วันอังคาร ที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๔

กราบสวัสดีค่ะครู

 เช้านี้เพื่อนมาขอพักพิง ฝากรถหลบน้ำท่วม แว๊บแรกตอนตื่นว่าจะ หุงข้าวไปจังหัน ไป ๆ มา ๆ คุยกันเพลิน จนจะไปทำงานสาย ศีลข้อ ๔ ด่างพร้อย แวะไปสำนักงานแล้วก็ พาเพื่อนไปทานข้าวแล้วไปส่งเพื่อนขึ้นรถไปนครชัยแอร์เข้ากรุงเทพ เข้าไปที่ทำงาน วันนี้ใจสบายขึ้นตกลงกับตนเองว่า ยังไงก็ทำ แล้วพี่เภสัชอีกคนก็มาสอบถามแล้วลงมาช่วยทำ ทำให้รู้สึกโล่งใจ แล้วเราก็ออกไปจัดหา จัดซื้อของที่ยังขาด ได้เรียนรู้ว่า หาซื้อเองสะดวกกว่าผ่านระบบการจัดซื้อผ่านพัสดุ ราคาต่างกันมาก ๆค่ะครู ประหยัดงบหลวงไปไม่น้อยเลย แต่ที่ซื้อไปแล้วก็ต้องทำใจ เดินหน้าทำยา ลึก ๆ ตั้งใจว่าจะแบ่งกันทำ ติ๋วทำเจลพี่เขาทำ ตำรับขี้ผึ้ง แต่พี่เขาอยากให้มาช่วยกัน ทำได้คนละสูตร รอประเมินการใช้ แม้มันจะไม่ค่อยโอเคงดงาม ถามว่าใช้ประโยชน์ได้ไหม ก็น่าจะไม่มีปัญหาค่ะครู นึก ๆ กับตนเองที่มักจะเปรียบเปรยกันขำว่า “วิถีการทำงานของติ๋ว เป็นเหมือนอาหารชีวจิต หน้าตาไม่ดี รสชาดไม่ฉูดฉาด แต่มีประโยชน์ แต่ต่างจากอาหารฟาสฟู้ด กินง่าย ทานสะดวก แต่อาจจะทำลายสุขภาพภายหลัง เวลาคิดถึงตรงนี้ก็ขำ ๆ ค่ะครู เพราะว่าเมื่อก่อนวิถีชีวิตที่ดำเนินมายิ่งกว่าอาหารฟาสฟู้ด หาประโยชน์ได้ยาก แต่เดี๋ยวนี้เปลี่ยนมาเป็นอาหารชีวจิตได้ยังไง ธรรมะเปลี่ยนคนได้อย่างที่ครูเอ่ยไว้จริง ๆ ตกเย็นอยู่ปรับสูตรตำรับต่อ แล้วก็แวะซื้อของเพิ่มเติม เจอกะละมังข้าวกับจานระลึกถึงครู จึงซื้อจานที่น่าจะปิดฝาได้พอดี ซื้อเผื่อป้าอบและตนเองด้วย เหนื่อยล้ามาทั้งวันแต่พอระลึกถึงตอนที่จะซื้อแก้ว จานกับกะมังไปฝากครูและป้าอบ ใจสบายขึ้นมากเลยค่ะครู ระลึกถึงคำว่า “บุญ ประหนึ่งได้ทำทานอยู่ภายใน ทำอยู่ภายในใจก่อน”

