GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

การพัฒนาพหุปัญญานักเรียนที่โรงเรียนพลับพลาศิริ

ใช้เครื่องมือพัฒนาพหุปัญญาผ่านทางกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ ใช้กระบวนการกลุ่ม ใช้เวทีพหุปัญญา Project Approach กิจกรรมเสริมหลักสูตร และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์

      บ่ายวันนี้เราชาว CoPs การพัฒนาพหุปัญญานักเรียน ได้ไปศึกษาดูงานที่โรงเรียนพลับพลาศิริ เป็นโรงเรียนเอกชนเล็กๆที่ตั้งอยู่ด้านหลังโรงเรียนสตรีนนทบุรี
      พอเราเข้าไปได้เห็นกิจกรรมเวทีพหุปัญญานักเรียนที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นสื่อในการวางแผนเรื่องต่างๆเช่น การวางแผนทำแปลงเกษตร การวางแผนจัดกีฬาสี การวางแผนการซ้อมกีฬาสีของสีต่างๆ เป็นต้น ซึ่งแต่ละกลุ่มจะออกแบบระบายเป็นแถบสี ใช้สัญลักษณ์ ภาพ ที่แสดงความหมายในแต่ละกิจกรรม ช่วงเวลา ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งแต่ละคนสามารถอธิบายถึงเหตุผลในการทำได้อย่างชัดเจน

      นอกจากนั้นยังมีเวทีส่งเสริมพหุปัญญาด้านดนตรี ด้านการเคลื่อนไหวและด้านอื่นๆได้อย่างคล่องแคล่ว เป็นธรรมชาติ ซึ่งมีคุณครูน้อย ครูเอก และครูโย่ง เป็นผู้อำนวยการให้นักเรียนได้แสดงความสามารถออกมาในแต่ละด้านด้วยบรรยากาศที่สนุกสนานและมีความหมาย
       เมื่อคุยในรายละเอียดก็ทราบว่าท่าน ผอ.ดร.ศิริชัย โยโกตา ท่านได้ใช้กระบวนการ KM กับครูมาโดยตลอด ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ภายใต้ปรัชญาที่ครอบคลุมทั้งด้านพุทธิพิสัย ทักษะพิสัย และจิตพิสัย ที่เน้นกระบวนการคิด โดยใช้เครื่องมือพัฒนาพหุปัญญาผ่านกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ ใช้กระบวนการกลุ่ม ใช้เวทีพหุปัญญา Project Approach กิจกรรมเสริมหลักสูตร และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
      นับเป็นโรงเรียนหนึ่งที่เป็นแบบอย่างให้เราได้ศึกษาเรื่องการพัฒนาพหุปัญญาได้เป็นอย่างดี

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 46403
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 62
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (62)

แหมๆ  ถึงจะบรรยายไม่มากแต่ก็ได้ใจความมากค่ะ

 รร.แบบนี้น่าดูเป็นตัวอย่างดีน้อ

 พัฒนาพุปัญญาหรอ ถึงจะน่าหนักสมองไปซักนิดแต่ก็คงเสริมความรู้ดีเหมือนกันนะคะเนี่ย

ผอ.เป็นดร.ด้วยหรอดีจังนะคะ

ปล.   ...ไม่มีอะไรค่ะเขียนเล่น

โรงเรียน นี้ ถือ ว่า ครู เก่า ๆ เอาใจใส่เด็กดีมาก ๆ

เสียดาย ที่ ตอน นี้ นักเรียนมาเข้าเรียนน้อย มาก

ห่วงอนาคต โรงเรียน จัง  (ตอนนี้ลูกเราเรียนอยู่)

คุณครูโรงเรียนนี้ให้ความสำคัญกับเด็ก ๆ ดีมาก

อยากให้มีนักเรียกเข้าเรียนมากๆ เพื่อให้เด็กมีสังคม

ห่วงอนาคตโรงเรียน(ทั้งเด็ก คุณครู และเจ้าหน้าที่ทุกคน)

 อยากให้มีอยู่ตลอดไป...

Plabplasiri is the best school. Haๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เห็นด้วยทั้ง 3 และ 4 ครับ

โรงเรียนนี้น่าอยู่มากอยากให้มาเรียนเยอะๆ

เห็นด้วยครับ อยากให้โรงเรียนดีดี ที่มีกิจกรรมการสอนที่สร้างสรรค์เจริญก้าวหน้า มีผู้ส่งบุตรหลานเข้าเรียนมากกว่านี้

โรงเรียนดีมาก สอนดี เป็นกันเองดี อยากให้เข้ากันเยอะๆนะเพราะเค้าสอนดีจริงๆ ขอให้มีโรงเรียนนี้ตลอดไป :)

โรงเรียนนี้ดีค่ะ

หนูขอรับประกันหนูเรียนมาแล้วผอ.และคุณครูทุกท่านสอนดีจริงๆค่ะสอนจนวันปัจฉิมเลย

ตอนนี้หนู่อยู่ม.1แล้วหนูยังไปเยี่ยมโรงเรียนบ่อยๆเลยค่ะเพราะความผูกผันค่ะ

^_^

ทางโรงเรียนแจ้งว่าสิ้นปีการศึกษา2552 จะเป็นปีการศึกษาสุดท้าย เนื่องจากสภาพเศษฐกิจ

ทัศนคติ สภาพแวดล้อมของโรงเรียนรวมถึงนโยบาลของรัฐ มีผลกระทบต่อการดำเนินกิจการของโรงเรียน(เกิดภาวะขาดทุน

ต่อเนื่องมาหลายปี)

ทั้งที่โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่ดีจริงๆ ทั้งด้านสภาพสังคม การเรียนรู้และกิจกรรมที่ส่งเสริมความสามารถของเด็กๆ รวมทั้งบุคลากร

ที่มีคุณภาพ

ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์นี้เลย

รู้สึกเสียใจและเสียดายมากๆ

จะมีทางใดบางที่จะช่วยให้โรงเรียนพลับพลาศิริดำเนินกิจการได้ หรือสามารถที่จะเปิดกิจการได้อีกครั้งในปีการศึกษา2553

เด็กที่โรงเรียนและผู้ปกครองท่านอื่นๆที่ได้พบปะกัน มีความเห็นได้กันว่าไม่อยากให้โรงเรียนต้องปิดตัวลง

เด็กๆ รักโรงเรียนนี้มาก

การจะทำให้โรงเรียนนี้สามารถดำเนินกิจการ หรือเปิดกิจการได้ต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติหลายๆ อย่างครับ ผมทราบดีมาโดยตลอด แต่มิอาจให้คำแนะนำได้ ตัวเองก็เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนนี้เหมือนกัน และคุณแม่ก็เป็นอดีตครูที่ดีที่สุดของที่นี่ แม่รักและให้ความสำคัญกับเด็กๆ และโรงเรียนมากกว่าพวกเรา(ลูกๆ)เสียอีก เพราะท่ารู้ว่า ลูกๆ 3 คน เอาตัวรอดได้

สิ่งที่ดีที่สุดของโรงเรียนนี้อยู่ที่บุคคลากรครับ ปากต่อปาก ผู้ปกครองหลายท่านมิอาจจะปฏิเสธได้ว่าทำไมจึงส่งบุตรหลานมาเรียนที่นี่ หากลองเปิดใจกว้างสักนิดลองพิจารณาการบริหารงานในอดีตของอาจารย์สุนิตย์ และครูท่านเก่าๆ จะพบว่าคุณครูเน้นให้ความสุขกับเด็กๆ และเน้นเรื่องจริยธรรม ส่งเสริมให้เด็กรู้จักกตัญญู เรื่องวิชาการนั้นเป็นเรื่องรอง นอกจากความรู้ที่ครูจะสอนให้ในชั้นเรียนแล้ว ผู้ปกครองและสื่อต่างๆ รอบตัวตลอดจนความสนใจของเด็กเองจะเป็นตัวกระตุ้นให้เด็กเกิดความเรียนรู้ แต่เรื่องของจิตใจและจริยธรรมเด็ก ถ้าไม่เริ่มตั้งแต่แรก เด็กจะเพาะบ่มความก้าวร้าว ยิ่งโตยิ่งแก้ยาก เรื่องเศรษฐกิจไม่ดีก็เป็นอีกปัจจัย จะโทษว่าเด็กน้อยแต่เพียงอย่างเดียวก็ไม่ใช่ เพราะว่าถ้าโรงเรียนดีจริงๆ ผู้ปกครองก็ยอมจ่าย(แป๊ะเจี๊ย)ให้บุตรหลานได้เรียน สิ่งที่สำคัญคือถ้าผู้ปกครองมั่นใจ เชื่อในตัวของครูผู้สอนว่าจะสามารถดูแลบุตรหลานได้อย่างดี คอยปลูกฝังให้เด็กเป็นคนดี ดูแลความปลอดภัย เหมือนดูแลลูกของตัวเองแล้วล่ะก็ ใครล่ะจะไม่ส่งให้บุตรหลานมาเรียน หากมุ่งเน้นงานวิชาการมากเพื่อเพิ่ม I.Q.เกินไปโดยลืมนึกถึงจริยธรรมจิตใจ(E.Q) โรงเรียนก็จะไม่ประสพความสำเร็จ บางครั้งท่านจะพบว่าเทคโนโลยีมิอาจสู้ความเป็นไปแบบเรียบง่ายตามวิถีพอเพียงโดยมุ่งเน้นธรรมชาติ ตามคำพูดที่ว่าสูงสุดคืนสู่สามัญ

โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนระดับเด็กเล็กถึงประถม ซึ่งจะเป็นแหล่งที่เตรียมความพร้อมสำหรับเด็กๆ ให้ไปศึกษาต่อยังชั้นมัธยมซึ่งโรงเรียนมัธยมที่อยู่ในนนทบุรีส่วนใหญ่มีความพร้อมในการรับบุตรหลานของท่านอยู่แล้ว และมีครูอาจารย์ที่พร้อมทบทวนความรู้ให้เด็กๆ แต่ถ้าเด็กๆ เหล่านี้ถูกปลูกฝังหรือขาดการเอาใจใส่ให้เป็นเด็กที่รู้จักอ่อนน้อม (เปรียบเสมือนน้ำไม่เต็มแก้ว ก็จะเปิดรับคำสอนของครูอาจารย์ได้เต็มที่ แต่หากสอนให้เขามีความเชื่อมั่นมากเกินไปจนก้าวร้าวก็เปรียบเสมือนน้ำที่เต็มแก้วก็จะไม่เปิดรับคำสอนใดๆ) เสียงตอบรับกลับจากครูอาจารย์เหล่านี้ส่งผ่านไปยังผู้ปกครองก็จะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่เขาจะไม่แนะนำให้บุตรหลานมาเรียน

