กิจกรรมสร้างสรรค์ประโยชน์ที่มุ่งให้เด็กคิดสร้าง นำไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ต่อผู้อื่น

         คราวนี้ครูนกจะเล่าประสบการณ์ของโรงเรียนอื่นๆ ที่มานำเสนอในครั้งนี้
บางโรงเรียนได้จัดเป็นรายวิชาเพิ่มเติม

         กรณีจัดเป็นรายวิชาเพิ่มเติมซึ่งต้องจัดทำคำอธิบายรายวิชา  ผลการเรียนรู้  หน่วยการเรียนรู้ และแนวทางในการวัดผลประเมินผล 
         ข้อดี มีหน่วยการเรียนรู้ที่ชัดเจน (นักเรียนจะได้รับหน่วยการเรียน และผลการประเมิน ๘ ระดับ)  แต่กระบวนการวางแผน  ปฏิบัติ  และรายงานควรดำเนินอยู่ในหนึ่งรายวิชา(มีบางโรงเรียนจะแบ่งเป็นระดับว่า ม.๑ ฝึกให้เด็กเขียนโครงการนำเสนอ ม.๒ ให้นักเรียนปฏิบัติ ม.๓ ให้นักเรียนบริการให้เกิดผล)
         ข้อคิดเห็นของครูนก  กิจกรรมสร้างสรรค์ประโยชน์มุ่งพัฒนาให้นักเรียนผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ และร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคม คือ เป็นคนเก่ง และคนดี ในการสอนในรูปรายวิชาซึ่งต้องเน้นองค์ประกอบต่างๆ หลากหลาย และการประเมินคนดี ครูนกมองว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ละเอียดอ่อน  แต่หากเราทำในรูปกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เน้นกระบวนการ ประเมินเพื่อพัฒนาศักยภาพ ลดการสร้างเอกสารที่เกี่ยวกับการทำความดี ประะเมินจากการกระทำได้ชัดเจน

         กรณีจัดเป็นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  ต้องชัดเจนในกระบวนการปฏิบัติ และแนวทางการประเมินเพื่อพัฒนาศักยภาพ
         ข้อดี ได้มีการจัดหลักสูตรบูรณาการระหว่าง กิจกรรมสร้างสรรค์ประโยชน์ กับกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ ทำให้เกิดผลการกระทำที่ชัดเจน
         ข้อเสีย  การไม่มีหน่วยการเรียนอาจทำให้นักเรียนหรือผู้ปกครอง ตลอดจนผู้สอนบางท่านขาดความตระหนักในความสำคัญของกิจกรรมนี้
         สรุปจัดแนวใดสำหรับการศึกษาคงไม่มีคำว่า "ผิด" หรือ "ถูก" เพราะเป้าหมายคือ พัฒนาศักยภาพของนักเรียนให้คิดอย่างสร้างสรรค์โดยอาศัยประสบการณ์การเรียนรู้จาก ๘ กลุ่มสาระ  ไปใช้ในการปฏิบัติเชิงบริการสังคมด้วยจิตอาสา ที่คิดเอง ทำเอง และเกิดประโยชน์อย่างแท้จริง