ห้องเรียนกระบวนกรตอนที่ 386

ปัจจัยรบกวน (Confounders) เป็นอะไรที่สำคัญต่องานวิจัยทุกประเภทครับ...โดยเฉพาะการวิจัยเชิงทดลอง...ถามว่า..งานวิจัย AI, R2R, Action Research, รวมทั้ง OD, Learning Organization และ KM มีไหม..มี..มีแค่ไหน..เพียบ...แล้วเราทำไง..ควบคุมหรือ..ตรงนี้เราเริ่มต่างแล้วครับ..ต่างไงครับ..เราไม่ได้ควบคุมครับ..เราพยายามเห็น พยายามจัดการ..ดึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานครับ..เราไม่ได้กำจัดมันออกไป..เช่นทัศนคติ ค่านิยมครับ..เราจัดการด้วยสิ่งที่เรียกว่า "การมีส่วนร่วม" ครับ..ยกตัวอย่างกรณีศึกษาจริง.

.....

เกือบสิบปีก่อน..ลูกศิษย์ของผมทำงานอยู่รัฐวิสาหกิจ.ในตำแห่งวิศวกร มาทำงานค้นคว้าแก้ปัญหางานในหน่วยงานของตน..ที่สุดเขาสามารถค้นพบเครื่องมือ...ที่จะลดต้นทุนให้หน่วยงานกว่า 2,000 บาท/ชิ้นงาน..ถ้าเอาไปแก้ไขทั้งระบบรับรองนอกจากลดเวลาเครื่องจักรเสีย แล้วยังประหยัดงบประมาณได้หลายล้าน...ตอนสอบ..ผมบอกเขาว่า "..หน่วยงานคุณต้องดีใจแน่ๆ..ที่คุณคิดอะไรได้อย่างนี้..."

....

"อาจารย์ครับ..นายไม่สนใจหรอกครับ..พูดไปก็เท่านั้น..." ผมอึ้งครับ..ปัจจุบันผมก็ยังไม่ได้ยินข่าวดีครับ..งานวิจัยนั้นได้กลายเป็นประวัติศาสตร์..มันอยู่ในหิ้งมานมนาน..

...

ครับ..เห็นไหมครับ..นี่ไงครับ..ปัจจัยรบกวน (โอ๊ย) ที่เราเจอบ่อยๆ..ในด้านสังคมศาสตร์..นั่นคือ ทัศนคติ ค่านิยม ความเชื่อ..

...

แก้ไงครับ..ในงานวิจัยข้างต้นถ้าเป็นแบบ AI, R2R, LO, KM, OD Action Research เราจะพยายามทำอย่างมีส่วนร่วม ..เพราะอะไร..เรื่องเหล่านี้มันเกิดมาตั้งเป็นพันปีแล้วครับ นั่นคือ.."การยอมรับ" บ่อยครั้งงานดีๆ..ไม่ได้รับการยอมรับ..เพราะขาดการมีส่วนร่วมของคนอื่นๆ ตั้งแต่ต้น..เราจึงแก้ด้วยสิ่งที่เรียกว่า "การมีส่วนร่วม"...

...

ยกตัวอย่าง..บริษัทออกแบบผลิตภัณฑ์ระดับโลก แห่งหนึ่งกำหนดเงื่อนไข กับลูกค้าแต่ต้นเลยว่า..จะช่วยออกแบบให้ แต่ต้องการ "การมีส่วนร่วม" จากผู้มีส่วนได้เสียให้มากที่สุด ได้แก่..ต้องมีฝ่ายบัญชี เข้ามาด้วย ไม่ใช่ฝ่ายวิศวกรรม หรือฝ่ายออกแบบอย่างเดียว...เจ้าของบริษัทก็ต้องลงมาด้วย...เพราะบ่อยครั้ง จากประสบการณ์ พอไปออกแบบกับฝ่ายวิศวกรรมมา..ได้ต้นแบบงานประดิษฐ์แล้วกลับล่ม..เพราะฝ่ายบัญชีประเมินแล้ว..บอกว่า..ต้นทุนสูงเกินไป..ไม่มีเงินพอ..ว่าแล้วก็เริ่มต้นกันใหม่..บริษัทนี้กำหนดเลยครับ..ถ้าลูกค้าไม่สามารถดึงการมีส่วนร่วมได้..เขาไม่รับงานนั้นครับ..เพราะ..แทบจะไร้ประโยชน์ครับ..

.....

บางครั้งเอากระทั่ง "ลูกค้า" มาด้วย..เช่น.บริษัทเลโก้ (LEGO) บริษัททำตัวต่อ..แต่ก่อนนักออกแบบ ก็ออกแบบกันไป..แต่นักออกแบบ จะไปเข้าใจหัวใจเด็กๆ ได้อย่างไร..ตอนหลังก็พากันเชิญเด็กมาเล่นที่บริษัท..ที่สุด จากการเชิญเด็กมามีส่วนร่วม..ก็ได้แนวคิดใหม่ๆ..จนกลายเป็นแนวคิด...ที่เรียกว่า นวัตกรรมจากคนภายนอก (The Outsider Innovation)..ว่ากันว่าเลโก้หุ่นยนต์..ที่เป็นตัวต่อ..มีมอเตอร์ โปรแกรมได้..ที่เป็นผลิตภัณฑ์ขายดีของเลโก้..เกิดจากแนวคิดนี้ครับ..

....

นี่ไงที่เราเรียกว่าการมี "ส่วนร่วม" ครับ..นับเป็นหัวใจของงานวิจัยแนวนี้เลย..เราไม่ปฏิเสธการมีของ "ปัจจัยรบกวน" ครับ เรายอมรับ..และจัดการมันเลยครับ..ผ่านกระบวนการ "การมีส่วนร่วม" ที่กลายเป็นองค์ประกอบ และเงื่อนไขสำคัญของงานวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มนี้เลยครับ..

...

ยังไม่หมดนะครับ..ยังมีอีกครับ..เขียนไม่หมดในวันเดียว...

...

สำหรับวันนี้..คุณ คิดอย่างไรครับ