วันที่ ๖ ต.ค. ๕๔ ทีม มสส. ได้แก่ นพ. ประเสริฐ, คุณอ้อ, คุณตูล, และผม ประชุม BARเวที “สร้างชุมชนการเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์” ครั้งที่ ๒ ซึ่งจะจัดระหว่างวันที่ ๒๒ - ๒๓ ต.ค. ๕๔วง dialogue แบบสบายๆ สนุกๆ ทำให้ผมปิ๊งแว้บวิธีตั้งวงประชุมเพื่อนำไปสู่ action ที่โรงเรียนที่มาร่วม เรารู้ว่าทางโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการคุ้นเคยกับการพูดหลักการ แต่ไม่ไปสู่การลงมือทำ
KM เป็นเรื่องของการลงมือทำ และเป็นเครื่องมือสร้าง engagement สู่การลงมือทำ โดยที่เป้าหมายของการลงมือทำคือ จัดวง ลปรร. ของครูในโรงเรียน และในเขตพื้นที่การศึกษา ที่เรียกว่า PLC (Professional Learning Community) ของครู
เราคุยกันว่า ในกลุ่มครูและผู้บริหารที่มาร่วมเวทีนี้ มีบางเขตพื้นที่ หรือบางโรงเรียน ได้ริเริ่มดำเนินการไปบ้างแล้ว (เรียกกลุ่มนี้ว่า กลุ่ม ก ซึ่งอาจมี ก ๑, ก ๒, ...) จึงออกแบบให้กลุ่มเหล่านี้เป็นผู้เล่ากิจกรรมที่ตนดำเนินการว่าคิดอย่างไร มีเป้าหมายอะไร ทำอย่างไร เห็นผลอะไรบ้าง ในลักษณะของการทำ AAR ให้เพื่อนฟัง แล้วให้ผู้เข้าร่วมที่เหลือ (เรยกว่ากลุ่ม ข ซึ่งอาจมีกลุ่ม ข ๑, ข ๒, ...) ทำ BAR ว่าฟังแล้วตนปิ๊งแว้บ วิธีการดีๆ อะไรบ้าง และจะกลับไปทำอะไร แล้วให้กลุ่ม ก ให้คำแนะนำว่า ที่กลุ่ม ข คิดจะกลับไปทำนั้น วิธีการใดบ้างที่ตนเคยใช้แล้วไม่ได้ผล วิธีใดใช้แล้วได้ผลดี วิธีใดที่หากจะใช้ต้องมีข้อพึงระวัง ฯลฯ วิธีการหลังนี้เรียกว่า "เพื่อนช่วยเพื่อน" (peer assist)
จะเห็นว่า เราเตรียมใช้เครื่องมือ KM สามอย่างในวง ลปรร. เดียวกัน ได้แก่ BAR, AAR, Peer Assist ซึ่งที่จริงเราใช้มากกว่า ๓ อย่าง คือใช้ storytelling และ appreciative inquiry ด้วย
วิจารณ์ พานิช
๘ ต.ค. ๕๔
ความเป็นครูนั้นมิได้อยู่ที่ความรู้และทักษะการสอนเท่านั้น การเป็นแบบอย่างทางด้านวิถีชีวิตที่นักเรียนสัมผัสได้ เป็นคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดของความเป็นครูก็ว่าได้
เพราะสิ่งนี้จะประทับแน่นในใจของนักเรียน และส่งผลต่อชีวิตของเขาได้ยั่งยืนยาวนานกว่าความรู้ในห้องเรียนซึ่งส่วนใหญ่มักจะลืมเลือนตามกาลเวลา.