ฉันหวังใจว่าหลังน้ำท่วมลดหมดปัญหาแล้ว ฉันคงได้พบเธอผู้มีพลังสร้างสรรค์สังคมโลกให้สวยงามดังเดิมนะครับ

ในชีวิตของคนเราล้วนคลุกเคล้าไปด้วยเสียงหัวเราะเสียงดังที่เต็มพลังแห่งความโกรธแค้นแน่นในหัวอกและเสียงของความเสร้าสร้อยผิดหวังหมดกำลังใจที่จะยืนอยู่ต่อไปอันเป็นสัจธรรมของวิถีชีวิตที่อยู่บนโลกใบนี้

 

        จากเหตุการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในขณะนี้รุนแรงมาก  ขณะฉันเองยืนอยู่ทางภาคใต้ของประเทศไทยเมื่อมองไกลมาทางที่อยู่ของเธอเห็นเป็นทะเลไปหมดแล้ว  ฉันพึ่งจะเห็นทะเลเหนือทะเลอีสานและทะเลภาคกลางตอนบนของประเทศไทยก็คราวนี้เองละ

 

 

        ด้วยสายน้ำไหลล่องมาท่วมทับทุกสิ่งพร้อมกับคร่าชีวิตของผู้คนไปมากต่อมากแล้ว  ไม่ต้องกล่าวถึงความเสียหายจากสิ่งของบ้านเรือนทรัพย์สินทั้งหมดไม่เหลืออะไรให้ชื่นชม  แค่มีเพียงลมหายใจอันแผ่วเบาพร้อมสายแห่งน้ำตาที่ไหลรินรดลงมาอาบสองแก้ม  สายน้ำตาไหลลงท่วมทับท้องทะเลใจมากมายนักยากที่จะหวนคืนความรู้สึกเดิมที่เติมเต็มความสุขในวันวานที่ผ่านพ้นไปแล้วได้

 

 

        เดี๋ยวก่อน...ก่อนที่เธอจะตัดสินใจอะไรลงไป  โปรดฟังฉันก่อน...เธอยังมีฉันไงละ...คนที่คอยห่วงใยเธอ...ปรารถนาให้เธอกลับมามีวิถีชีวิตที่ดีดังเดิม  ฉันอยากเติมพลังให้เธอเพื่อมีวิถีชีวิตที่ดีงามมีลมหายใจที่โปร่งใสบริสุทธิ์มีใบหน้าที่ยิ้มแย้มแช่มชื่นเบิกบานใจ

 

        ฟังนะ...เพื่อวิถีชีวิตช่วงน้ำท่วมของเธอ  ฉันให้คำแนะนำดังนี้

 

1 . เธอต้องตั้งสติมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันนี้ให้ได้ก่อน

 

2 . เธอต้องหวังพึ่งตนเองเพื่อมีชีวิตรอดด้วยคำพระว่า...ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน

 

3 . เธอต้องไม่ประมาทในทุกสถานการณ์

 

4 . เธอต้องมองในแง่ดีเสมอว่า...ดีเหมือนกัน...น้ำเยอะอย่างนี้จะได้เรียนรู้วิธีพายเรือ...เรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับน้ำ  คือเธอต้องเรียนรู้สิ่งใกล้ตัวเพื่อเอาชีวิตรอดไงละ

 

5 . เธอต้องรักษาศีล 5 ข้อไว้ให้มั่นคง เพราะเธอรักษาธรรม  ธรรมก็รักษาเธอเองละ

 

6 . เธอต้องเข้าใจว่าทุกสิ่งล้วนไม่เที่ยงแท้น้ำมีขึ้นได้ก็มีลดได้เป็นไปตามกฎไตรลักษณ์นั้นเอง

 

7 . เมื่อเธอมีจิตใจที่นิ่งสงบแล้วจงเรียนรู้โลกปัจจุบันว่าทำไมน้ำจึงท่วมมากก่อเกิดความเสียหายค้นหาสาเหตุเดินตามหลักอริยสัจ 4 ประการคือ ทุกข์เพราะน้ำท่วม  สาเหตุที่มีน้ำท่วมเพราะคนใช่หรือไม่  จะไม่ให้น้ำท่วมต้องทำอย่างไรแก้ไขตรงไหน  แล้ววิธีทำเพื่อแก้ปัญหาไม่ให้น้ำท่วมมีทางไหนบ้าง

 

8 . เธอต้องอมีพุทธธรรมอยู่ในจิตใจมีหลักอิทธิบาท 4  คือ ฉันทะ  ความพอใจ  วิริยะ  ความเพียรพยายาม  จิตตะ  ความเอาใจฝักใฝ่  วิมังสา  ความหมั่นตริตรองพิจารณา  พร้อมกับมีหลักสังคหวัตถุธรรม 4 ประการ คือ ธรรมเป็นเครื่องสงเคราะห์กันในยามยาก  ต้องพึ่งพาอาศัยกันและกันตามหลักปฏิจจสมุปบาท

 

9 . เธอจงเรียนรู้เรื่องน้ำให้เข้าใจครบถ้วนเอาไว้แก้ไขในอนาคตว่าหลังจากน้ำรดลงแล้วเธอจะดำเนินชีวิตอย่างไรให้มีความสุขดังเดิม  เธอจะต่อเติมเสริมแต่งบ้านเรือนให้พ้นน้ำท่วมคราต่อไปได้อย่างไร

 

10 . ฉันขอแน่น้ำเธอว่า...น้ำท่วมภายนอกได้แต่อย่าให้น้ำตาท่วมทับน้ำใจด้วยการมีสติเป็นอยู่ด้วยหลักพุทธธรรมแห่งความไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต...มองหาประโยชน์เรียนรู้จากน้ำท่วมให้ได้  นี้ละคือข้อคิดจากหลักพุทธธรรมนำสู่ชีวิตช่วงน้ำท่วม.

 

 

        ฉันหวังใจว่าหลังน้ำท่วมลดหมดปัญหาแล้ว ฉันคงได้พบเธอผู้มีพลังสร้างสรรค์สังคมโลกให้สวยงามดังเดิมนะครับ.

...แง่คิด...จงอยู่ด้วยความหวังขณะยังมีลมหายใจอยู่...เมื่อเรามีความสุขจะมีหลายผู้คนมาร่วมวงด้วย  แต่เมื่อใดเรามีความทุกข์ก็เราคนเดียวเท่านั้นที่เผชิญอยู่...