๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๔

เรียน เพื่อนครู ผู้บริหารและผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน

วันอาทิตย์ที่ ๙  ตุลาคม  ๒๕๕๔   ถึงสำนักงานแต่เช้าแต่ก็ช้ากว่าผู้บริหารโรงเรียนและครูกลุ่มหนึ่งที่อาสาสมัครมาเป็นแม่ครัวให้โครงการ "รถเสบียง สพฐ. สู้ภัยน้ำท่วม"ที่มาติดตั้งเตาไฟ หั่นผัก หั่นหมูกันตั้งแต่เช้า เพราะวันนี้เป็นวันปฐมฤกษ์ของโครงการนี้  เป็นโครงการที่เพิ่งขึ้นได้เมื่อบ่ายวันเสาร์วานนี้  ด้วยตอนเช้าได้คุยโทรศัพท์กับท่านกมล  ศิริบรรณ ผอ.สพร. สพฐ. ในฐานะนักเรียนรุ่นพี่ที่จบหลักสูตรนักปกครองระดับสูงรุ่นที่  ๕๒ จากวิทยาลัยมหาดไทย ผมจบรุ่น ๕๓  ว่าเกิดเหตุปทุมธานีน้ำท่วม กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ได้ร่วมแรงร่วมใจกันป้องกันมีข่าวให้ชมกันทุกวัน ในฐานะที่ สพฐ. มีครูมีนักเรียนจำนวนมากจะคิดอ่านอย่างไรได้บ้างที่จะเกิดประโยชน์กับส่วนรวมในยามวิกฤตเช่นนี้  ผมรับปากว่าจะไปลองคิดดู  คิดถึงนิทานปลาดาวของ ดร.กษมา  วรวรรณ  ณ อยุธยา  ที่เคยเล่าให้ฟังว่า มีเศรษฐีชาวอังกฤษคนหนึ่งไปเดินเล่นชายหาดในวันที่คลื่นแรง ที่ซัดเอาปลาดาวมาเคยตื้นชายหาดจำนวนมาก ก็พบเด็กคนหนึ่งกำลังจับปลาดาวโยนกลับลงไปในทะเล เขาก็ถามเด็กว่า ปลาดาวมากมายอย่างนี้จะทำไหวหรือ เด็กตอบว่า "อย่างน้อยตัวนี้ก็รอดครับ" เศรษฐีได้คำตอบจากเด็กน้อยก็เหมือนพบแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เพราะหลายครั้งที่คนเราสามารถจะช่วยคนอื่นได้ เพียงแต่เราไปคิดว่าจะช่วยก็ต่อเมื่อต้องช่วยได้ทั้งหมด ความจริงต้องช่วยตามกำลังของเราและควรทำทันที  คิดได้อย่างนี้ท่านเศรษฐีจึงไปตั้งมูลนิธิช่วยเหลือคนภายใต้ชื่อ "มูลนิธิปลาดาว"  ผมเองก็ตัดสินใจที่จะเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ในนาม สพฐ. อย่างแน่นอน กลุ่มเป้าหมายที่เหน็ดเหนื่อยกับการป้องกันน้ำท่วม คือ อาสาสมัครที่กรอกกระสอบทรายทำคันกั้นน้ำ ถือได้ว่าเป็นผู้เสียสละอย่างยิ่ง แล้วเราจะช่วยเขาเรื่องอะไรได้บ้าง  มานึกถึงปัจจัย ๔ อาหารนับว่าสำคัญที่สุด ต้องเป็นอาหารดี สดใหม่ เขาจะได้มีกำลังทำงานต่อไป  เอาเป็นว่าเราจะเปิดครัว แล้วแม่ครัวเอามาจากไหนก็จะเอาเฉพาะอาสาสมัครจากผู้บริหารโรงเรียนและครูหรือบุคคลภายนอกก็ได้ ตัดสินใจแล้วก็มาคิดชื่อโครงการ การกินแบบเคลื่อนที่ไปทำให้คิดถึงรถไฟที่เราเรียกว่าตู้เสบียง มากลับเปลี่ยนเป็นรถเสบียง ให้เครดิตกรมหน่อย เลยใช้ สพฐ. (โดยพลการ) แต่คนทำก็ควรจะต้องให้ความสำคัญเลยวงเล็บ (สพป.ปทุมธานี เขต ๑) และความสำเร็จจะเกิดต้องพึ่งบารมีผู้ใหญ่เหมือนกัน เลยต้องต่อด้วย ตามนโยบายท่าน รมช.ศธ.ของเรา แล้วเงินละ ไม่ยากใช้งบฉุกเฉินน้ำท่วมของเขตที่เพิ่งโอนมา ๕ หมื่นบาทเป็นทุนประเดิม ซื้อของวันละหมื่นบาทได้อย่างน้อย ๕ วันแล้ว คิดแล้วก็โทร.หาสมาชิกที่พอจะมีเบอร์ติดต่อ ปรากฏว่าทุกคนเห็นดีเห็นงามด้วย และหลายคนก็คิดจะทำอยู่แล้วเมื่อเขตจะเป็นแม่งานเขาก็ตกลง แรกคิดกะว่าจะเป็นครัวเคลื่อนที่เต็มร้อย  แต่สมาชิกท้วงติงว่าอาจจะไม่สะดวกและทันเวลา เราต้องผสมกัน คือทำไปจากเขตบ้างและไปทำในพื้นที่บ้าง ก็เห็นด้วยว่าไงว่ากัน วันแรกประเดิมด้วยผัดซีอิ้ว พอเริ่มงานก็ทำให้รู้สึกว่าเรามีคุณค่า เป็นส่วนหนึ่งของความทุกข์ยาก แม้จะช่วยไม่ได้ทุกคนและทุกมื้อ แต่มื้อนี้ทำด้วยใจ เวลา ๐๘.๓๐ น. นายสุรพงษ์  อึ้งอัมพรวิไล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการพร้อมคณะเดินทางมาถึง ได้รับรองที่ห้องสโมสร ผมขายฝันให้ฟังว่าเราจะทำโครงการนี้เพื่อเติมพลังให้กับคนที่ทำงานและคนที่เดือดร้อนจากอุทกภัยครั้งนี้ และหากท่านรัฐมนตรีไปพบประชาชนที่จุดไหน พวกเราก็จะพารถเสบียงไปจัดเลี้ยงในจุดนั้นด้วย แค่เปิดโครงการมีผู้ใจบุญสมทบทุนกับเรา ๑ หมื่นบาท อย่างน้อยก็มีทุน ๖ หมื่นบาทแล้ว   รัฐมนตรีผัดซีอิ้วรสชาติดีมาก จากนั้น "รถเสบียง สพฐ.สู้ภัยน้ำท่วม" รอบปฐมฤกษ์ก็เคลื่อนตัวไปที่บ้านบางคูวัด มีท่านรัฐมนตรีนำทีมไปด้วย

