Pic_124820

 

เด็กกับการรับชมรายการทีวี ยังคงเป็นประเด็นในการหยิบยกขึ้นมาแสดงให้เห็นถึงผลเสียมากกว่าผลดี จากผลการศึกษาการวิจัย เพราะทีวีเป็นสื่อที่ให้สาระความบันเทิงภายในบ้านที่เข้าถึงทุกคน ทุกวัย สามารถรับชมได้ง่ายๆ และหลายๆบ้านมีเครื่องรับชมมากกว่า 1 เครื่องขึ้นไป

ไซแอนซ์ เดลี่ ดอทคอม รายงานว่า สถาบันการศึกษากุมารเวชศาสตร์ของสหรัฐฯ หรือเอเอพี ได้จัดทำรายงานการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมการรับชมทีวี เครื่องเล่นดีวีดี วีดิโอเกม และคอมพิวเตอร์ของเด็กวัยอนุบาล ต่ำกว่า 5 ขวบ พบว่าเด็กในสหรัฐฯใช้เวลาอยู่หน้าจอโดยเฉลี่ยวันละ 4 ชั่วโมง โดยใช้เวลารับชมขณะที่อยู่ที่บ้านเฉลี่ยวันละ 3.6 ชั่วโมง ขณะที่ใช้เวลา 5.6 ชั่วโมงที่บ้านและสถานรับเลี้ยงเด็ก ทั้งชมทีวีและวีดิโอ

ผลการวิจัยนี้จะถูกตีพิมพ์ในวารสารกุมารเวชศาสตร์ในเร็วๆนี้โดยทำการจัดเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวนเกือบ 9,000 คน ซึ่งทางเอเอพีได้ให้ข้อแนะนำสำหรับเด็กวัยนี้ไว้ว่า ควรใช้เวลาดูทีวี ดูภาพยนตร์ เล่นเกมคอมพิวเตอร์ วันละเฉลี่ย 2 ชั่วโมงไม่เกินนี้ แต่ทว่าผลวิจัยชี้ว่า เด็กๆยังคงใช้เวลามากกว่านี้ถึง 66% ขณะที่สถานรับเลี้ยงเด็กโดยเฉลี่ยถึง 87% เกินคำแนะนำ

การชมโทรทัศน์ในเด็กเล็กได้ รับการเชื่อมโยงกับความล่าช้าในการพูด, พฤติกรรมก้าวร้าว โรคอ้วน แต่ไม่กี่รัฐมีกฎระเบียบเกี่ยวกับเวลาที่หน้าจอในการตั้งค่าการดูแลเด็กได้รับใบอนุญาต และผู้จัดทำวิจัยเชื่อที่กฎระเบียบดังกล่าวอาจมีประโยชน์ในการเหนี่ยวรั้งเวลาหน้าจอ

ที่ผ่านมาทางเอเอพีได้ให้ข้อมูลว่า เด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบไม่ควรดูโทรทัศน์ และเด็กอายุมากกว่า 2 ขวบขึ้นไปไม่ควรดูโทรทัศน์มากกว่าหนึ่งหรือสองชั่วโมงต่อวัน จะทำให้เด็กเล็กๆเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะว่าเด็กเล็กๆควรจะนอนอย่างน้อย 12 ชั่วโมงต่อวัน

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยบางคนชี้ว่าทีวีบางรายการก็ช่วยในเรื่องพัฒนาการของเด็ก โดยเฉพาะรายการสำหรับเด็กและรายการเกี่ยวกับการศึกษา อาจช่วยสอนและเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เด็กในด้านภาษาด้านมารยาทที่ดี หรือความคิดที่สร้างสรรค์ แต่ถือเป็นสัดส่วนที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับรายการทั่วไป

ที่สำคัญบรรดาพ่อ แม่ ผู้ปกครองจะเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการควบคุมดูแล สอดส่องพฤติกรรมของเด็กเพื่ออนาคตสดใสในวันข้างหน้า.