สรุป การดำรงค์อยู่ของโรงเรียน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลัก 5 ประการจะต้องอุ้มชู เข้มแข็ง และทำงานประสานกันระหว่าง ผู้บริหาร คณะครู เจ้าหน้าที่ของโรงเรียน ผู้ปกครอง และตัวนักเรียน การที่จะดึงชื่อเสียงของโรงเรียนกลับคืนมาต้องอาศัยบุคคลากรเก่า ๆร่วมด้วยเพราะบรรดาศิษย์เก่าที่จบไปย่อมรู้จักและคุ้นเคยต่อความกรุณาและความอบอุ่นที่คุณครูในอดีตแต่ละท่านได้อุทิศแรงกายและใจเกินร้อย

ปล.สาเหตุที่ผมและน้องๆ ต้องฝืนใจให้แม่ลาออกจากที่นี่ทั้งๆ ที่ท่านยังรักและเป็นห่วงเด็กๆ และลูกศิษย์ของท่านรวมถึงผู้บริหารและผู้ร่วมงานที่แม่เคยทำงานด้วย เพราะอยากให้ท่านได้พักผ่อนทางกายและจิตใจบ้างหลังจากที่ประสพอุบัติเหตุและต้องเสียคุณพ่อของผมอันเป็นที่รัก ท่านทั้งคู่ก็ได้ทุ่มเทกับที่นี่มานาน เพราะท่านรักและกตัญญูกับอาจารย์สุนิตย์(ผู้ก่อตั้งโรงเรียน)ซึ่งได้ล่วงลับไปแล้ว พระคุณของท่านต่อครอบครัวเรามากมายนัก ผมยังจำได้หากคุณพ่อของผมท่านมีเวลาท่านจะเข้ามาสอนผมและเพื่อนๆเล่นอังกะลุง ไว้ใช้เล่นตอนเคารพธงชาติ มีเรื่องเล่าอีกหลายๆ เรื่องซึ่งเป็นความทรงจำและประสพการณ์ที่ดีๆ ต่อโรงเรียนนี้เมื่อในอดีต ผมจะรวบรวมมาแบ่งปันประสพการณ์ให้ทุกท่านฟัง เพื่อเป็นเกียรติแก่โรงเรียนพลับพลาศิริ วิทยา (โรงเรียนเก่าของผม แม่ และน้องๆทุกคน) ขอบคุณครับ

เราอยากให้พลับพลาอยู่กะพวกเราตลอด

เมื่อตอนที่รู้เราถึงกับบ่อน้ำตาแตกเลยอ่ะ TTOTT

ไม่นึกว่าวันนี้จะเกิดขึ้น

เราผูกผันกะโรงเรียนนี้มาก

เราคิดว่าวันนี้มันต้องเกิดขึ้นแน่

แต่พอเกิดขึ้นกับทำใจไม่ได้จริงจริง

เราจะอยู่กะพลับพลามา 9 ปี

พลับพลาศริ

เราจะไม่ลืมชื่อนี้เด็ดขาด

รู้สึกใจหายที่ได้ทราบข่าวนี้ ผมไม่ได้ไปเยี่ยมที่โรงเรียนมาเกือบ 3 ปี รู้สึกเสียดายโรงเรียนดีดีมีคุณภาพ แต่ด้วยระบบการแข่งขัน รวมทั้งทัศนคติของพ่อแม่ผู้ปกครองและรัฐขาดการโอบอุ้มโรงเรียนเอกชนดีดีอย่างแท้จริง ปล่อยให้ต่อสู้ไปตามระบบแข่งขันปกติ ซึ่งโรงเรียนของรัฐบาลก็เป็นผู้ดึงดูดนักเรียนเสียเอง อยากให้พ่อแม่ผู้ปกครองและสังคมมาร่วมมือกันสืบสาน ร่วมพลิกฟื้นโรงเรียนขึ้นมาใหม่ด้วยอุดมการณ์เดียวกัน เช่นเดียวกับโรงเรียนเพลินพัฒนา

โรงเรียนนี้ดีมากๆเลยคะ ทำให้ดิฉันเรียนภาษาอังกฤษเก่ง ใช้คอมพิวเตอร์ได้คล่อง คุณครูใจดีทุกคน ตอนนี้ทำงานไม่ค่อยว่าง อยากกลับไปเยี่ยมโรงเรียนเหมือนกัน เคยไปตอนปี 1 โรงเรียนเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่คุณครูทุกคนยังใจดีเหมือนเดิมคะ

โรงเรียนพลับพลาศิริ แต่เดิม ชื่อเต็มว่า โรงเรียนพลับพลาศิริวิทยา ซึ่งสมัยก่อนนั้นการบริหารงานถือเป็นโรงเรียนตัวอย่างของจังหวัดนนทบุรีเลยก็ว่าได้ และยังได้รับชื่อเสียงมากมาย เด็กที่จบจากที่นี่หลายคนได้เป็นใหญ่เป็นโต ได้ทำงานในตำแหน่งที่ดีๆ และต่างก็ได้รับการอบรมให้มีคุณธรรมจริยธรรม ผมยังจำภาพบรรยากาศสมัยก่อนๆได้ คุณครูเก่าๆ หลายท่าน ซึ่งมากด้วยประสบการณ์ และ ความสามารถ ตั้งแต่สมัยอนุบาล จนถึงชั้นประถม ต่างก็ทุ่มเทใจให้กับการบริหารโรงเรียน ต่างกับสมัยนี้ ซึ่งไม่เหลือครูเก่าๆ ที่มีความสามารถอยู่อีกแล้ว เพราะดูจากการบริหารงานของโรงเรียนในจังหวัดนนทบุรีแล้ว การแข่งขันสูงเท่าเทียมกัน แต่ เขายังอยู่ได้ แต่ทำโรงเรียนนี้จึงอยู่ไม่ได้ ต้องลองกลับมาพิจารณาใหม่แล้วครับ ว่าสาเหตุที่แท้จริงมาจากอะไร

วันที่26 กุมภา 53

ไปที่พลับพลาสิค่ะ

มันเป้นวันสุดท้าย

มีกิจกรรมเยอะมาก

1.อำลาป.6

2.งานละครปีใหม่

3.อำลาโรงเรียน

มีกิจกรรมให้ทุกรุ่นมาร่วมกันค่ะ

มากันเยอะเยอะน่ะค่ะ

วันสุดท้ายแล้ว

รู้สึกเสียดายมากครับ ที่โรงเรียนที่ดีจะต้องหยุดการสอนไป ผมเองผูกผันกับโรงเรียนนี้มา ไม่ต่ำกว่า 10 ปีแล้ว ลูกสาว 2 คน ของผมเรียน ตั้งแต่อนุบาล จนจบ ป.6 ปัจจุบัน หลานผม ก็อยู่ในรุ่นสุดท้ายที่จะปิดโรงเรียน รับ-ส่งกันมา 10 ปีแล้ว ลูก ๆ บ่นว่าคิดถึงโรงเรียนนี้มาก ๆ เลย ผูกผันกับคุณครูทุกคน ผมเองก็ใจหายครับ พวกเราจะจดจำสิ่งดี ๆ ที่โรงเรียนนี้มอบให้ลูกหลานเรา ตลอดไปครับ

ผูกพันกับโรงเรียนนี้มากๆค่ะ อยู่มาตั้งแต่อนุบาลจนจบ ป.6

วันแรกที่เข้าโรงเรียนยังร้องไห้ตามพ่อกับแม่อยู่เลย ตอนนี้อยู่สตรีนนท์ค่ะ

ที่นี่ให้อะไรมากกว่าที่จะบรรยายนะ เมื่อกลับไปเยี่ยมโรงเรียน(ทุกวัน)

ก็เหมือนเดิม คุณครูทุกท่านก็เหมือนเดิม เหมือนไม่ได้จบจากโรงเรียนนี้เลย

ที่นี่สอนให้กล้าแสดงออกค่ะ พราวรู้ตัวเองดีว่าเมื่อก่อนขี้อายมาก

แต่เมื่อได้รับการฝึกฝนจากเวทีแสดงออกจากที่นี่ ได้รับความเอาใจใส่อย่างดีจากคุณครู

ไม่ว่าจะป็นโอกาสที่จะได้พูดหน้าเสาธง เป็นตัวแทนในการพูดกล่าวต่างๆ

รวมทั้งคนอื่นๆด้วย ซึ่งพราวคิดว่าโรงเรียนอื่นไม่น่าจะเปิดโอกาสให้เด็กเท่าไหร่

จำได้เลยว่าครั้งแรกสั่นมากๆค่ะ 555+ (ในที่สุดก็เผาตัวเอง)

แต่สุดท้ายเมื่อบ่อยขึ้นก็กล้าขึ้นค่ะ ออกแนวจะมากเกินไปด้วย นะ --*

อีกเรื่องที่อยากจะเล่าให้ฟังค่ะ คือเรื่องของการทำ Project ในแต่ละปี

สอนให้เด็กคิดอย่างมีระบบและเหตุผล สอนให้ทำงานเป็นกลุ่ม และตรวจสอบการทำงานอยู่เสมอ

ถามว่าตอนรู้เรื่องเหรอว่าที่เรียน Project มีจุดประสงค์อะไร...?