ผมต้องขออนุญาตแยกวงไปร่วมงานวางศิลาฤกษ์อาคารเรียนของโรงเรียนอินทรนาวีราษฎร์อุปถัมภ์  ที่ อบจ.จัดงบประมาณสร้างให้  ท่าน ผอ.พันธ์ทิพย์  จำปา ให้การต้อนรับ ทาง อบจ.มีท่านรองนายกฯ สาคร อำพิน เป็นประธานในพิธี เสร็จพิธีแล้วพวกเราหมายถึงทั้งผมและรองนายกสาคร  อำพิน เดินทางไปโรงเรียนวัดตะวันเรือง เพื่อส่งและรับมอบอาคารเรียนที่ อบจ.สร้างเสร็จแล้วให้โรงเรียนใช้ในการจัดการเรียนการสอน มีผู้ปกครองมากันมาก มีการทอดผ้าป่าสามัคคีด้วย เสร็จพิธีเขาเลี้ยงข้าวเลยฉลองศรัทธาจนอิ่ม 

กลับสำนักงานเขตนั่งฟังทีมรถเสบียงเล่าให้ฟังว่าโครงการประสบความสำเร็จมาก คนเข้าคิวกันจนผัดแทบไม่ทัน  ทั้งบางคูวัดและบางพูน ทีมงานบอกว่าเขาหายเหนื่อยและมีความสุขกับงานครั้งนี้ จะช่วยจนจบโครงการ  อมตะวาจาของ ดร.วีระ  บำรุงรักษ์ ผู้ล่วงลับไปแล้ว ที่สอนไว้ว่าจะคิดอ่านโครงการอะไรต้องไม่ลืมวัฒนธรรมไทย ต้องใส่ "สนุกและอร่อย"เข้าไปด้วย โครงการนั้นมีความสำเร็จเกินครึ่งแล้ว 

