น้ำท่วม

ในมุมมองของผม ในฐานะนักภูมิศาสตร์ ได้ฟังนักวิชาการหลายๆท่านได้พูดถึง ปัญหาน้ำท่วมของบ้านเราในปี 2554 ซึ่งหลายคนมุ่งประเด็นไปยังเรื่องของ ปรากฏการณ์ปี 2010 ตามของฝรั่ง บางคนก็ว่าเป็นอาเพศ จากผู้ปกครองที่เป็นหญิงบ้างล่ะ พูดกันไปต่างๆนานา ซึ่งตรงนี้ถ้าคนที่มีวิจารณาญาณหรือสามารถหาความรู้จากแหล่งความรู้อื่นๆได้ ก็ย่อมจะมีข้อโต้แย้ง หรือข้อหักล้างแนวคิดของนักวิชาการหลายๆคน แต่คนที่ฟังเพียงอย่างเดียว ก็จะเชื่อในสิ่งนั้น โดยไม่มีการใช้หลัก ค-ว-ย ไม่ใช่คำหยาบนะครับ ค-คิด ว-วิเคราะห์ ย-แยกแยะ ซึ่งตรงนี้ผมว่าคนไทยเราขาดทักษะด้านนี้มากๆ ผมทำงานอยู่ในสถาบันการศึกษา ซึ่งผลิตคนไปสอนคน ยังรู้สึกว่า ผู้เรียน ยังต้องฝึกทักษะตรงนี้อย่างมากถึงมากที่สุด เอาล่ะเดี๋ยวจะลงทะเลไปก่อนน้ำ ทีนี้กลับมาที่ว่าทำไมบ้านเราถึงน้ำท่วมแบบวินาศสันตะโร ขนาดว่าท่วมนิคมอุตสาหกรรมหายไป 4-5 นิคม ความสูญเสียเป็น แสนๆล้านบาท โอ้แม่เจ้า เราคนธรรมดา เงินแค่หลักแสนกว่าจะสะสมได้ในชีวิตหนึ่งนี่มันแสนยากเย็น แต่นี่แค่แสนเดหมือนกัน แต่ดันเอาล้านมาคูณเข้าไปอีก มันจะมหาศาลแค่ไหน  ขี้เกียจคิด เมื่อยเปล่า ทีนี้เรามาแยกกันเป็นประเด็นๆเลยนะครับว่าทำไม น้ำถึงได้ท่วมขนาดนี้

1. เรื่องของลักษณะทางกายภาพของพื้นที่

หลายคนคงรู้ดีนะครับว่า น้ำมันจะไหลจากที่ต่ำลงสู่ที่สูง ตามทฤษฎีแรงโน้มถ่วง ของนิวตัน เพราะฉะนั้น จงอย่าแปลกใจว่า ทำไมน้ำมันถึงไหลมารวมที่ อยุธยา สุโขทัย นครสวรรค์ แล้วพร้อมใจมาเยี่ยมกรุงเทพและปริมณฑล เพราะว่าพื้นที่ดังที่กล่าวมันอยู่ต่ำกว่าชาวบ้านชาวเมืองเขา น้ำมันจึงไหลมารวมกันยังไงล่ะ เคยเห็นน้ำมันไหลจากสระบุรีย้อนกลับไปทางโคราชไหมล่ะ เพราะฉะนั้นจึงต้องทำใจสำหรับคนที่เราอาศัยอยู่บริเวณจังหวัดดังกล่าว ซึ่งไม่สามารถหลบหลีก หรือหลีกลี้ไปไหนได้ นอกจากขายที่ดิน แล้วไปหาซื้อที่ดินอยู่ทางเหนือ หรือทางภาคอีสาน ไม่ก็ทางจันทบุรี  ซึ่งเป็นที่สูง ซึ่งปัจจุบันก็มีราคาค่อนข้างสูงอยู่ ถ้าไม่ย้ายก็ต้องทำใจยอมรรับและปรับตัวให้สามารถอยู่กับน้ำท่วม ซึ่งถือว่าในอนาคตนี้จะเป็นแขกผู้มาเยือนผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่รับน้ำในทุกๆปี