คำตอบก็คือ ในตอนนั้นไม่รู้หรอกค่ะ เรียนๆไปงั้นแหละ ให้มันผ่านๆไป

แต่สุดท้ายเมื่อจบออกมา ก็สามารถใช้กระบวนการคิดและการทำงานเป็นหมู่คณะเนี่ย

ไปใช้ได้ ไม่ว่าจะเรื่องอะไร จริงๆนะ บางครั้งทำโครงงานที่สตรีนนท์

เพื่อนคนอื่นบอกคิดไรซับซ้อนมากมาย แต่พราวว่ามันมันไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย

ถามตัวเองว่าไปมองมันง่ายไปเองรึป่าว พอนึกกลับมาได้

ว่ามันไม่ได้ยากอะไร เพียงแต่เราคิดเป็นขั้นเป็นตอนเท่านั้นเองค่ะ

แล้วมันก็เป็นข้อได้เปรียบมากกว่าคนอื่นด้วย ในความคิดพราวนะ

ส่วนเรื่องคุณครูทุกท่านที่นี้กันเองกับเด็กมากเหมือนเพื่อนเล่นค่ะ

แต่ก็ยังสอนให้เด็กมีมารยาทและวางตัวกับผู้ใหญ่อย่างเหมาะสมด้วยค่ะ

อาหารก็หร่อยน๊ะ (ไม่ได้แกล้งชมป้านวลกะพี่ยุ้ยนะ 5555+)

ชอบที่สุด คือ แกงเขียวหวานไก่ กะ ข้าวคุกกะปิ ค่ะ

สุดท้านนี้ถึงโรงเรียนจะปิดไปแต่พราวเชื่อว่าศิษย์เก่าหลายๆคนไม่มีทางลืมที่นี่แน่นอน เพราะอย่างน้อยโรงเรียนพลับพลาก็ยังเคยให้ความรู้ ประสบการณ์ และความผูกพันห่วงใยเด็ก อย่างจริงใจ พราวเชื่ออย่างนั้น เมื่อได้รับจดหมายของน้อง(ลูกพี่ลูกน้องที่อยู่ ป.6)

ว่าโรงเรียนจะปิดก็เหวออยู่พักใหญ่เลยล่ะคะ ทำไงได้ 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งตอนนั้นก็ยังเรียนที่พลับพลาอยู่จนจบออกมา ก็รับรู้ถึงเรื่องสภาพเศรษฐกิจของโรงเรียนว่ากำลังแย่ และรู้ทั้งรู้ว่าต้องมีซักวันที่โรงเรียนจะต้องปิดตัวลงแต่ก็ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ ชนิดตั้งตัวไม่ทัน...

ยังไงก็วันที่ 26 กุมภา 53 ที่จะถึงนี้ ก็จะไปงานเลี้ยงปิดโรงเรียนแน่นอนและเชื่อว่าเมื่อเจอกันที่ไหนก็จะทักทายกันแน่นอนค่ะ

ปล.รักพลับพลา ^^

ในนามของครูยุคปัจจุบันขอขอบคุณผู้ปกครองและนักเรียนที่รักทุกคนที่เข้าใจโรงเรียนในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีใครอยากให้เป็นแบบนี้หรอก ใครอยากจะเห็นลูกศิษย์ที่รักดังลูกของตัวเองต้องหาที่เรียนใหม่กลางคัน ไม่ใช่เป็นแต่ครูเก่าๆนะครูปัจจุบันก็มีวิญญานครูเหมือนกัน..อย่าจมปรักกับอดีตมากนัก(ตอบคำถามศิษย์เก่าลูกคุณครูรัตนาทั้งสองคน) สิ่งที่คนที่ถูกเรียนนำหน้าว่า "ครู" ไม่ว่าจะเป็นใครเรียกก็ตาม ผู้ปกครอง นักเรียน พ่อค้า แม่ค้า หรือใครๆ คำนี้มีความหมายมากจะทำอะไรก็ต้องคิดแล้วคิดอีกเพื่อไม่ให้เสื่อมเสียกับคนที่เป็นครูทุกคนเพราะฉะนั้นจึงไม่น่าจะมีคำว่าครูเก่าหรือครูใหม่ การที่ต้องดูแลลูกคนอื่นที่ไม่ใช่ลูกเรานั้น "ครู" ทุกคนเต็มร้อยอยู่แล้วไม่ใช้ครูเก่า เคยได้ยินมั๊ยครูเก่าบางคนบ่นที่จะต้องดูแลเด็กเนื่องจากเด็กซนหรือดื้อจนเกินไป ครูเก่าหลายคนที่ออกไปจากที่นี่ไปแบบกลางปีการศึกษาเกือบทั้งนั้นบางคนทิ้งไปกลางคันก็มีนะจะบอกให้ (ยกเว้นครูผู้ใหญ่จริงๆ 3 ท่าน..ขออนุญาติไม่ออกนามน่าจะรู้..) สำหรับ ด.ช.นิติศักดิ์ การที่บอกว่า "สมัยนี้ไม่เหลือครูเก่าๆที่มีความสามารถอยู่แล้วนั้"แสดงว่าสมัยที่เธอเรียนเธอเรียนกับครูที่ไม่มีความสามารถงั้นสิ สมัยที่เธอเรียนมีครูหลายท่านอย่างไรก็ให้เกรียติกันบ้างก็ดีนะสงสารความรู้สึกครูที่เค้าอาจจะได้อ่านข้อความนี้ แล้วเค้าเคยสอนเธอมาด้วยใจบริสุทธ์

เราตอบกันสั้นๆพอเข้าใจนะพอดีเปิดเข้ามาแล้วได้อ่านปกติไม่เคยเปิดเข้ามาอ่าน แหม วันนี้โชคดีจัง เอาไว้เจอกันแล้วคุยกันดีกว่า (ถ้าไม่เข้าใจ)

สำหรับผู้ปกครองทุกท่าน ลูกศิษย์ทั้งเก่าและปัจจุบัน ที่เข้าใจ คิดดี รักโรงเรียน ไม่เปรียบเทียบ เราเจอกันด้วยความรักและความเข้าใจ วันศุกร์ที่ 26 ก.พ. 53 จริงๆงานมีตั้งแต่เช้าไม่มีกำหนดเลิก กำหนดการคร่าวๆ ช่วงเช้าไปอำลาหลวงพ่อและอิหม่าม ไปเวียนเทียนที่วัดเขมา ช่วงบ่าย กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ (ถ้าศิษย์เก่าอยากร่วม เรียนเชิญได้เลย) ต่อด้วยพิธีบายศรีสู่ขวัญ ช่วยเย็นเชิญชมผลงานชิ้นสุดท้ายที่เราสร้างให้เป็นความรู้กับนักเรียนถือว่าเป็นนวัตกรรมชิ้นโบว์แดงก็ว่าได้ เป็นกิจกรรมเวทีแสดงออกภาษาอังกฤษของโรงเรียนที่เราทำกันเป็นประจำทุกทุกปีการศึกษา ต่อด้วยกิจกรรม "ความทรงจำ" ฝากความรัก ความระลึกถึง ความเข้าใจในสิ่งดีดีซึ่งกันและกัน เป็นมิตรภาพและภราดรภาพ ตลอดไป (ใครที่คิดว่าไม่เข้าใจเรา หรือ ไม่รักเราจริงในความเป็นปัจจุบัน "อย่ามานะครับ..เดี๊ยวไม่สนุก ! )

แล้วพบกัน......รักทุกคน........จริงใจ.........ไม่หลอกลวง..........เสมอต้นเสมอปลาย.............ครูเอก

^

^

^

ครูเอกสุดยอด

พราวเห็นด้วย ครูทุกคนมีความสามารถเหมือนกันหมด ไม่ว่าจะเป็นครูเก่าครูใหม่ครูทุกคนให้เด็กเต็มร้อย ที่โรงเรียนเป็นแบบนี้เพราะปัจจัยอื่น ไม่ใช่เพราะครูหรือการบริหารแต่อย่างใดค่ะ

เสียดายโรงเรียนนี้เสียจริงๆ อยากให้อยู่ต่อไปนานๆ

สวัสดี ชาวพลับพลาศิริทุกท่านรวมไปถึงคณะคุณครูที่สั่งสอนเด็ก (ผอ. และ ผจก.)

รุ้งนั้นอยู่โรงเรียนนี้มาตั้งแต่ อนุบาล 1 ถึง ป.6 แหละ

ตั้งแต่รุ้งอยู่ที่นี้มา ที่นี้สอน ให้รู้จักคิด รู้จักทำ ในสิ่งที่ถูกต้อง

ให้ความรู้ ความกล้าแสดงออก และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งเยอะมากจนจำไม่ได้

กับสิ่งที่โรงเรียนมอบให้แก่รุ้งและน้องๆ เพื่อนๆ หรือพี่ๆ รุ่งที่จบไป

อ้อ ! แล้วก็ ขอขอบคุณ ผอ.ผจก. ที่ทำให้รุ้งและอีกหลายคนมีวันนี้

ซึ่งผอ. และ ผจก. ก็ไม่ได้มาสอนเราโดยตรงแต่เมื่อมีโอกาส ผอ. ผจก. ก็จะมาสอน

พวกเราชาวพลับพลา

ส่วนเรื่องอาหารการกินนั้น...........ป้าของเรานั้นทำอร่อยตั้งแต่รุ้งยังเด็กๆ

อยู่เลยไม่ว่าจะเป็นแกงส้ม แกงเขียวหวาน มักกะโรนี และอื่นๆอีก

แล้วก็ยังไม่ลืมอีกอย่างนึ่ง คนที่ค่อยทำความสะอาด ห้อง บริเวณสนาม

โรงอาหาร และสถานที่ต่างๆ นั้นก็คือ พวกคุณป้าคุณลุงต่างๆ ตั้งแต่ทุกรุ่นเลย

ก็ขอขอบคุณด้วยเช่นกัน

สิ่งสุดท้ายที่จะกล่าว..............

ก็เสียดายที่โรงเรียนนี้จะปิดตัวลง แต่ก็เพราะเศรษฐกิจอ่ะเนอะ ที่ทำให้เป็นแบบนี้

รุ้งคิดว่าศิษย์รุ่นก่อนๆรวมถึงศิษย์ปัจจุบันก็คงต้องใจหายแล้วก็

เสียใจมากด้วยที่โรงเรียนต้องปิดลงไม่แพ้กันเลย

ในวันที่ 26 ก.พ. 53 นี้ก็ขอให้ทุกคนมากันเยอะๆ เพราะว่าเป็นงานที่มีแต่ความห่วงใย ความทรงจำที่ดี

ความรักที่มีต่อกัน กับร.ร. พลับพลาศิริ และคุณครูทุกท่านด้วย

ป.ล. เจอกันก็ทักทายกันบ้างนะ แล้วก็จะไม่ลืมพลับพลาศิริและภาพความทรงจำดีๆที่มีต่อกัน

รักและคิดถึง

แอน

ด้วยความเคารพ

ด.ญ. รมิตา (รุ้ง ป.6 )

ชะแวบ!!!