วันจันทร์ที่ ๑๐  ตุลาคม  ๒๕๕๔  เช้าแวะทักทายแม่ครัว(ผู้บริหาร ครูและเจ้าหน้าที่ในเขต) วันนี้เขาผัดหน่อไม้กับหมู ทอดไข่ดาว เที่ยงจะเลี้ยงคนทำงานตักทรายที่หน้าศาลากลางจังหวัด  นั่งเซ็นหนังสือที่ห้องสโมสร จน ๑๑ นาฬิกาเดินทางไปตั้งกองเสบียงที่หน้าศาลากลางจังหวัด ก่อนเที่ยงนายพีระศักดิ์  หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ลงมาทอดไข่ดาวด้วย แต่เมื่อทราบว่าไม่มีนักข่าวทีวีมาทำข่าว ท่านก็รีบไปที่อื่นทันทีเพราะมีงานมาก พวกเราก็ทำหน้าที่ต่อไปด้วยความสุขแม้ไม่มีนักข่าว จากที่อื่นมาทำข่าว เราก็มีข่าวของเราเองที่เว็บไซด์ของเขต การทำงานด้วยใจย่อมได้ทั้งบุญและความสุขความสงบ การทำงานที่ขาดสมาธิย่อมไม่มีโอกาสพบความสำเร็จได้ ชีวิตราชการที่ผ่านมาสอนให้ผมต้องดูแลคนตั้งแต่ภารโรงจนถึงเจ้านายระดับสูง การดูแลทุกระดับต้องดูแลด้วยน้ำใสใจจริง เราจะได้น้ำใจกลับมาไม่รู้จักหมดสิ้น  บ่ายทำงานเอกสารจน ๑๕ นาฬิกา นำรถเสบียงเดินทางไปหลักหกปากทางเข้าเมืองเอก  ผู้คนมารอรับถุงยังชีพและอาสาสมัครกรอกทรายลงถุงจำนวนมาก  พวกเรามีข้าวกับแกงพะแนงหมู และต้มถั่วเขียวมาเลี้ยงคนประมาณ ๖๐๐ คน ต่างเข้ารับกล่องอาหารไปรับประทานกันด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส  เย็น ๆ นายสุรพงษ์  อึ้งอัมพรวิไล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางมามอบถุงยังชีพ  น้ำถนนสายซ่อมสร้าง(สะพานปทุมธานี ๒ -รังสิต) น้ำมากผิวจราจรใช้ได้ครึ่งเดียว เพลง "ขอเป็นคนหนึ่ง" คงจะเข้ากับสถานการณ์งานของเราในวันนี้

 

วันอังคารที่ ๑๑  ตุลาคม  ๒๕๕๔  วันนี้แม่ครัวเขาผัดพริกแกงถั่วฝักยาวกับหมู ราดข้าว ไปเลี้ยงที่จุดระวังน้ำหน้าโรงเรียนวัดโพธิ์เลื่อน เห็นแนวกั้นน้ำสูงท่วมหัวแล้วน่ากลัว มีน้ำไหลซึมตลอดเวลา กำลังทหารและชาวบ้านต่างช่วยกันซ่อมแซมคันกั้นน้ำ  มีก๋วยเตี๋ยวมาทำให้กินกันด้วย  รถเราวกหนีน้ำกลับไปฝั่งตะวันตกเพื่อนำเสบียงไปส่งที่โรงเรียนวัดไก่เตี้ย แต่เข้าไปได้ครึ่งทางกระแสน้ำทั้งแรงและลึก จึงต้องฝากทหารเข้าไป  ผมมีความรู้สึกลึก ๆ ว่าจะเอาน้ำไม่อยู่ เพราะคันกั้นน้ำพังเป็นระยะ ๆ และน้ำมากเหลือเกิน 

