สถานการณ์ที่นำท่วมสูงในหลายจังหวัดในขณะนี้เป็นเรื่องน่าห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง เราจะเห็นมีการเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก เรื่องอาหารแห้ง ส้วมกระดาษ อื่นๆ โดยเฉพาะพี่น้องมุสลิมในหลายจังหวัดไม่ว่าจะเป็นที่อ่างทอง ที่อยุธยา ต้องอดทนกันอย่างยิ่งยวด โดยเฉพาะสถานที่และน้ำสะอาด สำหรับการละหมาด เราทราบดีว่าเมื่อน้ำท่วม แม้แต่ที่ละหมาดยังไม่มี อย่าว่าแต่น้ำสะอาด น้ำกินก็ยังหายาก ดังนั้นเพื่อให้พี่น้องชาว GotoKnow ได้ทราบว่า การละหมาด ของมุสลิม ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามมีความจำเป็นและสำคัญมากทีเดียว ข้าพเจ้าได้ยินจากพี่น้องชาวไทยพุทธ แล้วรู้สึกว่าต้องให้ความรู้ความเข้าใจ ว่าการนมาซสำคัญมาก ทั้ง 5 เวลาที่เป็นละหมาดบังคับ(วายิบ) และละหมาดซุนนะ ละหมาดตามแบบอย่างท่านศาสดามูฮัมมัด (ซ็อล) ไม่อยากได้ยิ่งว่า"น้ำท่วมขนาดนี้แล้วยังมาหาที่ละหมาดอยู่อีกไอ้พวกบ้า" จริงๆเรื่องนี้ท่านที่เป็นคนต่างศาสนิกไม่ต้องแสดงความเห็นหรอกเพราะท่านไม่เข้าใจความสำคัญของการละหมาด แต่สำหรับมุสลิมแล้วจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่ง ผมมีบทเรียน เมื่อผมเข้าไม่เยี่ยมนักโทษมุสลิมที่เรือนจำกลางขอนแก่น และฑัณทสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น แต่ก่อนเมื่อเรายังไม่เข้าไป เขาห้ามมุสลิมละหมาด ให้ใส่แต่กางเกงขาสั้น อิสลามผู้ชายต้องปกปิดตั้งแต่สะดือจนถึงหัวเข่า และเขาต้องละหมาด เมื่อเราไปคุยกับผู้บัญชาการ และผู้อำนวยการให้เข้าใจเขาก็ให้นักโทษเหล่านี้นำโสร่งลงมาเพื่อละหมาดได้ ไม่ห้ามกัน ก่อนนี้มีนักโทษชาวอินโด 2 คน ก็โดนบังคับเช่นกัน เขาบอกกับเราว่า ไม่ได้ละหมาดถึงกับประสทาจะเสีย มันเสียคุณค่าของชีวิตเลยทีเดียว ผมเข้าใจ และต้องขอร้องเจ้านาย และผู้คุมให้เขาได้ละหมาด จนเดี๋ยวนี้ผมก็ต้องเขาไปดูแลพี่น้องเหล่านี้เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปฏิบัตินักนักโทษมุสลิมให้ถูกต้อง

สิ่งหนึ่งซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในยุคสมัยของเรานี้ ก็คือเราต้องเข้าใจว่า "นมาซ"(ละหมาด) คืออะไร มันจำเป็นหรือไม่ และมีการปฏิบัติอะไรบ้างในนมาซ อะไรที่จะต้องกล่าวในนมาซ ที่สำคัญแล้วเราปฏิบัตินมาซกันทำไม

ก่อนทำความเข้าใจว่าทำไมเราต้องนมาซในทุกๆวัน วันละห้าเวลา เราต้องยอมรับก่อนว่ามนุษย์คือสิ่งถูกสร้างที่พิเศษที่สุดของพระผู้เป็นเจ้า(พระองค์อัลลอฮ ซ.บ ) โดยเฉพาะคุณลักษณะของการหลงลืม หลงผิด ละเมิด หลงลืมว่าตนเองเป็นใคร หลงลืมว่าวันหนึ่งเราต้องกลับคืนสู่พระผู้เป็นเจ้า ละเมิดในสิ่งที่ผิดศีลธรรม ชอบเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ และอีกหลายๆ ประการ

            การใช้ชีวิตของมนุษย์  ปกติประจำวันย่อมต้องหมกมุ่นอยู่กับภารกิจต่างๆ ซึ่งเป็นเหตุให้มนุษย์ หลงลืมตัวเอง ออกจากเป้าหมายการใช้ชีวิตที่แท้จริงได้ จนถึงขั้นหลงลืมพระผู้เป็นเจ้าในที่สุด  ด้วยเหตุนี้ กฎเกณฑ์แห่งการอิบาดะฮ์ (การเคารพภักดี)จึงถูกกำหนดขึ้น ด้วยความเมตตาของพระองค์ ให้มีอยู่ในชีวิตประจำวันของมนุษย์ เพื่อให้มนุษย์ไม่หลงลืมตัวเอง ไม่ออกจากเป้าหมายแห่งการใช้ชีวิตที่แท้จริง และรำลึกถึงพระองค์อยู่ตลอดเวลา