มารายงานตัวอีกครั้งค่ะ

วันที่ 26 กพ. 53 มาร่วมงานกันเยอะๆนะคะ

ความทรงจำ ความรัก ที่มอบให้แก่กัน วันสุดท้าย

แต่งตัวให้สวยๆเลยนะ(เดี๋ยวแพ้คนเขียน)

สิ่งที่มีเกิด ก็ต้องมี ดับสูญ ไป มันเป็น สัจธรรม (Animal will do)

สู้ๆ

ครูเอกเข้าใจพวกเราผิดแล้วครับ เราไม่ได้มีอคติต่อใครหรือไม่ให้เกียรติใคร ครูทุกท่านเต็มที่กับลูกศิษย์ทุกคน โดยเฉพาะลูกครูหลานครูที่ ใครๆ ก็มองว่าเป็นตัวป่วน มาตั้งแต่ผมเรียนที่นี่แล้ว โดนหนักกว่าเพื่อน อิจฉาเด็กรุ่นใหม่เรียนกับครูรุ่นใหม่ไม่โดนตีซะบ้าง แต่ที่ผมจะสื่อให้ฟังนี่ ลองเปิดใจนิดนึงครับ ต้องขออนุญาติท่านเจ้าของกระทู้ที่ และครูต่างๆ ที่เป็นนักวิชาการด้วยครับ การนำเสนอของผมนี้เป็นเหตุผลส่วนตัวครับเพื่อเปิดทัศนคติในอีกแง่มุม เราลอง มาวิเคราะห์ถึงสาเหตุต้นตอที่แท้จริง ที่มาที่ไปคือเราเสียดายโรงเรียนที่จะต้องปิด ถามว่าเพราะอะไร ต้องอ่านให้จบก่อนสรุปน๊ะครับ

เด็กเกิดใหม่ทุกวัน ลูกศิษย์ที่จบไปหลายๆ รุ่นถ้าไม่นับรุ่นพี่ก่อนหน้าผม ตอนนี้คงได้มากกว่า 35 รุ่นแล้ว 35 รุ่นคิดเป็นอัตราสามเหลี่ยมปิรามิด แบบไอน์สไตน์ คือต้องเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ ประชากรย่อมมีการขยายครอบครัว มีลูก และหลาน รุ่นที่1สืบทอดไปยังรุ่นต่อๆ ไป ถ้าทุกคนยังเป็นคนในท้องที่ ไม่ได้ย้ายไปที่อื่น ก็ต้องมีความผูกพันธ์ในวิถีเดิมๆ ในรูปแบบเดิมๆ นั่นคือการนำลูกนำหลานนำเหลน มาฝากเรียน ซึ่งก็น่าจะทำให้รายได้ของโรงเรียนเพียงพอกับรายจ่าย และทำให้โรงเรียนอยู่ได้ต่อไป แต่หากมองว่าเป็นที่เศรษฐกิจ ครูเอกและท่านเจ้าของกระทู้ คงพอจะทราบว่าโรงเรียนอื่นๆ ต้องได้รับอานิสงของพิษเศรษฐกิจไปด้วย แล้วโรงเรียนการันต์ ที่เปิดสอนระดับเดียวกันที่อยู่ที่นนทบุรีอยู่ได้อย่างไร ในเศรษฐกิจแบบนี้ เริ่มมองเห็นภาพแล้วใช่ไหมครับ เราไม่ได้ใช้อารมณ์ตัดสินใคร แต่เราใช้เหตุและผลแบบนักวิชาการ แต่การที่พูดและอ้างถึงบุคคลากรเก่าๆ เพราะ คำว่า Connection และ Relation ต่างหากครับ ยิ่งมีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูและศิษย์ และมีการติดต่อกันอยู่ตลอด ไม่ว่าศิษย์จะเติบโต ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เป็นใหญ่เป็นโต มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างไร หากไม่ลืมคำว่ามุฑิตาจิตแล้วย่อม คิดถึงครูบาอาจารย์ที่ได้อบรม ขัดเกลาเรามา (โดยเฉพาะผมโดนตีเป็นกรณีพิเศษ) จึงได้ดีทุกวันนี้ ดังนั้นการที่ครูเก่าๆ ไม่อยู่ไม่ได้บอกว่าท่านไม่ดีขาดความรับผิดชอบ เพราะทุกท่านย่อมมีเหตุและผลส่วนตัวของท่าน แต่ทุกท่านมีจิตและวิญญาณในความเป็นครูอยู่แล้วไม่ว่าจะเกษียณหรือไม่ ความรักและความรับผิดชอบต่อสังคมและลูกศิษย์ย่อมมิมีวันห่างหาย ครูใหม่ก็มิได้ทำอะไรที่ผิดหรือไม่ได้เต็มที่กับการสอน แต่หากเป็นที่ Relation และ Connection 2 คำนี้ต่างหาก ที่ไม่สามารถเชื่อมโยง เพื่อหาเด็กเข้ามาเรียนเพื่อทำให้โรงเรียนมีรายได้ครับ น้องผมก็เรียนกับครูใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน แต่ถ้ามองอายุของเขา เขายังอยู่ในช่วยวัยรุ่น ยังไม่ใช่วัยที่จะมีลูกมีหลาน ดังนั้นจึงเกิดภาวะ ขาดช่วงครับ ครูใหม่ที่มารับช่วงต่อเลยโดนหางเลข เราไม่ได้แบ่งพรรคแบ่งพวกแบ่งฝักแบ่งฝ่ายว่าใครเก่าใครใหม่ ทุกคนที่นี่สำคัญทั้งหมด เพราะต้องช่วยกันทำให้โรงเรียนอยู่รอด ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ถ้าบริหารไม่ดีคงไม่อยู่มาเท่ากับอายุของผม แต่สิ่งที่ผมอยากจะชี้ให้เห็นคือ 2 สิ่งที่ว่ามันขาดหายไป เป็นเพราะอะไรคงไม่มีใครอยากมาตอบ

แต่ที่อยากจะลองฝากให้คิดคือการอำลาโรงเรียน หากไม่มีอคติ ไม่เชิญศิษย์เก่าหรือบุคคลากรเก่าๆ ที่ร่วมสร้างโรงเรียนและมีความรู้สึกที่ดีๆมาด้วยกันถึงแม้วันนี้จะไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนหรือไม่ได้เรียนที่นี่แล้วบ้างหรือครับ แต่ขอบอกว่าครูเอกใจเกินร้อยจริงๆ แต่น่าจะดุน้องผมมากกว่านี้ตอนที่เรียนกะครูเอก จะได้เก่งกว่าผมยิ่งๆขึ้นอ่ะครับ ^0^ ผมจะได้สบายเสียที

อ้อ สิ่งที่ครูเอกได้ชี้แนะก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลครับซึ่งสอดคล้องกับที่ผมได้ชี้แจงไปกระทู้ก่อนหน้านี้คือหลายๆท่านไม่จมอยู่กับอดีตคือไม่มีความผูกพันธ์ (Lost Relation) จึงทำให้โรงเรียนขาดนักเรียนมาเพิ่ม คือไม่รักโรงเรียน ไม่รักสถาบัน น่าจะเป็นเหตุผลหลัก คือไม่ยึดติดกับบุคคล ไม่ยึดติดกับชื่อเสียงของโรงเรียน ส่วนเรื่องอื่นๆ หรือปัญหาภายในจะมีหรือไม่ผมก็ไม่ทราบเพราะถือเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่ทุกๆที่ย่อมมีเหมือนกันหมดครับเป็นเรื่องธรรมดาขององค์กร อย่าว่าแต่โรงเรียนเลยครับ สังคมทุกวันนี้ยังแบ่งแยกเป็นสีนู้นสีนี้ จะถล่มกันอยู่แล้วหลังอำลาโรงเรียนคงได้เห็นว่าเศษฐกิจจะพังของจริงเพราะอะไร ผมว่าท่านเจ้าของกระทู้คือคุณธเนศ ขออนุญาติเอ่ยนาม ท่านผ่านการดูงานสถานศึกษามาหลายๆ ที่ และผ่านยุกต์ในช่วงเศรษฐกิจฟองสบู่แตก ย่อมมีประสพการณ์ดีๆ มาถ่ายทอดและแนะนำให้พวกเราน้องๆ ลูกๆ หลานๆได้ฟัง ผมไม่แน่ใจว่าท่านกำลังเขียนบทความวิชาการเกี่ยวกับเรื่องทำนองนี้อยู่หรือไม่ แต่ผมว่าถ้าทำได้ก็ดีน๊ะครับทำให้ผู้บริหารโรงเรียนจะได้รับความรู้และกลยุทธในการปรับปรุงเพื่อสู้กับเศรษฐกิจ น่าจะเป็นวิทยาทานที่ดีแก่สังคมได้อีกระดับหนึ่งครับ

ขอบคุณครูอาจารย์ทุกท่าน ศิษย์เก่า ผู้ปกครอง และเจ้าของกระทู้ที่ให้โอกาสมาเล่าสู่กันฟัง หากเห็นว่าไม่สมควรก็ลบกระทู้ผมออกไปได้ครับ

ผมเห็นด้วย กับ คุณ รัฐศาสตร์ ทุกประการ เอาเป็นว่า ขอให้คนไทย รักกัน เพื่อ นายหลวงของเรา ก็พอ..555 จากเด็กที่รัก พลับพลาศิริวิทยา และนายหลวง เหมือนกัน...