บ่ายประชุม อ.ก.ค.ศ. เขต พยายามเร่งรัดเฉพาะเรื่องสำคัญ คือ การเลื่อนขั้นเงินเดือน บ่ายสามโมงเดินทางไปสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อประชุมร่วมกับท่านเลขาธิการ กอศ. ดร.ชัยพฤกษ์  เสรีรักษ์  เรื่องการกำหนดหน่วยรับผิดชอบในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม  โดยจะใช้ศูนย์วิศวกรรมเกษตรบางพูนเป็นแม่ข่ายของปทุมธานี ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาการมัธยมศึกษา เขต ๔ จะจัดตั้งศูนย์ลูกข่ายที่โรงเรียนมัธยม ผมเองได้แต่รับฟังเพราะงานเราเดินล่วงหน้าไปไกลแล้ว และไม่มีเวลามาคิดในเรื่องที่ยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน  กลับมาสำนักงานเขตแม่ครัวกำลังต้มข้าวต้มเพื่อไปเลี้ยงคนทำงานที่ อบต.บ้านขะแยง ใกล้ ๆ โรงเรียนวัดชินวราราม ซึ่งคันกั้นน้ำหักจนน้ำเต็มวัดและเต็มโรงเรียนไปแล้ว เขาลือว่าเหตุที่คันกั้นน้ำหักเพราะเรือชน ทั้งที่ปีที่แล้วสามารถป้องกันไว้ได้ จากนั้นมาเลี้ยงที่หน้าศาลากลางจังหวัดอีกรอบ  เพราะสงสารคนทำงานหนักทั้งทหารและชาวบ้าน

วันพุธที่ ๑๒  ตุลาคม  ๒๕๕๔  เมื่อคืนคันกั้นน้ำวัดหงส์ปทุมาวาส หัก น้ำบ่าเต็มวัดและโรงเรียน เป็นข่าวร้าย แต่ก็มีข่าวดีว่าสามารถกู้ได้แล้วแต่เลื่อนคันกั้นน้ำมาไว้ที่รั้ววัดแทน  ถึงเขตแม่ครัวกำลังสาละวนกับอาหารที่เตรียมไปส่งนะจุดที่เขาขอกันมา ข่าวร้ายแจ้งว่าน้ำทะลักออกมาจากวัดไก่เตี้ยมาถึงถนนปทุมธานี-สามโคก เข้าหมู่บ้านใหญ่ ๆ ฝั่งตะวันออกของถนนหลายแห่ง พวกเราเดินทางไปที่ว่าการอำเภอสามโคกส่งมอบอาหารกล่องที่เพิ่งทำใหม่ ๆ ให้นายอำเภอสามโคก มอบให้กำลังทหารที่มาช่วยงาน ๒๐๐ กล่อง ระหว่างทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเขาก็ขอไปรับประทานบ้าง เราก็จ่ายให้เพราะเขาทำงานหนัก ไม่มีอาหารแจกและจำหน่ายเลย ขากลับปล่อยให้รถตรวจการณ์วกกลับไปส่งอาหารให้เจ้าหน้าที่ของเขตที่ติดค้างในบ้านที่น้ำท่วม รถตู้ไม่สามารถกลับทางเดิมได้เพราะน้ำลึกต้องเข้าถนนวงแหวนที่มีคันกั้นน้ำสูงกว่าถนนเป็นเมตร ไปเข้าถนนสายคลองบ้านพร้าว ท่ามกลางสายฝนที่ตกพรำ ๆ และเข้าหน้าโรงเรียนวัดหงส์ปทุมาวาสส่งอาหารให้ท่าน ผอ.นิพนธ์  โพธิ์มั่น นำไปเลี้ยงทหารที่มาช่วยกั้นน้ำ  มองเข้าไปในโรงเรียนน้ำท่วมรถตู้โผล่แต่หลังคา จากนั้นไปส่งเสบียงที่โรงเรียนบ้านมะขาม และ อบต. บางขะแยง ดูแนวกั้นน้ำกับปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นสูงจนน่ากลัว ปลงตกว่ายังไงก็สู้ธรรมชาติไม่ได้แน่ แม้แต่จังหวัดต้นน้ำอย่างนครสวรรค์ยังเอาไม่อยู่  เรารับน้ำเต็มร้อยจะสู้กันอย่างไร  แต่ก็ต้องสู้ต่อไป จะไปร้องไห้โอดครวญเอากับใครไม่ได้  ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด "ความพยายามเป็นเรื่องของมนุษย์  ความสำเร็จเป็นเรื่องของฟ้าดิน"

