ถามตนเองกับสิ่งที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบัน ครูช่วยย้ำตอนที่ท่านเล่าให้แม่กุลฟังว่า
“ติ๋วเมื่อก่อนเป็นสาวเปรี้ยว และเปรี้ยวมาก ๆ เฟิร์สสุด ๆ เขียนคิ้วเขียนตา แต่งหน้าเข้ม”
แม่กุลย้ำอีกว่า “แม่ไม่เคยเห็นหมอติ๋วคนนั้นเลย”
สี่ปีแล้วซินะ ติ๋วรำพึงกับตนเอง คลิปวิดิโอเมื่อออกค่าย บ้านดินของ RBS ที่พี่ทิดหลอด ทำไว้ค่อย ๆ ไหลมาในมโนภาพ ผู้หญิงผมยาวหยิกทำสีส้มนิด ๆ ใส่เสื้อลายขวางแขนยาว กางเกงยีนส์เซอร์ ตอนที่ออกค่าย แม้ในค่ายจะไม่แต่งหน้า แต่ทีท่ายังดูดีดดิ้น หัวเราะเวอร์เกินจริง แสดงถึงคำว่า “ดัดจริต” ถ่ายภาพแต่ละทีห่วงกลัวไม่สวยไม่น่ารัก แอ๊บสุด ๆ






ภาพเมื่อ ๒๖-๒๗ เมษายน ๒๕๕๑
เป็นคนละภาพกับผู้หญิง ที่มักจะโชว์ลีลาศ วาดลีลาอยู่กลางเวที หน้าตาไม่มีเครื่องสำอางป้ายทาก็ไม่ยอมเดินออกจากห้อง ผมเผ้ายาวสยาย ดูจะยุ่งวุ่นวายเรื่องเยอะกับผมไม่น้อย แม้เป็นห้วงเวลาไม่ต่างกัน เมื่อก่อนดูเป็นผู้หญิงหลายบุคลิก ตอนนี้ก็ยังเป็นแต่แผ่วลงบ้างค่ะ
ภาพประมาณ ๒๕๔๕ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๔๗

ภาพ เมษายน ๒๕๕๑ ถ่ายก่อนไปค่ายบ้านดินสักอาทิตย์ได้
ผู้หญิงสังคมจัด ทุกเดือนต้องมีโชว์ลีลาศ ทุกเดือนต้องไปเที่ยวผับ เธอเปลี่ยนไปมาก
มาจนถึง ณ ทุกวันนี้ การแต่งหน้าความวุ่นวายเหล่านี้หายไปมาก ใบหน้าที่ไม่ถูกต้องเครื่องสำอาง การเที่ยวผับคลายเหงา หรือเพื่อระบายอารมณ์หายไป การจัดการในอารมณ์ดีขึ้น
เมื่อสามเดือนที่ผ่านมาทดลองใช้ชีวิตแบบไม่ทานเนื้อสัตว์ ตามคำแนะนำของครู อย่างมากก็เขี่ย ทานข้าวก่อนเที่ยง จากใบหน้าที่หมองคล้ำเสื่อมโทรมซีดด้วยเครื่องสำอาง ก็พอปรับให้มีสีสัน ขึ้นแววตาดูมีความสุขมากขึ้น อาการจักแร้เป็นฝีมีน้อยลด ยังมีอาการอยู่ตอนเผลอค่ะ

ถ่ายเมื่อ ๑๐ กันยายน ๒๕๕๔ อบรมศีล ๕ วัดป่าหนองไคร้
มาอ่านเจอบันทึกของพี่กะปุ๋มเรื่อง
แต่งหน้า ทำให้เกิดแรงบันดาลใจเขียนบันทึกนี้
ก็นึกย้อนถึงตนเอง เพราะเมื่อก่อนคิดว่า
“กลัวไม่สวย”
ก็ดูจะจัดหนักให้ตนเอง หารู้ไม่ว่าการแต่งแต้มเป็นการทำร้ายเซลล์ผิวหน้า
เซลล์ผม เลยหงอกก่อนวัยอันควรอยู่
ลึก ๆ ก็หวังว่า จะมีคนชม ดึงดูดเพศตรงข้ามอย่างที่ท่านเขียนไว้ ทุกวันนี้พยายามกับตนเอง ค่อย ๆ ถอยวิถีชีวิตที่มันทำร้ายตนเอง พอค่อย ๆ ถอยใจก็ค่อย ๆ เบา ชีวิตก็ค่อย ๆ เบา แม้ระหว่างทางจะมีทนทุกข์กันบ้าง แต่เคยได้ยินไหมค่ะ “มารไม่มีบารมีไม่เกิด” ถ้าไม่เจอทุกข์มาก่อนก็ไม่เห็น ธรรมะ ซึ่งก็คือ ธรรมชาติ ที่แท้จริง ๆแหละค่ะ ว่าผิวกายของเรามันเน่าเหม็นต้องหมั่นชำระล้าง ถ้าไม่อาบน้ำหรือถูกสบู่ไม่สะอาดมันก็จะเน่า ร่างกายข้างในคงไม่ต้องพูดถึง ถ้าทานเนื้อสัตว์ท่านจะผายลมออกมาฉุนมาก แต่ถ้าทานผัก กลิ่นจะเปลี่ยน ที่บทสวดมนต์เขียนไว้ไม่ผิดเพี้ยนเลยสาธุ
อย่าชะล้าใจไป กิเลสนี้มิได้หายไปไหน แม้จะเบาบางแต่มิได้หมดไป รับรู้ว่า ข้างในยังห่วงสวยอยู่ค่ะ แค่เบาลง เขียนเพื่อเตือนตนเองให้ เร่งเพียร