บุรุษผู้ท้าทาย ชาร์ล ดาร์วิน

                   Stephen    Jay   Gould   บุรุษผู้ท้าทายชารล์   ดาร์วิน

Stephen Jay Gould  เป็นนักบรรพชีวินวิทยา  และนักเขียนวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา เป็นผู้ศึกษาค้นคว้าทฤษฏี การอุบัติขึ้นของสิ่งมีชีวิตแล้วหมดไป  หักล้างทฤษฎีวิวัฒนาการสิ่งมีชีวิตของชาร์ล  ดาร์วิน โดยได้จากการศึกษาหลักฐานจาก ฟอสซิลของสิ่งมีชีวิต ซึ่งทฤษฏีของเขากล่าวว่ามีหลายกรณีที่วิวัฒนาการไม่ได้เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปดังที่ ดาร์วินตั้งสมมติฐานไว้ เช่น เป็นที่รู้กันดีว่าไดโนเสาร์ได้สูญพันธุ์ไปอย่างสิ้นเชิงในเวลาอันรวดเร็ว เมื่อประมาณ   65 ล้านปีก่อน และเปิดทางให้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมนำหน้าขึ้นมาทั้งในด้านจำนวนและความหลากหลายจนถึงปัจจุบัน จึงดูเหมือนว่าการเกิดสิ่งมีชีวิตใหม่ที่ต่างจากเดิมนั้นอาจเกิดขึ้นจาก เหตุการณ์บังเอิญก็เป็นได้

         ภาพ ต้นไม้แห่งชีวิตของสตีเฟน เจ กูล แสดงสายวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตโดยใช้แต่ละกิ่งของต้นไม้แสดงสายย่อยของ วิวัฒนาการ แนวนอนแทนความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตและแนวตั้งแทนระยะเวลาที่ผ่านไป จากภาพแสดงให้เห็นว่าแต่ละกิ่งย่อยกำเนิดมาจากจุดเดียวกันแล้วจึงแตกแขนงออกไป หมายถึงสิ่งมีชีวิตแบบดั้งเดิมมาจากบรรพบุรุษร่วมกัน เมื่อกาลเวลาผ่านไปก็อาจต้องไปอยู่อาศัยในถิ่นฐานที่แยกกันไปด้วยสาเหตุ ต่างๆ และเมื่อแยกกันนานๆก็จะมีการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของตนจนไม่สามารถกลับมาเป็นสายพันธุ์เดิมได้อีก เรียกว่าเกิด adaptive radiation (ดังตัวอย่างของนกฟินช์ที่มีจงอยปากต่างกันตามเกาะต่างๆของหมู่เกาะ กาลาปากอส) นอกจากนี้สตีเฟน เจ กูล ยังเห็นว่าสิ่งมีชีวิตในอดีตนั้นมีการสูญพันธุ์ไปมากมาย ดังนั้นต้นไม้แห่งชีวิตแต่ละกิ่งที่แตกแขนงไปนั้นจะต้องมีบางแขนงที่หยุดการ แตกกิ่งก้านซึ่งหมายถึงการสูญพันธุ์ไปนั่นเอง ส่วนกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่ยังอยู่รอดก็ยังคงมีการแตกกิ่งก้านได้ต่อไป นอกจากนี้สิ่งมีชีวิตที่อยู่บนปลายยอดที่สูงกว่าก็ไม่ได้หมายความว่ามี วิวัฒนาการที่ก้าวหน้ากว่าสิ่งมีชีวิตอื่นแต่อย่างใด หากแต่สิ่งมีชีวิตนั้นมีสายวิวัฒนาการไปในแนวทางของตนเท่านั้นเอง เช่น มนุษย์กับลิง ไม่ได้หมายความว่ามนุษย์มีวิวัฒนาการสูงกว่าลิง แต่มนุษย์กับลิงมีสายวิวัฒนาการไปในแนวทางของตนเอง 

จากทฤษฏีที่สตีเฟน เจ กูล  นำเสนอไปนั้นสวนทางกับชาร์ล  ดารวินอย่างสิ้นเชิง  เนื่องด้วยทฤษฏีของชาร์ล  ดาร์วินไม่สามารถอธิบายถึงความซับซ้อนของการเกิดวิวัฒนาการได้อย่าง สมบูรณ์ และไม่แน่ว่าวิวัฒนาการเกิดจากการเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ จริงหรือไม่ สตีเฟน เจ กูล  จึงได้เสนอทฤษฏีใหม่นี้ขึ้นมา   ซึ่งปัจจุบันนี้นักชีววิทยาที่ศึกษาเกี่ยวกับวิวัฒนาการนั้นแบ่งขั้วทางแนวคิดออกได้ เป็นสองกลุ่มคือ คือ กลุ่มที่เห็นด้วยกับแนวคิดของดาร์วินเกี่ยวกับกลไกการคัดเลือกโดยธรรมชาติ ได้แก่ สตีเฟน พิงเกอร์ (Stephen Pinker) เอ็ดวาร์ด โอ วิลซัน (Edward O Wilson) แมทท์ ริดลีย์ (Matt Ridley) และ มาร์ค ริดลีย์ (Mark Ridley) สำหรับอีกกลุ่มที่ดูจะไม่เห็นด้วยกับแนวคิดส่วนหนึ่งของชาร์ล  ดาร์วินนักชีววิทยาเหล่านี้ได้แก่ นิลส์ เอลเดร็จ (Niles Eldredge) สตีเฟน เจ กูล (Stephen J Gould) สต๊วท คาฟแมน (Stuart Kauffman) และ สตีเวน โรส (Steven Rose) นั่นเอง

                โดยปัจจุบันได้นำการถ่ายทอดทางพันธุกรรมมาใช้ในการศึกษาในหลายๆด้านรวมไปถึงการศึกษาวิวัฒนาการซึ่งทำให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและอาจจะเกิดทฤษฎีวิวัฒนาการใหม่ๆเกิดขึ้น

ในส่วนของดิฉันเองเห็นด้วยและเชื่อว่ามีกระบวนการวิวัฒนาการเกิดขึ้นจริง ซึ่งดูได้จากทั้งการศึกษาฟอสซิลและความหลากหลายทางชีวภาพที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้   เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้ามากขึ้นเราคงได้รู้ถึงวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตที่ชัดเจน และอธิบายข้อสงสัยของเราได้ชัดเจนกว่าปัจจุบันแน่นอน