วันพฤหัสบดีที่ ๑๓  ตุลาคม  ๒๕๕๔  วันนี้ไม่ขับรถไปทำงานเหมือนทุกวัน เพราะไม่มีที่จอดและสังหรณ์ใจว่าหากเกิดน้ำมากจะไปเก็บที่ไหนทัน  เต้ยมารับผ่านถนนราชพฤกษ์และถนน ๓๔๕ มีน้ำค่อนข้างสูง

 ไปถึงท่านผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ นายเสน่ห์  ขาวโต มาตรวจเยี่ยม เลยได้ร่วมทำครัวกับโครงการรถเสบียง พาไปมอบให้คณะทำงานที่โรงเรียนวัดหงส์ปทุมาวาส แต่ทางปิด คันกั้นน้ำพัง น้ำบ่าเข้าถนนพัฒนสัมพันธ์ น้ำมาถึงหน้าสหกรณ์ออมทรัพย์ครูฯ  ส่งท่านผู้ตรวจฯ ผมเดินทางไปมอบข้าวกล่องให้คณะทำงานที่โรงเรียนขจรทรัพย์อำรุง เป็นกำลังทหารที่กำลังสร้างคันกั้นน้ำถนนซ่อมสร้างและทางเข้าโรงเรียน  แล้ววนกลับมาส่งที่โรงเรียนปทุมธานี"นันทมุนีบำรุง" กลับเขตขยับสิ่งของให้สูงขึ้นอีกเพื่อกันน้ำท่วม เจ้าหน้าที่หลายคนต้องรีบกลับบ้านเพราะน้ำเริ่มข้ามถนนไปทางลาดหลุมแก้วแล้ววกกลับมายังตัวเมือง ให้เต้ยกลับไปส่งที่บ้านเพราะกลัวน้ำท่วม  แต่หมู่บ้านนี้อยู่มาตั้งแต่ปี ๒๕๓๑ น้ำไม่เคยท่วม

วันศุกร์ที่ ๑๔  ตุลาคม  ๒๕๕๔  เช้านี้ไม่สามารถเดินทางไปปทุมธานี ได้เพราะเต้ยคนขับรถออกจากบ้านไม่ได้น้ำท่วมเส้นทางในระดับสูง เหลือจำลองคนเดียวจะต้องนำอาหารไปแจกจ่ายยังจุดนัดหมาย จึงใช้โทรศัพท์สอบถามสถานการณ์จากเจ้าหน้าที่ในเขต ทั้งที่มาทำงานได้และติดอยู่ในบ้าน แม่ครัวมาทำงานกันตามปกติอย่างแข็งขัน มอบท่านรองฯวิรัช  ฐิติรัตนมงคล เป็นหัวหน้าทีมไปส่งเสบียงจุดทำงานเทศบาลบางหลวงและสวนพุทธธรรมบายตึ๊กเจีย อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี  อาศัยเวลาว่างสำรวจระดับน้ำในเขตนนทบุรี  พบว่าคลองมหาสวัสดิ์น้ำกำลังขึ้นจนบ่ามาท่วมคอสะพาน คลองบางบัวทอง น้ำบ่าจนถนนราชพฤกษ์ผ่านไม่ได้  หมูส่งข่าวว่าน้ำเริ่มขึ้นมาถนนที่หน้าสำนักงานประมาณบ่ายโมง ให้จำลองกับแสงทองเอารถมารับ เขาบอกว่าออกมายาก ก็ต้องบอกเส้นทางตามที่คิดว่าน่าจะออกมาได้ คือผ่านสายบางคูวัด มาเข้าสะพานนนทบุรี ไปขึ้นทางด่วนที่วงศ์สมาน มาลงที่งามวงศ์วาน เขาก็มากันได้

