ข้าพเจ้านำเรื่อง R2R มาพูดครั้งแรกที่ รพ.ยโสธรเมื่อปี ๒๕๔๙ นี่ก็ล่วงเลยมา ๕ ปีและเข้าสู่ปีที่ ๖ แล้ว

การขับเคลื่อน R2R ของ รพ.ยโสธรเป็นการเคลื่อนไปแบบไม่เป็นทางการ เพราะเมื่อไรที่เป็นทางการก็มักจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับเงินและกติกามากมาย เมื่อไม่เป็นทางการการปรับ ขยับ และยืดหยุ่นจะมีมากกว่า

ข้าพเจ้าไม่ได้หวังเพียงแค่ให้เกิดเฉพาะใน  รพ.ยโสธร หากแต่อยากให้เกิดเป็นความเกี่ยวเนื่องและโยงใยกันทั้งพื้นที่จังหวัด แต่ก็ไม่เข้าไปผลักดันในระดับจังหวัด เพราะวัฒนธรรมการทำงานเชิงสร้างสรรค์จะถูกขีดวงไว้ในวงจำกัด และมักเป็นการดำเนินงานไปตามกระแสของนโยบาย โอกาสของการเกิดเป็นความยั่งยืนมีน้อย

ข้าพเจ้าจึงสนใจที่จะเคลื่อนกระบวนการ R2R ให้เกิดเป็น "สัมมาทิฐิ" ...และเคลื่อนไปในใจของคนหน้างานมากกว่า

ณ ตอนนี้ภาพของการเกิด R2R ในหัวใจคนหน้างานยโสธร ขยับไปได้หลายพื้นที่เหมือนกัน

  • อำเภอเมืองยโสธร
  • อำเภอคำเขื่อนแก้ว
  • อำเภอป่าติ้ว
  • อำเภอกุดชุม
  • อำเภอไทยเจริญ
  • อำเภอค้อวัง...ที่จะเกิดขึ้นปลายเดือนนี้

๖ เขตพื้นที่อำเภอแล้ว ที่เป็นการเกิดขึ้นเอง

เช้านี้ได้รับจดหมาย...จากพื้นที่ล่าสุด

 

เรียนอ.ปุ๋มที่เคารพ
 อ.ปุ๋มสบายดีมั้ยคะ  รบกวนส่งตารางอบรมR2R วันที่27-28 ต.ค.2554 มาให้อ.ดูนะคะส่วนจะปรับแก้อย่างไรนั้นสุดแล้ว
แต่อ.ค่ะ  แต่สิ่งที่ทีมหวังและอยากเห็นก็คืออยากให้อ.ช่วยจุดประกายให้เจ้าหน้าที่รู้จักวิธีการทำR2R จากงานประจำของตนเองได้
และพอมีผลงานสัก1-3 เรื่องส่งเข้าประกวดเวทีระดับจังหวัดได้ประมาณนี้ค่ะ
หากอ.เมตตาพอมีเวลาบ้างอยากให้เป็นที่ปรึกษาระหว่างทำและคอยดูแลในช่วงที่ทำ เป็นระยะไปค่ะ
อาจเป็น1-3เดือนหรือส่งงานทางmailให้ดูหรือไปพบที่รพยโสธรหรืออย่างไรให้อกำหนดให้ประมาณนี้ค่ะ
ส่วนเจ้าหน้าที่ในวันอบรมเป็นเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลค้อวัง รวมจากสสอ.ค้อวังประมาณ50คนค่ะ
โรงพยาบาลค้อวังเป็นโรงพยาบาล30เตียง  ผ.อ. นพ. ภาณุพันธุ์  ธนปฐมสินชัย
HA ระดับ2ค่ะ หากอ.ต้องการข้อมูลหรือให้เตรียมอะไรบอกพี่ได้เลยนะคะจะเตรียมไว้รอค่ะ
ขอบพระคุณอ.มากนะคะที่อนุเคราะห์รับมาเป็นวิทยากรให้ค่ะ จะรอคำตอบนะคะ
ด้วยความเคารพอย่างสูง
พี่สุ

 

ข้าพเจ้าตอบไปเพียงสั้นๆ ว่า...

"ยินดีอย่างยิ่ง" 

...

การงานนี้คือ ...งานรับใช้โลก ที่ไม่ได้ขีดวงจำกัดเพียงแค่หน้างานประจำของตนเองมากขึ้น ซึ่งหากจะว่าไปแล้วการทำงานบริการวิชาการเช่นนี้ อาจมีคนไม่ชอบใจและคิดว่าเป็นเรื่องไม่จำเป็น

แต่สำหรับข้าพเจ้าแล้วมองว่า นี่คือ...การงานฝึกฝนตนเองให้ออกจากความเห็นแก่ตัว

ซึ่งจะแตกต่างจากการงานรับสอนหนังสือในสถาบันหรือหลักสูตรต่างๆ หรือการเป็นวิทยากรมืออาชีพที่มีค่าตัวอย่างแพงมากมาย

การทำงานเช่นนี้ของข้าพเจ้าเคยเป็นที่คลางแคลงใจของคนจนถึงขั้นมาตรวจสอบรายได้ แต่ก็พบว่าข้าพเจ้านั้นก็ยังคงความยากจนไว้เช่นเดิม และรายได้ไม่ได้มีเพิ่มพูนขึ้นเลย มีแต่หนี้สินที่ต้องตั้งใช้ชดใช้แก่โลก...นี้ เท่านั้นเอง

...

๑๖ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๔