ต้องขอโทษครูเอกด้วยนะครับ ที่อาจจะใช้คำพูดแทงใจดำไปหน่อย แต่ถ้ามองในโลกของความจริง ครูที่หัวใจเต็มร้อยเนี่ย มันรู้แก่ใจอยู่แล้วครับ โรงเรียนอยู่ได้เพราะครูดี ครูอยู่ได้เพราะเด็กเต็ม สัจธรรมของชีวิต

ใกล้ถึงวันงานโรงเรียนแล้วคร่า

ใจนึงก้ออยากให้ถึงวันงานเร็วๆจาได้ดูหนังเร็วๆ

แต่อีกใจนึงก้อม่ะอยากให้ถึงวันนี้แล้วม่ะอยากให้โรงเรียนพลับพลาศิริของเราปิดตัวลงเลย

ม่ะอยากให้โรงเรียนดีๆอย่างนี้ปิดเลยอ่ะ

นู๋ฟ้าก้อเรียนที่โรงเรียนนี้มาตั้งแต่อนุบาล1 จนถึงป.6 มันก้อเป็นเวาลาเก้าปีแล้ว

นู๋ฟ้าก้อเลยรุ้สึกผูกพันธ์กับโรงเรียนนี้มากๆ

รักโรงเรียนนี้ คุุณครูที่นี่ก้อใจดีกันทุกคน คอยให้ความรู้กับนู๋ฟ้ามาตลอด

ขอขอบคุณทุกๆคนในโรงเรียนนี้ไม่ว่าจาเปนป้าๆที่คอยทำความสะอาดโรงเรียนของเรา

คุณป้าที่ทำอาหารให้เราทานทุกวัน

คุณครูทุกๆท่าน และที่สำคัญที่สุดคือ ผอ. ขอขอบคุณทุกๆคนมากๆเลยนะคะ

รวมไปถึงน้องๆและเพื่อนๆทุกๆคนที่คอยให้กำลังใจนู๋ฟ้ามาตลอด

สุดท้ายก้อขอให้ทุกๆคนโชคดีนะคะ

ขอให้ทุกคนที่เข้ามาในบอร์ดนี้แล้วเขียนอวยพรหรือเขียนสิ่งดีๆ

ให้กับโรงเรียนพลับพลาศิริของพวกเรามีความสุข

และโชคดีนะคะ

สวัสดีครับ พี่น้องทุกคน ผมและพี่ชายเรียนโรงเรียนนี้มา 9 ปี ตั้งแต่เตรียมอนุบาล เมื่อปี 2524 ก็ใจหายนะครับที่โรงเรียนต้องปิดตัวลง จากกระทู้ด้านบนที่อ่านมา ทุกคนก็ไม่อยากให้โรงเรียนนี้ปิดลงหรอกครับ เพราะทุกคนไม่ว่าจะเป็นนักเรียนหรือคุณครูก็ผูกพันกับโรงเรียนนี้ทั้งนั้น แต่ก็ต้องเข้าใจความเป็นจริงที่มันเกิดขึ้นและยอมรับมันให้ได้ ผมคิดตรงกับคุณรัฐศาสตร์ อย่างหนึ่งว่า ทำไมโรงเรียนการันต์ถึงอยู่ได้ ผมก็มองว่าถ้าผู้บริหารโรงเรียนได้ลองมองบ้างตั้งแต่หลายปีที่ผ่านมา โรงเรียนของเราก็คงจะอยู่ได้ อีกอย่างเมื่อวานผมไปที่งานมาด้วย ผมเห็นใจครูทุกคนนะครับที่ต้องหาที่ทำงานใหม่ ส่วนนักเรียนปัจจุบันผมว่าน่าจะมีที่เรียนใหม่กันทุกคนแล้ว แต่ผมเห็นใจครูที่อายุมากๆ จะเป็นอย่างไรต่อไป เอาเป็นว่า ก็ขอให้อนาคตโรงเรียนนี้กลับมาเปิดอีกครั้งละกัน

เศร้าจิตจิงๆๆ

รู้สึกเสียดายมั้กมากกกกกกกกกกกก

แจงก้ออยู่กะพลับพลามา9ปีกว่าๆๆๆๆๆๆๆ

เค้าอยากให้พลับพลาอยู่คู่กะพวกเราตลอดปายยยยยยยยย

พลับพลาสอนทุกอย่างกะเรา

ตอนเค้าอยู่พลับพลาเค้ารู้สึกว่าไม่เก่ง(จิงๆๆน้าก)

แต่ทามมายเวลาอยู่ที่โรงเรียน(ปัจจุบัน)

เค้ารู้สึกว่าเค้าเก่ง(คตร.มาก)

ไม่รู้ว่าจาอธิบายอย่างไรดี

เอาเปงว่า แจงขอขอบคุณ

ดร. ศิริชัย โยโกตา(เขียนถูกป่ะ ฮิฮิ)

ที่ให้การสั่งสอน ดูแลเรา

ยังกะลูกหลานเลยอ่ะ

แจงจะเปงกำลังใจให้ ผ.อ น่ะคร้า

ผ.อ จาต้องสุ้ๆๆๆน่ะคร้า

น้องแจงจาเปงกำลังใจให้

ผอ.ทำให้นู๋ปาทับใจจนวันสุดท้าย

ละครที่ได้ดูเมื่อวานสุดยอดจิงๆๆๆ

Ps.ขอให้สู้ๆๆๆต่อๆไปนะค่ะ พวกเราศิษย์พลับพลาจะเป็นกำลังใจใหตลอดไปค่ะ

Ps2.ต้องขอโทดด้วยนะคะที่ใช้ภาษาวิบัติ แต่พลับพลาไม่เคยสอนนักเรียนให้พูดภาษาหรือเขียนภาษาวิบัตินะค่ะ

Ps3.เราจะรักพลับพลาศิริตลอดไป

ครับ ใครที่ไปงานอำลาเมื่อวานก็จะรับรู้และรับทราบความรู้สึกของครู ลูกศิษย์ ทั้งเก่าและใหม่ รวมถึงบุคคลากร และท่านผอ. ไม่มีใครอยากให้เป็นแบบนี้ ทุกคนก็ไม่ได้ซ้ำเติม มีแต่จะคอยช่วยให้กำลังใจ หากลดคำว่าอัตตา ลงบ้างก็จะเห็นแก่นธรรม คงต้องให้ผู้บริการได้พักผ่อนบ้าง เพราะท่านก็เหนื่อยกับปัญหาและต้องคอยแก้ปัญหาในโรงเรียนมาตลอด หลายๆ ปีที่ผ่านมา ก็คงต้องสุดแท้แต่ความคิดเห็นของท่านว่าจะกลับมาเปิดใหม่ อีกหรือไม่ เมื่อไร หรือจะให้ชื่อโรงเรียนพลับพลาศิริ หรือชื่อเดิมพลับพลาศิริวิทยา เป็นแค่โรงเรียนในตำนาน ที่อยู่ในใจของใครอีกหลายๆ คน ผมคงจะได้มีโอกาสได้พบและพูดคุยกับท่านบ้าง เพราะครอบครัวของผมและของท่านก็เปรียบเสมือนญาติคนหนึ่ง ซึ่งครูสุนิตย์และอาจารย์โยโกตา ผู้ก่อตั้งโรงเรียนมีพระคุณต่อคุณพ่อและคุณแม่ของผมเสมอมา แม้ว่าท่านผู้ก่อตั้งทั้งสองจะไม่อยู่แล้วก็ตาม แม่ผมและครอบครัวเราก็ยังแวะไปทำบุญที่อัฐิของท่านอยู่เสมอ

แม่ผมท่านก็เสียใจและเสียดายลึกๆ เหมือนกับครูเก่าๆ และครูใหม่ๆ เช่นเดียวกัน ไม่มีใครอยากให้มันเป็นอย่างนี้อย่างที่ทุกคนพูด

ก็ขอเป็นกำลังใจให้ท่านผู้บริหาร การจะทำโรงเรียนให้อยู่รอดได้ก็ต้องใช้ความสามารถและความทุ่มเทอย่างสูง ซึ่งท่านก็ทำมาตลอด แต่ควรจะต้องมีการตลาดเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง และก็ต้องรักษาน้ำใจบุคคลากร ที่สำคัญอยากให้ลองศึกษาเกี่ยวกับธุรกิจลูกโซ่ ท่านจะทราบทันทีว่าที่ผมกล่าวไปก่อนหน้านี้ทั้งสองกระทู้ มีเจตนาอย่างไร หากเป็นไปได้ฐานข้อมูลศิษย์เก่านั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง ท่านจะได้กำลังสนับสนุน ถ้ามีการประชาสัมพันธ์ มีการติดตามว่าศิษย์เก่าที่จบจากที่นี่ไป สามารถให้ความช่วยเหลือ หรือ คำปรึกษาอย่างไรบ้างกับโรงเรียน ก็จะเป็นประโยชน์ และความผูกพันธ์ที่นักเรียนมีต่อครูเก่าๆ ต่อโรงเรียน ต้องมาลองชั่งน้ำหนักดูว่าส่วนไหนคือ Piority ผมก็รักและเคารพท่านผู้อำนวยการและครูอาจารย์ทุกคนเหมือนๆ กัน Keep in touch ^_^

ขออภัย ดร.ศิริชัย โยโกตา และคุณครูทุกท่านด้วย ที่ไม่ได้ไปร่วมงานวันที่ 26 ก.พ. เพราะไปเป็นประธานติดตามการดำเนินงานตามโครงการ SP2 ที่ภาคเหนือ (รวม 15 วัน) อยากให้ท่านที่ไปงานนี้เล่าบรรยากาศในวันนั้น รวมทั้งอยากให้ทุกท่านเก็บความประทับใจ แบบอย่างที่ดีดี เหล่านี้ไว้ เป็นอนุสรณ์ และเพิ่มพลังใจแก่ผู้ที่ทำความดี ตราบนานเท่านาน

อดีต..คือ..อดีต..ปัจจุบัน..คือ..ปัจจุบัน..อนาคต..คือ..อนาคต..พูดอะไรก็ได้..แต่ตอนนี้...มันจบแล้ว..ลาก่อน

^

^

^

^

ครูเอกง่ะ

ถ้าพลับพลาศิริ

กลับมาเป็นเหมือนเดิม

หนูขอให้ครูทุกคนกลับมาได้ไหม

ทำให้มันเป็นแบบเดิม

ทำให้มันมีบรรยากาศแบบเดิม

เหมือนตอนที่พวกเราทุกคนอยู่ที่นี่

สำหรับรร.นี้ถือว่าเป็นรร.ที่มีคุณภาพมากๆ รู้สึกเสียใจที่ต้องมีเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น

แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา เศรษฐกิจเดี๋ยวนี้ก็แย่ลงทุกวัน เราก็ได้แต่ให้กำลังใจ

ผอ.แล้วก็ครอบครัวให้สู้ต่อ อยากให้มี่รร.แบบนี้อีกเยอะ ถ้าไม่ได้ผอ.แล้วก็คุณครูคนอื่นๆ

มิ้นท์คงไม่ได้มาเป็นมาเลฟิเซนท์ถึงทุกวันนี้ เดินไปไหนก็มีแต่คนทัก"นี่ไงนางเอก"

"นี่ไงแม่มด" ทำให้รู้สึกภูมิใจที่ทุกคนให้โอกาสมิ้นท์ค่ะ

ร.ร. นี้เป็น ร.ร. เรียนที่ดีในสาบตาของทุกๆคน

ก็อยากให้ร.ร. นี้เปิดตัวอีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่จะมอบสิ่งดีๆให้แก่เด็กๆ

อีกครั้ง

^

^

เสียดายที่ร.ร.ปิด ......แต่จะไม่ลืมร.ร. พลับพลาศิริ อีกเลย

รักและเคารพ

เป็นศิษย์เก่าที่นี่ทั้งครอบครัวค่ะ ผูกพันกับที่นี่มาก เพิ่งมาทราบข่าวว่าปิดกิจการ ยังงงอยู่เลย อยากให้มีการรวบรวมศิษย์เก่ากันอีกสักครั้งได้มั้ยคะ