ไปถึงเขตน้ำท่วมฟุตบาทหน้าสำนักงานแล้ว  ขณะที่โรงเรียนปทุมวิไลวางแนวกระสอบทรายเพราะเป็นศูนย์อพยพคนของจังหวัด   รองฯประพฤติ บุญอำไพ แจ้งว่า สพฐ. โอนเงินมาให้ ๒ ล้านบาท  ล้านแรกเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของเขต ล้านที่สองเพื่อสนับสนุนโครงการ "รถเสบียง สพฐ. สู้ภัยน้ำท่วม" เพราะ ดร.ชินภัทร  ภูมิรัตน  เลขาธิการ กพฐ. และนายสุรพงษ์  อึ้งอัมพรวิไล ตลอดจนผู้ใหญ่ในกระทรวงเห็นว่าพวกเราเอาจริง คงต้องวางงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นให้ครอบคลุมผู้ได้รับความเดือดร้อนเท่าที่กำลังพวกเราจะทำได้

วันเสาร์ที่ ๑๕  ตุลาคม  ๒๕๕๔  น้ำท่วมถนนหน้าสำนักงานเขตยังไม่ยอมลด ตรงข้ามกลับเพิ่มความสูงขึ้นเรื่อย ๆ สภาพจราจรดูสับสนเพราะมีทั้งรถและเรือวิ่งไปมาบนถนนเส้นนี้  มีรถถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์ของ ช่อง ๙ อสมท.มาปักหลักถ่ายทอดสดบนถนนหน้าสำนักงาน  ส่วนเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนขอใช้ห้องสโมสรเป็นที่ทำงาน  คณะแม่ครัวพร้อมแล้วก็แยกย้ายกันขึ้นรถไปจุดนัดหมายที่ อบต.บ้านกลาง และ อบต.บ้านใหม่ตามลำดับ  แต่เมื่อใกล้ถึงได้รับแจ้งการเปลี่ยนแปลงจุดนัดหมายเป็นปากทางเข้าวิทยาลัยเทคนิคปทุมธานี  รถวิ่งตามกันไปบนถนนที่เต็มไปด้วยน้ำเหมือนลำคลอง การเดินทางต้องอ้อมไปทางบางคูวัด ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่สะพานปทุมธานี ๒ เลี้ยวซ้ายไปเชิงสะพานปทุมธานี ๑ ที่ระดับน้ำขึ้นสูงจนรถเล็กผ่านไม่ได้   ปักหลักผัดซีอิ้วกันหลายกระทะ  ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล มาสมทบก่อนเที่ยง เราช่วยกันแจกถุงยังชีพและแจกซีอิ้วที่ขายดิบขายดี จนต้องยกของ อบต.บ้านใหม่มาเพิ่มจนหมดสะต๊อก   เป็นอันว่าวันนี้บริการได้เพียงจุดเดียวนับถ้วยได้ ๙๐๐ กว่าใบ คนมากมายจริง ๆ 

เคเบิ้ลทีวีมาถ่ายทำข่าวด้วย  ไม่ได้ตามไป อบต.บ้านใหม่ เพราะเสบียงหมดแล้ว  กลับถึงเขตเฝ้าดูระดับน้ำที่กำลังขึ้น  แต่ก็คาดว่าจะไม่เข้ามาถึงพื้นชั้นล่าง  อยู่จน ๔ โมงเย็นจึงเดินทางกลับที่พักแบบอ้อมไปในเส้นทางที่น้ำไม่ท่วม  แวะดูบ้านพักที่หมู่บ้านซื่อตรง เขากำลังช่วยกันสูบน้ำออก จึงบริจาคสมทบทุนเพื่อเป็นกำลังใจ  ปทุมธานีวันนี้เจิ่งไปด้วยน้ำที่พร้อมจะท่วมแบบทันทีทันใด พรุ่งนี้งดให้บริการ ๑ วันเพื่อให้แม่ครัวเก็บของหนีน้ำและซักเสื้อผ้า วันจันทร์จะวางแผนใหม่เพราะสถานการณ์เปลี่ยนไป อย่างไรก็ตามแม้น้ำจะท่วมสูงไหลแรงเพียงใด ก็คงสู้น้ำใจที่มีต่อกันไม่ได้ เป็นกำลังใจให้กันและกัน เพื่อปรับตัวอยู่กับธรรมชาติให้ได้

 

กำจัด  คงหนู

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