2. ปริมาณน้ำฝนที่ตกมีมากเกินไป

หลายคนนำไปผูกกับเรื่องของภาวะโลกร้อน เรื่องของปี 2012 ซึ่งผมก็ไม่ได้คัดค้านอะไรนะ แล้วแต่คนจะคิด เพราะเรามีอิสระในความคิดอยู่แล้ว ในปีนี้ไม่รู้เกิดจากการเสี่ยงทายของพระยาแรกนาหรือเปล่า ผมว่าเกิดจากปรากฏการณ์ของการเคลื่อนที่ของแกนโลก หรืออาจจะเกิดจากปรากฏการณ์ที่เรียกว่า โลกร้อน ที่ทำให้สภาพภูมิอากาศเกิดความปั่นป่สวนไปทั่วโลก ซึ่งผมได้สังเกตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของบ้านเรามาตั้งแต่ปี 2548 ซึ่งเริ่มไปเรียนปริญญาโท มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ในทุกปี เราจะเห็นว่า น้องฝนนี่สามารถมาเยี่ยมเราได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเดือนไหนก็ตาม ปีนี้กลายเป็นว่าฝนตกตั้งแต่ต้นปี แล้วลากยาวมาจนเกือบถึงกลางเดือนตุลา เป็นที่น่าสังเกตว่า พายุปีนี้เข้ามาอย่างมากมายและต่อเนื่อง ไม่ทันที่น้ำจะลดก็มีน้ำใหม่มาเติมอยู่ตลอดเวลา ซึ่งมันก็เป็นอะไรที่ไม่ต้องอธิบายแล้วล่ะว่าทำไมน้ำมันถึงระบาดไปทั่ว เพราะดินข้างล่างไม่สมารถที่จะรับน้ำเพิ่มอีกมันก็ต้องล้นออกมาเป็นธรรมดา รวมไปถึงเขื่อนต่างๆอีกด้วย น้ำมันก็เลยต้องออกมาเที่ยวอย่างที่เราเห็น

3. การขยายตัวของเมือง ซึ่งทำให้น้ำมีการไหลบ่าอย่างรวดเร็ว

อันนี้ผมได้ความรู้มาจากท่านอาจารย์ของผม แล้วพอเอามาประยุกต์กับวิชาภูมิศาสตร์ที่ผมถนัด เลยถึงบางอ้อเลย ว่าในประเทศไทยเรานั้นระบบผังเมือง หรือหารควบคุมการขยายพื้นที่ของเมืองทำได้อยู่ในระดับที่ดีน้อยที่สุด หรือเรียกว่า ห่วยบรม นั่นแร่ะ เคยมีคนถามผมว่าในบ้านเรามีผังเมืองที่ไหนดีที่สุดไหม ผมตอบอย่างไม่ต้องคิดเลยว่า ไม่มี เพราะเมืองบ้านเราเนี่ย ต้องเข้าใจอย่างหนึ่งว่า ระบบผังเมืองเข้ามาหลังจากมีการขยายตัวของเมืองไปแล้ว ดังนั้นเราจะเห็นว่าทุกเทศบาล หรือทุกเขตผังเมืองรวม ถนนโค้งตวัดไปมา ซึ่งในประเทศที่เขาวางผังก่อนที่จะให้เมืองลงไปอยู่นั้น ถ้าอยู่ต้นสายของถนน เราสามารถมองเห็นปลายทางของถนนได้ บ้านเรานี่กี่โค้งก็ไม่รู้ แต่เอาล่ะมันอาจจะไม่ใช้สาระสำคัญเท่าไหร่  แต่ขอบ่นหน่อย ที่นี่มาดูเรื่องของการขยายตัวของเมืองหน่อยละกัน การขยายตัวของเมืองนั้น สิ่งหนึ่งที่เราจะสูญเสียไปจากพื้นที่เมืองเลย ก็คือพื้นดิน ซึ่งพื้นที่ดินนี่แร่ะเป็นเหมือนสำลี ไม่ผิดนีกที่ผมจะเปรียบพื้นดินกับผ้าอนามัย เพราะว่าอะไร เพราะว่าพื้นดินเป็นที่สำหรับการดูดซับน้ำฝน หรือน้ำที่ไหลบ่ามาจากแหล่งอื่นไว้ ทำให้เกิดการไหลบ่าที่น้อยลง น้ำมันก็ท่วมน้อยลง พอเมืองมีการขยาย เรามีการเทคอนกรีตเพราะรังเกียจเวลาเราที่เราเดินแล้วมันติดเท้า แล้วเป็นไงล่ะ อย่างที่เห็นนั้นแร่ะ เราหนีน้ำท่วมไม่พ้น

