไม่ใช่สถานที่ๆ ใครหลายคนชื่นชอบหรืออยากที่จะนำพาเอาตัวเข้าไปข้องเกี่ยว แต่จากภาพที่เห็นก็รู้สึกภูมิใจอยู่ไม่ใช่น้อย ความภูมิใจที่ว่าเกิดขึ้นจากการได้พบเห็นผู้คนมากหน้าหลายตาในสถานที่ดังกล่าว แม้จำนวนจะไม่มากเท่าผับบาร์
แต่ก็นึกแปลกในอยู่อย่างหนึ่งคือ เราพบเห็นนักเรียนที่ร้านหนังสือเป็นจำนวนมาก แต่ทำไมเราไม่พบเห็นลูกศิษย์ของเราในร้านหนังสือมั่ง ที่พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องการเจอหน้าค่าตาอะไร เพียงแต่ต้องการจะสื่อสารออกไปว่า ระดับนักศึกษาเขาไม่เข้าร้านหนังสือกันแล้วหรอ ซึ่งตรงกันข้ามเราไม่พบนักเรียนในผับบาร์ หากแต่มีนักศึกษาเต็มไปหมด ไม่รู้ว่าสมองมันคิดอะไรอยู่ เพราะทันใดนั้นคำว่า "อุดมศึกษา" ก็ผุดขึ้นมาในใจ
ช่างเถอะครับเราคงไม่ต้องไปเสียน้ำลายกับประเด็นดังกล่าว ที่จริงแล้วมันอยู่ที่การเข้าร้านหนังสือในครั้งนี้ใช้เวลานานพอสมควร ได้เลือก อ่านและก็ดูหลายเล่มหลายหมวดหมู่พอควร สิ่งที่ได้หยิบจับมันช่างดี มีค่า มีสาระ มีประโยชน์ ซึ่งเมื่อสำผัสถึงขั้นเกิดกิเลสเลยที่เดียว กิเลสที่ว่าคือความอยากได้ แต่ผลกลับเป็นอันว่าเราไม่สามารถที่จะเอามันออกมาใช้ประโยชน์ได้เลย ทั้งนี้ก็เป็นผลอันเนื่องมาจาก "หนังสือดี ล้วนถูกปิดกั้นด้วยเงินตรา" เพราะราคาต่อเล่มนั้นช่างสูงมาก เมื่อเทียบกับราได้ของตนเองในแต่ละเดือนก็นับว่าเกิดกำลังที่จะนำพามันออกจากสถานที่ดังกล่าวได้ ซึ่งตรงนี้เป็นประเด็นที่มีความสำคัญมากที่เราต้องตั้งคำถามกลับสังคมว่า "ทำอย่างไรเราถึงจะสามารถขจัดปมดังกล่าวให้เกิดขึ้นได้"
สุดท้ายวันนี้เราก็ไม่เสียค่าน้ำแรงโดยเปล่าประโยชน์ ผมตัดสินใจเลือกหยิบหนังสือจากชั้นมา ๑ เล่น มีชื่อว่า การเพาะขยายพันธุ์และเลี้ยงปลาน้ำจืด ราคา ๘๐ บาท เนื่ิองจากเห็นว่าสิ่งเหล่านี้อาจจะช่วยให้เราไม่อดตายได้ และสามารถใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังเลิกงานในการเอาใจใส่มันได้ มันคงเป็นประโยชน์ที่คุ้มค่าเลยที่เดียว และร้านหนังสือจึงไม่ใช่เพียงร้านค้าอย่างร้านค้าอื่นๆ โดยทั่วไปแต่ผมรู้สึกว่ามันเป็นยิ่งกว่าร้านค้าที่มุ่งหาเพียงแต่ผลกำไร แต่มันกลับให้การศึกษาได้ด้วย เพราะว่าที่สำคัญยังพบว่าเราอาจไม่จำเป็นต้องซื้อหามาเก็บแต่เราเข้าไปอ่าน อ่านวันละเล็กละน้อยก็ได้ไม่นานก็จบเล่ม
ผมเป็นอีกคนที่ยืนยันว่าชีวิตเปลี่ยนผ่าน เติบโตมาได้ด้วย "หนังสือ" ..
ในยามเคร่งเครียด เพียงเดินผ่านร้านหนังสือ หัวใจก็พองโต
ความหนักอึ้งในหัวสมองก็ผ่อนคลายไปโดยปริยาย
...