เป็นนักเรียนเก่าตั้งแต่ คุณครูสุนิตาย์ฯ เป็น อาจารย์ใหญ่ และเป็นนักเรียน ป.7 รุ่น สุดท้ายของปีนั้นก่อนที่จะมี ป.6 รุ่นแรก

ทั้งครอบครัวเรียนที่นี่ทั้งหมด 11 คน ตั้งแต่พี่ฃายคนโต ถึงน้องสาวคนสุดท้าย คือเรียนกันทั้งบ้าน และได้รับความเมตตาจากท่านอาจารย์ทุกท่าน หากมีกิจกรรมใดที่จะรับใฃ้ รร.พลับพลาได้ ถึงแม้ว่าจะปิดแล้วก็ตาม ยินดีรับใช้

ระลึกถึงพระคุณท่านอาจารย์ทุกท่านที่ได้สั่งสอนให้เป็นคนดี และมีระเบียบวินัย จนได้มาสั่งสอนให้ลูกหลานในปัจจุบันนี้

จากครอบครัว ฉิมท้วม

ผมและน้องสาวก็เป็นศิษย์เก่าที่ รร.พลับพลาศิริวิทยา ครับ แม่พามาสมัครเข้ามาเรียน ป.1 จากวันนั้น - วันนี้ ก็ 29 ปี แล้ว ^^' ได้มานั่งอ่านกระทู้แล้วน้ำตาซึม พอดีเมื่อกี้ได้คุยกับเอ๋ (รัฐศาสตร์) เพิ่งรู้ว่า รร. ต้องปิดไป ภาพเก่าๆ มันย้อนเข้ามาในหัวทันทีครับ ทั้งสถานที่ อาจารย์ เพื่อน ... ภาพที่แม่เดินจูงมือผมมาส่งที่โรงเรียน ภาพเพื่อนๆ ที่เล่นอังกะลุงเพลงชาติด้วยกัน (ยังจำโน้ตเพลงได้อยู่เลย) หมอมาฉีดวัคซีน อมฟลูออไรท์ตอนเช้า เต้นเพลงป่าลั่น ทำเวรประจำวัน กีฬาสี คุณครูหลายท่านที่จับมือผมให้เขียน ก ไก่ ข. ไข่ ... A B C ...และอีกหลายอย่างซึ่งล้วนเป็นความทรงจำที่ดีๆ ทั้งนั้นครับ

.... ตั้งแต่จบมาผมมีโอกาสไปเยี่ยมโรงเรียนบ้างแต่ก็แค่ 2 - 3 ครั้งเอง จำได้ล่าสุดคือโรงเรียนโดนไฟไหม้ แต่ครั้งนี้หนักเลยคือปิดโรงเรียน ใจหายครับ ...โรงเรียนนี้สอนให้ผมรู้จักคำว่า การศึกษา ผมไม่ลืมโรงเรียนพลับพลาศิริวิทยา ที่ผมเคยเรียนแน่นอน คิดถึงคุณครู และเพื่อนๆ ทุกคนครับ

เพื่อนๆ คนไหนอ่านกระทู้นี้แล้วต้องการติดต่อพูดคุยกันก็เมล์หรือ MSN มาได้ครับ [email protected]

เว็บบอร์ดชั่วคราว คณะศิษย์เก่าโรงเรียนพลับพลาศิริวิทยา ครับ

http://www.kamtorn.com/plabplasiri/index.php

ขอบคุณต๋อง และผองเพื่อนที่ช่วยรวบรวมฐานข้อมูลของรุ่นเรา และสร้างเวปบอร์ดขึ้นมาเพื่อเป็นเกียรติและรำลึกถึงโรงเรียน

อยากจะฝากครูจารุบุตร ช่วยเพิ่มเวปลิงค์ใน Homepage ของโรงเรียนด้วยจะได้หรือไม่ครับ ขอบคุณครับ

ถึงโรงเรียนจะปิดไปแล้ว

แต่ความสัมพันธ์ของทุกๆคนยังคงเหมือนเดิม

ปีนี้ก็ขึ้นม.2แล้วโอเพิ่งจบจากพลับพลามาไม่นาน

ความรู้สึกคืออยากให้มาเปิดใหม่อีกครั้ง

อยากเจอคุณครูคนเดิม

น้องๆคนเดิม

สิ่งเดิๆม.......

แงๆๆๆๆๆๆๆ

ในความคิดของแจงน้าก

แจงก้อยังคงวนวียน(ไม่มีที่สิง555)อยู่ที่พลับพลาแระ

เมื่อวันที่19แจงก้อยังไปพลับพลาเลย(ไปเกาะรั้วดูโรงเรียน)

เดี๋ยว30ก้อไปอีกอ่ะ ไปกี่ทีก้อคิดถึงเหมือนเดิม บรรยกาศแบบเดิมๆๆ

เหอะ แจงคิดว่ารุ่นที่ 51+52 อ่ะ ต้องผูกผันมากแน่ๆๆเลยอ่ะ

แจงก้ออยู่รุ่นที่ 51 อ่ะ ดีน่ะเนี่ยที่ยังมี ทำเนียบรุ่นของเราอยู่

เอาไว้ดูต่างหน้า(หน้าจามีรูปครูทุกคนเลยอ่ะ)

แจงล่ะเซ็ง ทำไมรัฐ ไม่สนับสนุนโรงเรียนที่ดีๆๆแบบนี้อ่ะ

ถ้าว่างๆพวกเรา(แจง+พลอย+น้ำ+เฟิร์น+ส้มโอ)จาไปเกาะรั้วพลับพลาอีก(5555)

เพราะพวกเราก้อไปตลอดอ่ะ(เวลาที่นัดจาไปไหนกันเราก้อจะมาเจอกันที่พลับพลาตลอด)

Ps. LovE You 4 EvEr Na v^-^v

ถึงทุกๆคนที่คิดถึงโรงเรียน ^____^

เปิดเทอมคราวนี้ก่อนกลับบ้านก็คงไม่ได้ไปนั่งรอน้องที่โรงเรียนพลับพลาอีกแล้วค่ะ คงไม่ได้ขึ้นไปนั่งเล่นกับครูๆ บนห้อง ไม่มีครูเอกคอยชมว่าสวย (?????) คิดถึงวันวาน เป็นเวลา 2 ปีที่ไปนั่งรอน้องที่พลับพลา และ เป็นเวลา 2 ปีที่ไป ตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์ อิอิ เหมือนยังไม่จบการศึกษาจากโรงเรียนนี้ คิดแล้วก็เป็นเวลา 11 ปี ที่เหยียบพื้นโรงเรียนพลับพลา เปิดเทอมคราวนี้เมื่อโรงเรียนเลิกก็คงกลับบ้านเลย ไม่ได้แวะโรงเรียนพลับพลาศิริอีก

หนังสือเล่มนึงให้ข้อคิดกับหนูว่า ทุกๆอย่างเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา มันเป็นเรื่องธรรมดา สิ่งสำคัญที่สุดคืออยู่ที่เราปรับตัว เข้าใจและยอมรับมันเท่านั้นเอง จริงอย่างที่ครูเอกพูดค่ะ อดีต..คือ..อดีต..ปัจจุบัน..คือ..ปัจจุบัน..อนาคต..คือ..อนาคต.. แต่พราวคิดว่าปัจจุบันเรียนรู้ได้จากอดีตค่ะ TT

แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้โรงเรียนพลับพลาศิริกลับมาเปิดอีกครั้งนะคะ อยากให้สร้างเด็กคุณภาพ เด็กคุณภาพไม่ใช่เด็กเก่งค่ะแต่เด็กคุณภาพคือเด็กที่คิดเป็น ซึ่งโรงเรียนนี้สอนให้คิดค่ะ พราวไม่เสียดายนะคะที่ได้เรียนโรงเรียนพลับพลาศิริ ที่ให้มากกว่าการศึกษาและกิจกรรม ^^

คิดถึงคุณครูและเพื่อนๆทุกคนค่าาา าาาาา าา า I Love U 5555555+

ถูกต้องแล้วครับ ถึงโรงเรียนจะปิดไป แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่กลับมาเปิดอีก ชื่อเสียงของโรงเรียนต้องรักษาไว้ ต้องให้กำลังใจท่านผอ.และครอบครัว และมีคนคอยช่วยสนับสนุน เมื่อใดที่เศรษฐกิจฟื้นคืน โรงเรียนอาจจะกลับมาเปิดใหม่ก็ได้ ถ้าไม่ได้เปิดเป็นโรงเรียน ก็สามารถปรับเปลี่ยนเป็นกิจการอย่างอื่น เช่นโรงเรียนพิเศษ ที่มีการสอนดนตรี หรือเป็นศูนย์ดูแลเด็กๆ ซึ่งใช้งบในการดำเนินการไม่สูงแล้วค่อยพัฒนาขึ้นไปเป็นลำดับๆ ก็อาจทำได้

สิ่งที่พวกเราศิษย์เก่า ศิษย์ใหม่ ศิษย์ปัจจุบัน สามารถทำได้คือ ติดต่อกันไว้ เผื่อวันไหนโรงเรียนกลับมาเปิดอีก เรามีลูกมีหลาน มีเหลน หรือคนรู้จักที่อยากพามาเรียนที่นี่จะได้รู้ว่า ประสพการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมายาวนาน เรื่องราวเก่าๆ ตั้งแต่อดีตมาถึงปัจจุบันเป็นอย่างไร สิ่งที่แล้วมาก็ให้มันแล้วไป อย่าถือโทษ อย่าโกรธกัน ลดทิฐิ ปรองดอง สามัคคี ให้อภัย ให้โอกาส ย่อมทำให้บรรยากาศเก่าๆ กลับมาอีกคือสิ่งที่ผม พี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ และครูทุกๆท่าน อยากให้สิ่งเหล่านี้เป็นจริง

สาเหตุที่ทำเวปบอร์ดกับเพื่อนเพื่อรวบรวมศิษย์เก่าที่จบไปไม่ว่าจะรุ่นไหน ประสพความสำเร็จในหน้าที่การงาน ในชีวิต หรือไม่ แต่อย่างน้อยก็มีพื้นที่เล็กๆ ให้มาแสดงความภาคภูมิใจว่าเราก็เรียนจบจากโรงเรียนนี้ มีโรงเรียนที่ดี มีครูที่ดี มีบุคคลากร(ภารโรง แม่ครัว แม่บ้าน)ที่ดี ได้มาเล่าว่าเราเคยมาจากที่ไหน เป็นความทรงจำที่ดีที่มีต่อกัน ^_^ อย่างสร้างสรรค์