อีกประเด็นหนึ่ง เรื่องของทางระบายน้ำ ผมเคยคุยกับทนายเรื่องเกี่ยวกับจะฟ้องคนที่บุกรุกลำรางสาธารณะ โดยใช้หลักฐานจากภาพถ่ายทางอากาศ ผมได้รู้ปัญหาว่า บ้านเราเนี่ย เวลาที่เมืองมันขยายตัวออกไป ทางน้ำ หรือทางในการระบายน้พำมันจะถูกทำลายไปด้วย การทำลายนั้นก็โดยการเปลี่ยนรูปแบบให้มันใหม่ โดยการเปลี่ยนจากระบบเปิด เป็นระบบปิดมันซะเลย คลองที่เคยกว้าง 3-4 เมตร ถมแล้วเอาท่อกว้าง 1-1.5 เมตรไปใส่ไว้ มันคงระบายทันหรอกนะ แถมด้วยการไปสร้างสิ่งปลูกสร้าง ไม่ว่าที่อยู่อาศัย ถนน หรือสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ กั้นทางไหลของน้ำไว้ แล้วให้มันไหลไปรวมออกทางช่องซึ่งมีขนาดกว้างเพียงไม่กี่เมตรเท่านั้น มันก็ท่วมเป็นธรรมดา

4. การเตรียมความพร้อมในการรับมือ

อันนี้ผมขอด่าตรงๆเลยได้ไหมว่า ผู้ที่มีความเกี่ยวข้องไม่เคยพร้อมเลยสำหรับการเตรียมความพร้อมในเรื่องเหล่านี้ เรามีทั้งกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งมีการพยากรณ์ที่ค่อนข้างแม่นยำ ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่  ศูนย์ภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งเอาภาษีพวกเราไปใช้หลายร้อยล้านแล้วนะ แต่เราไม่เคยเอามาใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง แถมให้ด้วยเรามีดาวเทียมสำรวจทรัพยากรธรรมชาติที่สร้างด้วยเงินภาษีเรากว่า 6 พันล้านบาท ซึ่งเงินลงทุนตรงนี้ผมยังมองว่าเรายังใช้ประโยชฯือย่างไม่เต็มที่ บางหน่วยงานเอามาใช้ แต่ไม่เอาผลการวิจัยไปสร้างประโยชน์ เก็บไว้ให้ปลวกมันกิน บางคนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ อย่าง ดร. สมิทธิ ที่ออกมาบากมาพูดในเรื่องภัยพิบัติ หลายคนก็ไปหาว่าแกบ้า แล้วเป็นไงล่ะ เจอไปเต็มๆ ไม่ต้องอุทรณ์แล้วสำหรับคนที่ไปด่าแกอ่ะ บ้านเราถ้าใครออกมาพูดเรื่องที่มันไกลตัว เราก็จะไปหาว่าเขาเพ้อเจ้อ ไร้สาระ แต่พอเกิดขึ้นแล้ว เรากลับไม่นำเอามาใช้เป็นบทเรียน หรือกรณีศึกษา หายไปกับสายลมแสงแดดและเงินทุน ในการเตรียมความพร้อมในการรับมือนั้นผมว่าอย่างบรมห่วย ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร ประเทศจีนเขาสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขง เขารู้ถึงสภาพภูมิอากาศล่วงหน้า เขาปล่อยน้ำในเขื่อนของเขาล่วงหน้าก่อนที่จะได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำฝนที่มากเกินไป แต่พี่ไทยนี่ไม่ได้ปล่อยหรอก ที่ปล่อยอยู่คือปล่อยไปตามตารางการผลิตกระแสไฟฟ้าเท่านั้น ผลที่ออกมามันก็เป็นอย่างที่เห็นนี่ล่ะ พอน้ำเยอะเราก็เร่งปล่อย พอเร่งปปล่อยพร้อมกันมันก็มาประดังกันบริเวณพื้รนที่รับน้ำ ความซวยก็เกิดกับคนที่อาศัยอยู่ เท่านั้นยังไม่พอ ฝนที่ตกแบบลืมวันลืมคืน นอกจากน้ำที่ไหลมาเติมอยู่ตลอดเวลาแล้ว น้ำฝนที่ตกในพื้นที่ตัวเองก็มาก ดังนั้นมันไม่ท่วมมันจะทนอยู่ได้อย่างไรล่ะ