         นมาซ(ละหมาด) ทำไม

         ไม่ว่าจะสาธยายถึงการนมาซมากมายสักเพียงใดก็ตาม เราก็ยังไม่สามารถบรรยายถึงสิทธิที่แท้จริงของนมาซได้เลย ต้องยอมรับว่าเราแค่มีความสามารถอธิบายวัตถุประสงค์ หรือความหมายของนมาซ ได้แค่บางประการเท่านั้น

1 นมาซคือ ภารกิจประจำวันตั้งแต่รุ่งสาง จนจรดค่ำ (แค่นมาซ(ละหมาด)ภาคบังคับไม่ได้รวมถึงนมาซภาคอาสา) มนุษย์เมื่อลืมตาเริ่มต้นชีวิตด้วยการรำลึกถึงพระองค์ และสิ้นสุดการดำเนินชีวิตในวันนั้นด้วยการรำลึกถึงพระองค์

2  นมาซคือสัญลักษณ์และอุดมคติของมุสลิมเพราะนมาซอธิบายถึงหลักความเชื่อ แนวความคิด ความปรารถนาและแบบอย่างที่ดีงามไว้

3 นมาซคือมนุษย์ทุกชนชั้นวรรณะต้องปฏิบัติ ยาจกหรือเศรษฐี อยู่บนดินหรืออยู่ในอวกาศ เป็นเครื่องหมายว่าต้องเคารพภักดีพระองค์เท่านั้นไม่ว่าจะอยู่หนใด และเป็นใครก็ตาม

4 นมาซเป็นการปฏิบัติที่ทำการเชิญชวนมนุษย์ไปสู่ความดี และห้ามปรามมนุษย์จากความชั่ว

5 นมาซคือการเข้าเฝ้าพระผู้เป็นเจ้า

6 นมาซ คือการป่าวประกาศถึงความยิ่งใหญ่ของพระผู้เป็นเจ้า และยอมรับความต่ำต้อยของการเป็นมนุษย์

           นมาซไม่ใช่เป็นแค่การก้มๆๆ เงยๆๆ ลุกขึ้นแล้วนั่ง แต่นมาซคือภารกิจอันยิ่งใหญ่

           ท่านอิมามอะลี (อ)ผู้ปกครองอิสลามรุ่นที่ 4 กล่าวว่า "นมาซได้สร้างความสงบแก่มนุษย์ สร้างความยำเกรงให้กับสายตา สร้างความสำนึกให้กับวิญญาณ สร้างความอ่อนน้อมให้กับจิตใจ ขจัดความยิ่งจองหองและอวดดี และเมื่อหวาดกลัวตกอยู่ในภัยอันตราย การระลึกถึงพระองค์ด้วยการนมาซจะทำให้เกิดความอบอุ่น และทำให้จิตใจมีความสุขุมรอบคอบ"

            ท่านศาสาดามุฮัมมัด (ศ็อล) กล่าวว่า "นมาซเหมือนกับลำคลองที่มนุษย์ลงไปชำระร่างกายวันละ 5 ครั้ง ฉะนั้นจะมีความสกปรกตกค้างอยู่ได้อย่างไร?"

            ผลสะท้อนและคุณค่าของการนมาซ

            ผลสะท้อนของการนมาซ ที่ผู้ปฏิบัติจะได้รับนั้นมีทั้งด้านร่างกาย และจิตวิญญาณ ประการแรกเลยนั้นคือ นมาซจะทำให้มนุษย์มีร่างกายที่สะอาด และมีจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ ลองพิจารณาดูเถิดว่า น้อยคนนักที่มนุษย์เราจะไม่เอาใจใส่ในเรื่องของการทำความสะอาด ในวันๆหนึ่งมนุษย์ไม่ว่าจะทำงานในด้านใด ต้องพบเจอกับสิ่งสกปรกต่างๆ นานา ในแต่ละวันมนุษย์ต้องล้างมือล้างเท้า อาบน้ำชำระร่างกาย วันละกี่ครั้ง

            จิตวิญญาณของมนุษย์ก็เช่นกัน ในวงเวียนแห่งการใช้ชีวิตก็จะต้องแปดเปื้อนกับสิ่งโสมมต่างๆ การยั่วยุของมารร้าย ความเห็นแก่ตัว ความโกรธ ความอิจฉาริษยา ความสิ้นหวัง ฯลฯ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้จิตวิญญาณของมนุษย์ติดโรคได้ ดังนั้นจึงต้องมีการชำระล้างเช่นเดียวกับร่างกายที่เราต้องอาบต้องล้างวันละหลายๆ ครั้ง