ขอบคุณครับที่เข้าใจพวกเราบ้างแล้ว ที่ถามว่าทำไมไม่ใช้วิธีที่ทำอยู่นี้ตั้งแต่ต้น ก็ตั้งแต่ผมจบไป ยังไม่เห็นโรงเรียนเชิญศิษย์เก่ามาซักรุ่นผมก็ไม่รู้เหมือนกันเพราะอะไร สงสัยอยู่ อาจจะด้วยความเกรงใจ ก็เลยมาเข้าใจตอนที่แม่ดุผมนี่แหละว่าไม่ให้ไปวุ่นวายกับที่โรงเรียนเกรงใจท่านผอ. เพราะความเกรงใจไม่มีใครบอกศิษย์เก่าให้มาทำประโยชน์ให้กับโรงเรียนโรงเรียนเลยขาดการสนับสนุน และคงไม่ต้องสงสัยเพราะตอนที่แม่ผมยังทำงานอยู่พวกเราก็ไม่ได้ไปวุ่นวายเพราะยังเห็นแม่มีความสุขอยู่กับการเลี้ยงเด็กๆ ตอนที่โรงเรียนไฟไหม้ ก็แม่ผมนี่แหละไปขนของเพื่อไม่ให้ไหม้ไฟ ใครจะทุ่มเทขนาดนี้ ยังถามกับน้องอยู่ว่าแม่เราทำไปทำไม ไม่ว่ากิจการโรงเรียนจะเป็นอย่างไร ครูจะลาออกไปกี่คน แม่ผมก็ยังทำงานที่นี่อยู่เพราะอะไรล่ะ

แม่ไม่เคยเล่าสิ่งที่ไม่ดีให้พวกเราฟัง จนมาถึงตอนที่แม่ประสพอุบัติเหตุเกี่ยวกับประตูโรงเรียนนี่แหละ ถ้าครูที่โรงเรียนไม่มาบอก จะมีใครเข้าใจพวกเราบ้าง พวกเราลูกๆอยากให้แม่ได้พัก ก็ต้องบังคับให้แม่ลาออก (เป็นความแค้นส่วนตัวที่โรงเรียนไม่ดูแลความปลอดภัยให้ดี แม่ผมถึงมาเจ็บตัว เอาใจเขามาใส่ใจเราดูถ้าเป็นแม่เราบ้าง เราจะยังยิ้มได้ไหม แล้วถ้าวันนั้นไม่ใช่แม่ผมแต่เป็นเด็กเล็กๆ ล่ะจะเป็นอย่างไร) แต่กลับเป็นว่าแม่ออกมาแล้วหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไป ใครจะรู้ดีเท่าคนที่ทำงานอยู่ในโรงเรียน แล้วจะไปรู้ได้อย่างไรว่าโรงเรียนจะปิดกิจการ ขนาดให้แม่ลาออกแล้ว แม่ยังไปร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่โรงเรียนจัดอยู่เลย ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญ ก็ไปเจอทั้งท่านผอ.และครูเอก ครูพิกุลอยู่ ก็เพราะไม่มีใครมาบอกจนวันสุดท้ายที่โรงเรียนปิดนี่แหละ เข้ามาค้นดูเจอกระทู้ว่าโรงเรียนจะปิด แถมยังโพสว่าใครไม่อยากมาร่วม ก็ไม่ต้องมา เดี๋ยวไม่สนุก เลยปล่อยเลยตามเลย ผมไม่สนใจอย่างที่บอกเรื่องมันแล้วไปแล้ว ก็ขอให้มันแล้วไป ในสายตาคนอื่นมองพวกเราพี่น้องอย่างไรก็สุดแท้แต่ เราเป็นลูกทำให้แม่สบายใจก็โอเค

ที่ผมไม่ได้เข้าไปถามท่านผอ.โดยตรงเพราะแม่ห้ามไว้ ไม่ให้ไปรบกวน เพราะถ้าเข้าไปถามสาระทุกข์สุขดิบก่อนโรงเรียนจะปิด ก็คงไม่พ้นเรื่องที่เล่ามาข้างบนนั่นแหละ เพราะมันคาใจผมและน้องๆ มาก แต่ช่างมันเต๊อะแม่ผมก็สบายแล้วด้วยการดูแลรักษาของน้องสาวผมและทุนในการรักษาของผมและน้อง ร่างกายและจิตใจแม่ก็ดีขึ้นอย่างที่เห็น แต่ผมก็มักจะถามกับแม่เสมอ เพราะไม่อยากให้แม่คิดมากเรื่องโรงเรียน เพราะแม่คิดถึงเพื่อนๆ ครูไม่ว่าจะใหม่จะเก่า โดยเฉพาะครูอ๋อย แม่ห่วงมากๆ จึงเป็นที่มาที่ไปที่ผมอยากจะรวบรวมศิษย์เก่าศิษย์ใหม่ ตอนนี้รวบรวมแก๊งค์ผมได้ส่วนหนึ่ง เห็นรุ่นน้อง รุ่นหลานก็รวมตัวกันได้ ยังพาครูเก่าๆไปเลี้ยง มาตั้งหลายรุ่น แต่คิดว่าที่ยังไม่ไปเชิญท่านผอ.เพราะความเกรงใจ ไม่รู้ว่าเชิญแล้วท่านจะมาร่วมด้วยหรือไม่นี่แหละ เพื่อนๆ หลายคนและผู้ปกครองหลายคนก็อยากจะจัดเลี้ยงศิษย์เก่าที่โรงเรียน ไม่มีใครกล้าพอที่จะไปเชิญ หากโดนปฏิเสธเดี๋ยวก็หน้าแหกไปตามๆ กัน

ผมคิดว่าหากไม่เป็นการรบกวนท่านผอ. ก็อยากจะขอจัดเลี้ยงและเชิญท่านผอ.ครูเก่าและใหม่ทั้งหมด จัดโต๊ะจีนหารายได้ให้โรงเรียน (สำนึกรักบ้านเก่า) ยังอยากจะขอเบอร์ติดต่อท่านผู้จัดการอยู่เลย เพราะที่ฟังจากครูเอกบอกว่าน้องโนริรับสอนเปียโนอยู่ ได้มีโอกาสรู้จักหลายๆ คนที่สนใจเรียนดนตรี กะจะหาเด็กๆ มาสมัครเรียนและช่วยประชาสัมพันธ์ต่อๆ เป็นการช่วยเหลืออีกแรงนึงเท่าที่ผมและครอบครัวพอจะทำได้ ในตอนนี้

จุดประสงค์ผมก็บอกอยู่แล้วว่าทำเพื่อคนที่อยู่ครูที่เคยสอนแล้วลาออกไป ครูที่อยู่ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงวันสุดท้าย และไม่ได้หางานใหม่ จะทำอย่างไร จะเหงาไหม แล้วจะทำอะไรต่อไป นี่แหละ พวกเราลูกศิษย์ต้องมาช่วยกันตอบโจทย์ ทุกอย่างไม่ได้แก้ปัญหาด้วยเงินเพียงอย่างเดียว การโทรมา แวะมาพูดคุยให้กำลังใจ ก็ทำให้ท่านเหล่านั้นมีความสุขแล้ว

หากไม่รบกวน ท่านผู้ไม่ประสงค์จะออกนาม ไม่รู้ว่าจะเป็นไปได้ไหมที่จะติดต่อใครเพื่อขอทะเบียนศิษย์เก่าทั้งหมด และรูปพร้อมประวัติโรงเรียนเก่า-ใหม่ มาทำเวป พอจะหาให้ได้บ้างไหมครับติดต่อมาน๊ะครับที่เวปบอร์ดก็ได้ถ้าอยากจะช่วยเหลือโรงเรียน

ขออภัยที่จำเป็นค้องลบบันทึกของบางท่านที่ไม่แสดงตนและใช้การต่อว่าต่อขานตำหนิกัน เนื่องจากบล็อกนี้เป็นบล็อกสำหรับบันทึกส่วนตัวของผมที่ผมเปิดขึ้นมาโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อแบ่งปันความรู้/ แลกเปลี่ยนความรู้ตามกระบวนการ KM เราจึงมีใจที่จะแบ่งปันให้กัน ด้วยภาษาที่สุภาพ และอย่างเปิดเผย

ผมบันทึกบล็อกเรื่องนี้(จากที่บันทึกทั้งหมดขณะนี้ 600 กว่าเรื่อง) ภายหลังจากที่ได้ไปเยี่ยมชมโรงเรียนพลับพลาศิริ แล้วเกิดความประทับใจ ในแนวคิด แนวทางการดำเนินงานของโรงเรียนนี้ ภายใต้การบริหารของ ผอ.ดร.ศิริชัย โยโกตา และคณะครู ภายหลังทราบข่าวว่าโรงเรียนต้องปิดกิจการก็รู้สึกใจหาย

ผมยินดีให้ใช้บล็อกของผมนี้เป็นสื่อเพื่อบันทึกถึงความดีงามของโรงเรียน ของครู เพื่อรำลึกถึงความประทับใจเก่าๆ เหมือนที่หลายๆท่านบันทึกมา แต่ไม่อยากให้ใช้บล็อกนี้เป็นเวทีต่อว่าต่อขานกัน เหมือนเว็บบอร์ดอื่นๆครับ

มีท่านหนึ่งบันทึกว่า ท่านอาจารย์โยโกตา เสียชีวิตแล้ว หวังว่าคงไม่ได้หมายถึง ผอ.ดร.ศิริชัย โยโกตา ใช่ไหมครับ

เห็นด้วยกับจขกท.ครับ ปรองดอง สันติ สังคมมันเฟะแล้วอย่าเพิ่มความร้อนอีกเลยน๊ะจ๊ะ

ผู้ก่อตั้งที่ล่วงลับน่าจะเป็นอาจารย์นิโร โยโกตา คุณพ่อของผู้อำนวยการมากกว่าครับ http://www.oknation.net/blog/chakkrish/2010/01/16/entry-1

