KM สั่งให้ทำน่าจะสำเร็จได้ยาก จะเห็นแต่ของเทียม...KM เทียมๆ.....

แลกเปลี่ยนเรียนรู้...การจัดการความ(ไม่)รู้

          ช่วงนี้กำลังก้าวสู่ปีงบประมาณใหม่  ภารกิจต่างๆ ก็เบาบางลงไปบ้าง นับว่าเป็นช่วงเวลาที่พอจะดีเวลาให้พวกเราได้ทบทวนสิ่งที่ได้นำการจัดการความรู้ไปใช้ในงาน และในองค์กรของเรา เพื่อที่จะได้ปรับแนวทางให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ และบริบทต่างๆ รอบตัวที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

          ผมมีบทสรุปสั้นๆ ซึ่งได้แลกเปลี่ยนและเรียนรู้ทั้งกับผู้รู้ และจากการลงมือปฏิบัติ  ได้ใช้เป็นแนวคิดและทิศทางการปรับกระบวนการจัดการความรู้และความไม่รู้อยู่เสมอๆ ( ซึ่งก็อาจจะยังไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องที่สุดหรือดีที่สุดนะครับ)  จึงขอนำมาแลกเปลี่ยนกับทุกๆ ท่านดังนี้ครับ

  • ก่อนจะการจัดการความรู้นั้น  เราควรจัดการกับความความรู้สึกของคนรอบข้างในที่ทำงานของเราก่อน  สร้างความสัมพันธ์ของคนทำงานก่อน  แล้วการจัดการความรู้จะตามมาอย่างไม่ยาก…..(ใจต้องมาก่อน ..ใจสั่งมา)
  • 
  • KM ต้องไม่ใช่การมาสร้างหรือมาเพิ่มภาระงานใหม่  เพราะ KM ไม่ใช่โครงการ แต่เป็นเครื่องมือที่จะมาช่วยเราทำงานได้ดีขึ้น  ……(KM สั่งให้ทำน่าจะสำเร็จได้ยาก จะเห็นแต่ของเทียม...KM เทียมๆ)
  • การใช้ KM นั้น  อย่าทำเพียงกิจกรรมของ KM เท่านั้น (เพื่อให้รู้ว่านี่ข้าก็ทำ KM กับเขาแล้วนะ) แต่งานประจำไม่ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ได้ประโยชน์อะไรจากKM  ดังนั้นจะต้องทำให้เนียนอยู่ในงานประจำ ...(ไม่แยกส่วน)
  • ไม่ทำเพียงกิจกรรมเพื่อให้ผ่านตัวชี้วัดของ กพร.  ฯลฯ แต่นำ KM มาเป็นเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนการทำงานให้ดีขึ้น สร้างวัฒนธรรมใหม่ในองค์กร เกิดการพัฒนางาน  พัฒนาคน  และพัฒนาองค์กรจากภายใน...จากคนใน
  • การนำ KM มาใช้ควรมีการกำหนด 1)ความรู้ที่จำเป็นต้องรู้/จำเป็นต้องใช้ 2) จัดกระบวนการค้นหาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้/ใช้งาน/ต่อยอด  3)การบันทึกความรู้ จัดเก็บและแบ่งปันกัน ครบทั้ง 3 ส่วน
  • ทำ KM แล้ว ต้องทำให้..."งานเป็นผลคนเป็นสุข"  เพราะเป็นการยอมรับความรู้ในตัวคนจาก”ปัญญาปฏิบัติ”  ทุกคนมีคุณค่า   งานจะสำเร็จได้นั้น  ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนใดคนหนึ่ง หรือคนเพียงไม่กี่คน  แต่จะขึ้นอยู่กับทุกคนทุกฝ่ายในหน่วยงาน  เป็นพลังรวมหมู่   มองประโยชน์ของสังคมหรือองค์กรของเรา มากว่าที่จะมองเพียงผลงานหรือความก้าวหน้าเพียงเล็กน้อยของตัวเอง
  • ทุกคน ทุกส่วน ทุกระดับ ล้วนต้องลงมือจัดการความรู้ของตนเอง ซึ่งอาจมีความแตกต่างกันออกไป เพราะ KM นั้นต้องจัดการในทุกๆ  พื้นที่   โดยจุดเริ่มต้นอยู่ที่จัดการ(ความรู้/ความไม่รู้)ของตัวเราเองก่อนเป็นลำดับแรก.....

บันทึกมาเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

สิงห์ป่าสัก  13 ตุลาคม  2554  (ปรับปรุงจากบันทึก http://www.gotoknow.org/blogs/posts/368426)