5. ความดื้อรั้นของคน

เราพยายามที่จะเอาชนะธรรมขาติด้วยวิธีการต่างๆ จนทำให้สภาพแวดล้อมของโลกเราเละเทะมาจนถึงปัจจุบัน เราพยายามควบคุมธรรมชาติ โดยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่เราลืมนึกถึงความเป็นปกติของธรรมชาติไป ธรรมชาตินั้นมันเกิดได้มันก็ย่อมดับได้ ตามหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา เอาละมันจะเกี่ยวกันอย่างไรกับน้ำท่วมคราวนี้ เราสังเกตไหมว่าน้ำที่ท่วมอยู่นั้นไม่มีน้ำที่สีขุ่นหรือมีตะกอนของดินปะปนมาเลย แสดงว่า เป็นน้ำที่ผ่านกระบวนการตกตะกอนมาแล้ว น้ำมีลักษณะใส จนมองเห็นพื้น จึงสามารถตีความได้ว่า ส่วนหนึ่งเป็นน้ำฝนของพื้นที่เอง อีกส่วนหนึ่งเป็นน้ำที่ปล่อยมาจากเขื่อน และอีกส่วนหนึ่งเป็นน้ำที่เคยท่วมขังจากที่อื่นมาแล้ว ทีนี้เรามาดูความดื้อรั้นของคนละกัน ถ้าเราปล่อยน้ำให้มันกระจายไปแพร่ระบาดไป โดยที่ไม่มีการสกัดกั้น เพราะว่าเหตุผลทางด้านการสูญเสียทางเศรษฐกิจ ซึ่งตรงนี้ผมเข้าใจนะครับว่ามันเป็นเหตุผลที่ไม่สามารถกล่าวได้ด้วยคำพูด แต่มันมีตัวเลขยืยยันชัดเจน ทีนี้ในมุมมองของผมคือ เราไปกั้นน้ำไว้เพื่อจะบังคับให้มันไปในทิศทางที่หลบเลี่ยงจากพื้นที่ใจกลางทางเศรษฐกิจ การกั้นไว้แล้วให้มันไหลไปในทิศทางเดียวนั้น พลังแฝงที่เกิดจากการรวมตัวของน้ำปริมาณมากๆนั้น มันย่อมมากตามไปด้วย และประมาณน้ำมันก็มีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่าลืมนะว่า เรากั้นไม่ให้มันไปในทิศทางที่มันควรจะไป แล้วบังคับมันออกอีกทางหนึ่ง ซึ่งตรงนี้แรงปปะทะจะมีมากมาย ยิ่งน้ำจากทางเหนือไหลมาเติมอีกมันก็จะสร้างแรงปะทะเพิ่มขึ้นอีก ดังนั้นเราอย่าแปลกใจว่าทำไมพนังกั้นน้ำมันถึงแตก และสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง โดยเฉพาะล่าสุดในเขตนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ตามภาพข่าว ไม่ต้องอธิบายอะไรมาก

ทีนี้ถามว่าผมเห็นแย้งกับเนวทางตามพระราชดำริฯหรือไม่ ผมบอกเลยว่าผมไม่ได้เห็นแย้งนะ แต่ผมคิดว่าคนที่รับแนวทางมาปฏิบัติอาจจะตีความผิดไป เพราะเท่าที่เคยอ่านจากงานเขียนต่างๆ ในหลวงท่านทรงคิดแนวทางในการจัดการน้ำมาอย่างต่อเนื่อง แต่คนเอาไปทำเนี่ยทำแล้วไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไหร่ ต้องให้ท่านลงมาทำเอง ผมก็งงกับบ้านี้เมืองนี้เหมือนกัน

ผมก็มี 5 ประเด็นนี่แร่ะว่าทำไมน้ำถึงได้ท่วมบ้านเราอย่างวินาศสันตะโรขนาดนี้ ทีนี้ใครจะเพิ่มเติมตรงไหน ก็เอามาเพิ่มได้เลยนะครับ ผมไม่อยากไปเตะกับรัฐบาลมากนะ ถึงแม้จะตะหงิดๆใจอยู่ก็เถอะ เอาเป็นว่าบ้านเรายังมีพวกอวดโง่อยู่เยอะนะครับ ผมเคยได้ยินมีคนพูดว่า เนี่ยที่น้ำท่วมเป็นเพราะเราทำฝนเทียมกันมาก ไม่รู้ว่าเอาสมองส่วนไหนคิดกันนะ ผมไม่เข้าใจพวกเขาเหมือนกัน ยังก็ขอเอาใจช่วยทุกท่านที่ประสบปัญหาน้ำท่วมให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี พอน้ำลดแล้วค่อยๆคิด ค่อยใช้สติในการเริ่มต้นชีวิตใหม่นะครับ

ขอบคุณครับ