แว่นตาสีเขียว
  • แว่นตาสีเขียว

  • กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว  ยังมีเมืองใหญ่กว้างๆกว่าอเมริกา...คุณคิดเองนะเมืองอะไร...ใหญ่กว่า  “กา”  คงไม่ใช่  “อเมริแห้ง(แร้ง)” .....มีพระยาพรมทัศน์ผู้ครองนคร พระองค์เป็นคนที่ทำตามความต้องการตนเอง สั่งอย่างต้องได้อย่างนั้น  การปกครองเป็นไปด้วยความเคร่งครัด ตื่นเป็นเวลา นอนเป็นเวลา บ้านเมืองต้องมีระเบียบ สังคมต้องน่าอยู่ สุรา ยาเสพติดห้ามเห็น เยาวชนต้องเรียบร้อย  การแต่งกายต้องมิดชิด เข้าวัดฟังธรรม  สังคมอยู่อย่างมีระเบียบมากๆ

  • วันหนึ่งพระองค์ทราบว่า มีนักปราชญ์ ผู้ชาญฉลาดปราศเปรื่องเรืองปัญญา ผ่านเข้าเมือง  ท่านให้เสนาข้าอำมาตย์  ให้นำมาเข้าพบ พร้อมสนธนาปัญหาบ้านเมือง ปราชญ์คนนั้น กล่าวว่า บ้านเมืองพระองค์เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย เหตุใดพระองค์จึงทรง “กลัดกลุ้มพระราชหฤทัยอีกล่ะพระยะค่ะ”  

  • พระยาพรมทัศน์  ตรัสว่า...เราเองอยากให้บ้านเมืองเป็นปรกติสุข  เกิดความสงบเรียบร้อย จึงเข้มงวดทุกสิ่งทุกอย่าง  คือการแก้ไขปัญหาสังคมและความยากจน หรือ ส.ย.นี่แหละ เรากลัดกลุ้มมาก ท่านปราชญ์ จะชีแนะเราอย่างไร

  • ปราชญ์ได้ฟังดังนั้น รู้สึกอาการร้อนวูบวาบไปทั้งตัว....กล่าวว่า  “หามิได้พระยะค่ะ ข้าฯเป็นเป็นเพียงคนผ่านทางผู้ด้อยปัญญามิกล้าชีแนะพระองค์ท่านพระยะค่ะ”

  • พระยาพรมทัศน์  ตรัสต่อว่า...ท่านปราชญ์ผู้ทรงปัญญาโปรดชีแนะเถิดเราจะทำตาม

  • ปราชญ์ได้ฟังดั่งนั้น....ความสุขของพระองค์คือ...ทำบ้านเมืองให้เป็นสีเขียว”  พระยะค่ะ

  • พระยาพรมทัศน์  ได้ฟังดังนั้น ตรัสกับเสนาข้าอำมาตย์น้อยใหญ่ว่า  ท่านทั้งหลายได้ฟังปราชญ์ท่านพูดแล้วใช่ไม๊....จงปฏิบัติตามนั้นนะบัดนี้

  • เมืองของพระยาพรมทัศน์  ถูกตกต่างให้เป็นสีเขียว รั้วบ้าน ตัวบ้าน ชุดเสนาข้าอำมาตย์สีเขียว ทั้งหมด  ชุดถ้วยโถโอชาม ช้อน อาหารต่างเป็นสีเขียว

  • วันเวลาผ่านไป..พระยาพรมทัศน์ ยิ่งระทมทุกข์หนักยิ่งขึ้น  ร่างกายซูปผอมเพราะต้องตรากตรำบ้านเมืองให้เป็นสีเขียว รุ่งเช้าวันใหม่...ปราชญ์คนเดิมเดินทางผ่านกลับมา...ทราบถึงพระเนตรพระกรรณ...พระยาพรมทัศน์  จึงสั่งทหารไปจับตัวเจ้านักปราชญ์ที่มาหลอกเราว่า..การตกแต่งบ้านเมืองให้เป็นสีเขียวเราจักมีความสุข...อุเหม่ๆ...เรายิ่งทุกข์หนักกว่าเดิม......

  • ทหารของพระองค์ไปจับนักปราชญ์คนนั้นมาได้ด้วยการ ผูกมือขันด้วยพันธนาการ จับให้คุกเข้าต่อพระพักตร์พระยาพรมทัศน์ พระองค์ตรัสด้วยเสียงอันดังว่า...”หนอยแนะเจ้านักปราชญ์หรือนักปาดกันแน่...เจ้าไม่มีเงาหัวซะแล้ว...”....เจ้ากล้าดีอย่างไรมาล้อเล่นกับข้า....
  • นักปราชญ์คนนั้น กล่าวด้วยถ้อยคำที่เป็นปรกติว่า...  “ด้วยพระอาญามิพ้นเกล้าฯ กระหม่อมทูลด้วยข้อจริงมีข้อเท็จพระยะค่า....”.....พระยาพรมทัศน์  กล่าวว่า เจ้าอะไรมาแก้ตัว
  • นักปราชญ์ กล่าวว่า ขอพระองค์ สั่งทหารปลดพันธนาการของข้าฯออกก่อนพระยะค่ะ แล้วให้ทหารหาญของพระองค์ ออกไป จากห้องนี้ให้หมด....
  • พระยาพรมทัศน์ ได้ยินดังนั้น บอกทหารหาญออกจากห้อง...เมื่อนักปราชญ์ได้อิสระ...จึงล้วงมือลงไปในย่าม พร้อมกล่าวว่า  “นี้คือแว่นตาสีเขียวพระยะค่า”     ขอให้พระสวมใส่ ท่านจะมองเห็นทุกอย่างเป็นสีเขียว....
  • การเปลี่ยนแปลง “มิใช่ให้ผู้คนครอบข้างเปลี่ยนแปลงเข้าหาเรา..หากแต่ให้ตัวเราเปลี่ยนแปลงไปหาเขาหรือต้องเปลี่ยนแปลงตัวเราไปหาสังคม....”
  • พระยาพรมทัศน์...พระองค์ถือแว่นสีเขียวไปมาพร้อมบอกว่า...  “ท่านนักปราชญ์ค่ำคืนนี้ ท่านอยู่รับประทานอาหารกับเราก่อน”....เราจะจัดเลี้ยงตอบแทนท่านเพราะท่านให้แว่นตาสีเขียวกับเรา
  • รุ่งเช้านักปราชญ์เดินทางผ่านกลับบ้าน พร้อมได้ม้าเทศพระราชทาน 1 ตัว รางวัลพระราชทานอีกจำนวนมาก
  • พระองค์ตรัสกับเสนาข้าอำมาตย์ว่า....บ้านเมืองที่มีความสุขคือความสุขของประชาชน...ขอให้ป่าวประกาศว่า..ใครใครค้าช้างค้า ใครใคร่ค้าม้าค้า...นำกลยุทธของพ่อขุนราคำแหงมหาราช มาใช้ปกครองบ้านเมืองอย่างมีความสุขตลอดกาล
  • ********วัชรินทร์  เขจรวงศ์/อ่านและคัดลอกมา