ศีลข้อ ๑ ยังด่างพร้อยอยู่ค่ะครู วันนี้แม้จะมีความมุ่งมั่น แต่ก็มีเผลอเครียดเป็นระยะ ๆ เชื่อในตนเองค่ะครูว่า “ปัญหา ทำให้เกิดปัญญา” อย่างที่ครูสอนไว้ แม้ยังจัดการในตนเองได้ไม่บริบูรณ์ แต่ก็ตั้งใจลุกขึ้นมาทำ ๆ เต็มความสามารถ ติ๋วไม่ได้ทำยาเพราะ “ติ๋วเป็นเภสัชกร” แต่ตั้งใจทำยาเพราะพอจะมีความรู้ความสามารถรับใช้ผู้คนตามกำลังความสามารถที่มี และเชื่อมั่นว่า “สิ่ง ๆนี้ทำได้” วันนี้ระหว่างอธิบายพี่เขาว่า “ทำไมต้องทำยานี้” ใจนึกย้อนถึงความทุกยาก ทุกขเวทนา ที่ผู้น้ำท่วมกำลังเผชิญ กลุ่มคนที่ช่วยเหลือ รวมถึงทีมแพทย์และพยาบาล ข้างในมันก็ตื้อขึ้นมา น้ำตาพาลจะไหล จนต้องหยุดหายใจเข้าลึก มองย้อนเข้าไปใจเพ่งโทษพี่เขาว่า “ไม่เห็นรึว่าเขาทุกข์ยากขนาดไหน ออกมาช่วยกันซิ อย่าปิดตาตนเอง” ตัวกูมันดีดออกมาค่ะครู แต่พอหยุดมันก็เงียบไป แล้วก็ช่วยกันทำงานต่อ ศีลข้อ ๒ วันนี้เข้างานสาย แวะไปส่งเพื่อนด้วย แต่ก็เหมือนได้ชดใช้เพราะอยู่ทำงานจนเย็น ค้นหาพัฒนาวิธีตลอดเวลา เห็นแล้วก็ได้ยิ้มกับตนเอง เออ ดีจังที่ได้มีโอกาสใช้คืนอย่างรวดเร็ว ศีลข้อ ๓ ช่วงนี้เป็นแปลกๆอยู่ข้างในค่ะ ว่าด้วยการแย่งแฟนหรือคู่ผู้อื่นไม่มีค่ะ แต่รู้สึกถึงใจข้างในมีอาการหวั่นไหว เหมือนตะกอนเก่าโดนกวนให้กระเด้งกระดอนขึ้นมาว่า “โจทย์เก่าเรื่องความรักนั้นยังไม่จบ” พิจารณากับตนเองเรื่องนี้เหมือนกันค่ะครู ว่าเรื่องความรัก แค่พักหรือพอ เมื่อก่อนตอนยังไม่รู้จัดคำว่า “ความรัก” ติ๋วก็แค่อยากมีลูกเป็นของตนเอง เหมือนกับใครก็ได้ ที่ทำให้มีลูกได้ แต่อยู่ ๆ ความรู้สึกอยากมีลูกหายไป เหลือแค่อยากมีสามีเป็นของตนเอง ตอนนี้ความรู้สึกอยากมีสามีหายไป แต่ยังหลงเหลือ “ความรู้สึกรัก” รู้สึกอยู่ข้างในถึงคำว่า “เป็นห่วง” แต่ก็ยังไม่พร้อมจะจัดการเรื่องนี้ ขอโอกาสทนดูมันไปก่อนเจ้าค่ะ ศีลข้อ ๔ พยายามกับตนเองทำตามที่ตั้งใจ แต่หลายครั้งก็ถูกข้างในสั่นคลอนเอง เหมือนโกหกคำโต ๆ ศีลข้อนี้ไม่ง่ายเลยสำหรับติ๋ว อ้อ แล้วยังไม่ได้แจ้งครูว่า “นัดหมายแม่ครูกับหมอฟันว่าจะทำฟันเช้าวันศุกร์” ใจหวั่น ๆคิดไม่ดีว่า เกรงว่าครูว่าเอ็ดว่าไปเปลี่ยนตารางโดยพละการ เพราะติ๋วเองกะว่าจะได้ลาวันศุกร์ครั้งเดียวแล้วไปยาวตลอดวันหยุดค่ะ ศีลข้อ ๕ ไม่ดื่มเหล้า แต่สติวันนี้จมกับงาน สวดมนต์ข้างในอยู่น้อยค่ะ...................................กราบขอบพระคุณค่ะครู