ผมต้องกราบขออภัยท่านอาจารย์ธเนศ..เป็นอย่างสูงด้วยครับที่ใช่คำไม่สุภาพผ่านบล๊อกของท่านอาจารย์..และต้องของโทษศิษย์เก่าอีกหลายๆคน (ทุกรุ่น) ที่อาจจะทำให้รู้สึกไม่ดีกับการตอบโต้ลักษณะนี้ ต่อไปจะมีแต่เรื่องสร้างสรรค์เพื่อโรงเรียนของเรา (ถึงแม้จะเหลือแต่ชื่อก็ตาม) ครับก็ขอโทษอีกครั้งนะครับ

ออ...อาจารย์โยโกตา ที่ว่า..คุณพ่อครับ..ส่วน ดร.ศิริชัย ท่านสบายดีครับ...........สวัสดีครับ

ขอบคุณมากครับ

ผมก็ต้องกราบขอโทษทุกๆ ท่านเช่นกันครับ ขอบคุณอาจารย์ธเนศ ที่เตือนสติครับ ^_^

พวกเราศิษย์เก่า รวมถึงศิษย์ปัจจุบันทุกท่าน ครูทุกคนก็จะยังคงสร้างสรรค์ ชื่อเสียงของโรงเรียนต่อๆ ไป เราคงไม่ลืมว่าเราเคยมาจากที่ไหน และพวกเราก็ภูมิใจในอดีตที่พวกเราได้เคยเดินผ่านมาและจะสืบสาน บอกต่อๆไปว่า โรงเรียนของเรา คุณครูของเรา การเรียนการสอนที่พวกเราได้เคยรับมาเป็นอย่างไร อยากให้พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ได้ถ่ายทอดความรู้สึกต่อโรงเรียนเรา เหมือนดังเช่นรุ่นของผม ที่ลงมือเขียนความประทับใจ ที่เกิดขึ้นในรุ่นของผม โดยเพื่อนๆ เสียสละเวลาเขียนแบบระลึกชาติ อ่านไปขำไป ท่านจะได้พบว่าวิวัฒนาการของพวกเราเป็นมาอย่างไร พบคำตอบได้ที่เวปนี้ http://www.kamtorn.com/plabplasiri/

ขอบพระคุณอาจารย์ธเนศ ขำเกิด ที่จุดประกายความคิด เรื่องการถ่ายทอดองค์ความรู้ นำมาประยุกต์ใช้เป็นการเล่าประสพการณ์ในวัยเยาว์ เป็นอย่างสูงครับ

สวัสดีครับ ผมก็ศิษย์เก่าพลับพลาคนนึง ความทรงจำดีๆ ยังมีอยู่ในขณะเล่าเรียนศึกษาหาความรู้อยู่ในรั้วของโรงเรียน จากสถานที่นี้เองที่ทำให้ผมได้รู้จักภาษาไทย ได้เรียนรู้พื้นฐานของการใช้ชีวิต ดังนั้นสำหรับผมแล้ว รร อนุบาลและประถมถือว่าเป็นสถาบันที่สำคัญของชีวิต เพราะเป็นจุดเริ่มต้นและแหล่งเรียนรู้ความเป็นคนเพื่อพัฒนาให้เป็นคนที่มีคุณภาพและคุณประโยชน์ต่อไปในอนาคต "การงานใดที่เริ่มต้นด้วยดีถือว่าสำเร็จไปแล้วครึ่งนึงของงานนั้น"

สัวสดีค่ะ..ศิษย์เก่าโรงเรียนพลับพลาศิริวิทยาเหมือนกัน จำรุ่นไม่ได้แล้ว เพราะนานมาก ก็นับกันเองแล้วกันนะ เราอายุ 29 แล้วอ่ะ ใครที่อายุเท่าเราคงรุ่นเดียวกัน (ตั้งแต่สัมยตึกเรียนเป็นไม้) จะบอกว่า..รู้สึกตกใจอย่างมากมาย เพราระมารู้ความจริงก็วันนี้ ..แต่ก่อนหน้านี้เหมือนลางสังหรอ่ะ คือ เมื่อวันเสาร์ที่ 21 สิงหาคม 2553 เลิกงานเร็ว อยู่ดีดีก็แวะไปที่โรงเรียนพลับพลาฯ ก็แปลกใจที่เห็นโรงเรียนเงียบๆๆ ดูรกร้าง ไปเล่าให้แม่ฟัง แม่ยังบอกว่า..ไม่ปิดหรอกมั้ง วันหยุดหรือเปล่า..พอมาวันนี้ อยู่ดีดี..ก็นึกถึงเพื่อนเก่าสมัยเรียน..เลยนั่งหาข้อมูลเพื่อนเล่นๆๆๆ ไม่เจอ เลยเขียนว่าโรงเรียนพลับพลาฯ ก็เจอกระทู้นี้..ตกใจอย่างแรง..ใจหายด้วยอ่ะ..คิดถึงวันเก่าๆๆๆ ..คิดถึงคุณครูทุกคน..

บอกได้คำเดียวว่ารักพลับพลา

จะอยู่ใน♥ของพวกเราตลอดไป

สวัสดีครับ..

หายไปนาน งานใหม่เยอะมากๆท้าทายความสามารถดีจากเด็กเล็กมาเจอเด็กโตปรับกระบวนท่าแถบไม่ทัน คนเยอะ เด็กเยอะ มากเรื่องมากความ จากทำกิจกรรม 100 กว่าคน มาเจอ 5000 กว่าคนมันส์เป็นบ้า มาคราวนี้มีข่าวดีมาแจ้งให้เด็กๆทราบพวกเราทิ้งทวนได้เยี่ยมมากการสอบประมวลผลแห่งชาติพวกเราได้คะแนนอยู่ในระดับเหรียญทองของประเทศรับรางวัลไปเรียบร้อยแล้ว ความดีทุกประมาณครูขอยกให้นักเรียนทุกคนขอให้นำความรู้ที่ได้จาก ผอ.และครูทุกท่านไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับชีวิต อ้อข่าวดีอีกเรื่องเป็นความสำเร็จของพี่ม.1 ในปัจจุบันทำคะแนนสอบปลายภาคได้ดีมากๆๆๆๆๆๆๆโดยเฉพาะพี่จูน (พรรณพักตร์ แก้วน้อย) สอบได้ที่ 1 ของห้อง แถมได้ที่ 1 ของระดับชั้น ม.1 อีกด้วยได้คะแนนเฉลี่ย 4.00 (ทำไปได้ เก่งโครต) ยินดีกับคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะครับ เจอกันที่ไหนร้องทักกันบ้างนะ มีอยู่วันไปเจออยู่คนไม่บอกนะว่าใคร ทำเป็นไม่เห็น พอเห็นทำเป็นไม่รู้จัก เสียใจนิดนึง ทักได้ครูเอกไม่ยืมตังค์หรอก เนอะทักกันหน่อยนะ คิดถึงลูกพลับพลาศิริทุกคน รักทุกคนไม่น้อยลงเลย มีอะไรติดต่อได้เปลี่ยนเบอร์แล้ว 084-7215154

คิดถึงเสมอ......ครูเอก สุดหล่อ 

คิดถึงทุกคนจริงๆ

พลับพลาสอนให้หนุกล้าแสดงออก

จำวันที่เสนอProjectแล้วต้องถือโพลได้เลย วันนั้นตื่นเต้นมาก

จากวันนั้น-ถึงวันนี้ แจงก้อกล้าแสดงออกมากขึ้น

ครูที่รร.ให้ทำอะไรแจงก้อไม่อายเหมือนเมื่อก่อน

พลับพลาฝึกความใจกล้า(หน้าด้าน)ให้แจง

ขอขอบคุณทุกๆค่ะ ถึงแม้แอบเสียดายนิดหน่อย

ที่ละครเวทีของรร.แจงไม่ค่อยมีบทเด่นซ่ะเท่าไร

ไม่รู้จะพูดออกมายังไง

ยังไงก้อขอขอบคุณจากใจจริงๆเลยค่ะ

ขอบคุณทุกโอกาส ขอบคุณทุกความหวังดีที่มีให้กะแจง

ขอบคุณที่คอยสอนแจงในทุกเรื่อง

ขอบคุณทุกอย่างที่พลับพลามีให้กะแจง

ขอบคุณจริงๆค่ะ

ดิฉันชื่ออี๊ดค่ะ ตอนเรียนป .2 ครูประจำชั้นชื่อ ครูครูทองอยู่ อาจาร์ยใหญ่ ชื่อ คุณครูสุนิตย์ ค่ะ คิดถึงเพื่อนทุกคนตอนออกจากโรงเรียนนี้ ป4 ค่ะ มีเพื่อนผู้หญิงที่จำได้ มาลี กิจพิทักษ์ และ จีรวัฒน์ ปั้นดี ถ้ายังจำเราได้ติดต่อเราน่ะ 086 - 5251974

มะนาวค่ะ จามด้ายปล่าว ไม่เคยลืม บรรยาหกาศเก่าๆของเราอยากให้มันเป็นเหมือนดิม รักมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆพลับพลาศิริ

สวัสดีคร้า.... หนูด.ญ.ปรายฟ้า ผาสุขกิจ มะนาว ศิษย์เก่าพลับพลาจบไปตอนป.3 ตอนนี้อยู่ป.6แล้ว
พูดถึงโรงเรียนนี้ถึงจะเป็นโรงเรียนเล็กๆเเต่การเรียนการสอนดีมาก และที่โรงเรียนทุกคนรักกันเหมือนที่บ้านดูแลกันเสมอ นักเรียนที่จบไปเรียนดีทั้งนั้น น่าเสียดายที่ปิดเสียก่อนเพราะโรงเรียนี้เปลี่ยนนิสัยหนูได้ แต่ก่อนหนูเป็นคนขี้อาย แต่เพราะครูๆทำให้หนูมีความกล้าแสเดงออกมากขึ้น

     วันนี้พอก่อนคราวน่าจะมาโพสใหม่...รักและห่วงใย...มะนาว

ไม่ทราบว่าตอนนี้พลับพลาทำเป็นอะไรอยู่ครับ ไม่ได้เข้าไปดูเลย

ปิยพงษ์ รุ่นจบปี39-40ไม่แน่ใจครับ หากเพื่อนๆรุ่นเดียวกันมาเจอก็แอดมาคุยกันบ้างนะ เพื่อนที่จำได้มีวิจัยเดช(ปลา) ธิบดี แหงสกุล(โต๊ส) เอกลักษณ์ เอก , อรรถกร ไผ่ , สุดที่รัก , รวิส , ผุ้หญิงก้มี ชลธิชา เต้ วันวิสา ประมาณนี้นะจำไม่ค่อยได้แล้ว