             การนมาซคือการเข้าเฝ้าพระผู้เป็นเจ้า ช่วงเวลาแห่งการนมาซเราได้รำลึกถึงพระองค์ เราได้เรียกหาพระองค์ ได้วิงวอนพระองค์ นมาซวันละ 5 เวลาที่มวลมุสลิมปฏิบัติ คือการชำระล้างสิ่งแปดเปื้อนแห่งจิตวิญญาณ และสิ่งสกปรกของร่างกายด้วยในเวลาเดียวกัน เพราะผู้ปฏิบัตินมาซต้องอยู่ในสภาพของผู้สะอาด

             นมาซจะทำให้มนุษย์ห่างไกลจากการกระทำความผิดบาป

             นมาซคือ ยารักษาความป่วยไข้แห่งจิตวิญญาณ นมาซจะนำความสุข ความสบายแห่งจิตใจให้กับมนุษย์

             นมาซคือ สถานที่หลบภัยสำหรับมนุษย์ในยามขับขันทางจิตใจ

             นมาซจะช่วยชำระบาปต่างๆ ของมนุษย์ เสมือนใบไม้ที่แห้งร่วงหล่นจากต้นของมัน ท่านซัลมานฟารซี ได้กล่าวว่า ครั้งหนึ่งฉันและท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ.) ได้นั่งอยู่ใต้ต้นไม้แห่งหนึ่ง ทันใดนั้นท่านศาสดาก็ได้ลุกขึ้นและขย่มต้นไม้ใบไม้หลายใบได้ร่วงหล่นลงมา ท่านศาสดาได้กล่าวขึ้นว่า "เจ้าจะไม่ถามฉันหรือว่า ฉันทำเช่นนี้เพื่ออะไร? ท่านซัลมานกล่าวว่า "แล้วท่านทำเช่นนั้นทำไมหรือ? ท่านศาสดาได้ตอบว่า "ขณะที่ประชาชาติมุสลิมปฏิบัติวุฎุ และปฏิบัตินมาซ 5 เวลาประจำวัน บาปต่างๆของพวกเขาจะร่วงหล่นเช่นใบไม้เหล่านี้"

ผลสะท้อนของการนมาซที่อ้างข้างต้นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น คงสามารถที่จะพอเป็นคำตอบได้ ว่าทำไมเราต้องปฏิบัตินมาซ?

              สิ่งสำคัญที่สุดนมาซแล้วเพียงพอแล้วหรือ?

              คำตอบคือยังไม่เพียงพอ  นมาซที่มิได้ถูกปฏิบัติอยู่บนพื้นฐานของการรู้จักผู้นำ และอำนาจที่แท้จริงของผู้นำ นมาซของบุคคลเหล่านั้นก็คงไม่ต่างอะไรกับผู้ที่ไม่ปฏิบัตินมาซ

              ประชาชาติมุสลิมในประวัติศาสตร์เขาปฏิบัตินมาซจนหน้าผากดำเนื่องจากการกราบกรานที่ยาวนาน แต่ในขณะเดียวกันวันหนึ่งเขากลับชักดาบเพื่อทำสงครามกับท่านอิมามอาลี (อ) อย่างพวกคอวาริจญ์

              โปรดอย่าคิดว่าบรรดาทหารของยะซีด ที่ได้ร่วมกันสังหารครอบครัวของท่านศาสดา ท่านอิมามฮุเซน (อ) ในกัรบะลาอ์ จะเป็นผู้ละทิ้งนมาซ ตรงกันข้ามพวกเขานมาซไม่เคยขาด

              การนมาซที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความโง่เขลา ไม่มีประโยชน์อันใด ซ้ำยังอันตรายเสียด้วยซ้ำ อิบนิมุลญิม ผู้ที่ไม่เคยละทิ้งนมาซยามดึก แต่นมาซเหล่านั้นของเขาไร้ซึ่งการรู้จักผู้นำที่แท้จริง ได้นำความอัปยศมาแก่เขา ด้วยการสังหารท่านอิมามอะลี (อ) ในเวลานมาซ

               นมาซของผู้ที่ยังมีความเห็นแก่ตัว ไม่เสียสละ ตระหนี่ถี่เหนียว ไม่ดูแลสังคม ไม่ช่วยเหลือผู้ยากไร้ ทอดทิ้งให้เด็กกำพร้าต้องหิวโหย ไม่ดูแลคนในครอบครัว สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น ไม่มีความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ในสังคม ฯลฯ อย่าคิดว่านมาซเหล่านั้นจะนำท่านเข้าสู่ความเมตตาของพระองค์ได้

               สรุป นมาซที่ผู้ปฏิบัติไม่เข้าใจ และไม่รู้เป้าหมายที่แท้จริงของการนมาซ นมาซที่ไม่มีการช่วยเหลือผู้ยากไร้ นมาซที่ไม่มีความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ในสังคม นมาซที่ไร้ซึ่งการรู้จักผู้นำที่แท้จริง ไม่เข้าใจซึ่งสิทธิที่แท้จริงของผู้นำ ไม่ได้ถือว่าเป็นการนมาซ แต่จะเป็นแค่การก้มๆ เงยๆ เท่านั้น