“วิจัย...วิจัย” คำนี้ จะมาพร้อมกับความรู้สึกเหล่านี้ ... ยาก,ไม่เข้าใจ, คืออะไร, เป็นของคนระดับสูง, วิชาการมากเกินไป ฯลฯ ซึ่งหลายต่อหลายคน คงจะไม่ปฏิเสธ ว่ามีความรู้สึกเช่นนี้ เมื่อเราพูดถึง วิจัย ...แต่แท้จริงแล้ว คำว่า “วิจัย” หากแปลความจากภาษาอังกฤษ “research” แล้ว หมายถึง การค้นแล้วค้นอีก เพื่อหาคำตอบ แต่หากจะกล่าวให้เป็นความหมายที่ชัดเจน กระชับ ดังนี้
การวิจัย หมายถึง กระบวนการแสวงหาความรู้ความจริงใหม่ๆ ด้วยวิธีการที่มีระบบเชื่อถือได้ (อรุณี อ่อนสวัสดิ์, 2551 หน้า 1) ซึ่งความชัดเจนของความหมายวิจัยนี้ เป็นสิ่งที่ยืนยันได้อีกทางหนึ่งว่า วิจัย ไม่ใช่เรื่องยาก เป็นเพียงแค่การค้นหาความจริง อย่างมีกระบวน แต่มีความเชื่อถือได้ เท่านั้นเอง นั่นคือ การทำงานหรือการดำเนินงานในสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ต้องมีระบบ ไม่ใช่การทำไปอย่างไม่มีจุดมุ่งหมาย ไม่มีรูปแบบ และไม่มีที่มาที่ไป
กล่าวอีกนัยหนึ่งว่า การวิจัย เป็นการแสดงความเป็นเหตุเป็นผลในตัวตนของบุคคล ลงสู่งานที่ประจักษ์แก่สายตายของผู้อื่น หากผู้นั้นไม่สามารถแสดงความเป็นเหตุผลได้ในงานวิจัยของตนเอง งานนั้นก็ขาดความน่าเชื่อถือ ขาดคุณค่าของงาน งานวิจัยก็จะเป็นงานไม่มีประโยชน์ หรือที่เรียกว่า "วิจัยขึ้นหิ้ง" ไม่ใช่ "วิจัยขึ้นห้าง" จะเห็นถึงความแต่งต่างลักษณะงานวิจัย ที่มีประโยชน์ และไม่มีประโยชน์ จากการดำเนินงานของผู้วิจัยเอง
งานวิจัยที่มีลักษณะแตกต่างกัน ทั้งนี้อาจจะมีความแตกต่างกันในด้านจุดมุ่งหมายของการวิจัย ซึ่ง อรุณี อ่อนสวัสดิ์ (2551) ได้จำแนก จุดมุ่งหมายของการวิจัย ไว้ 4 ระดับ คือ
1. เพื่อการบรรยาย (Description) เป็นการทำวิจัยเพื่อทราบว่ามีอะไรเกิดขึ้นในปรากฎการณ์
2. เพื่ออธิบาย (Explanation) เป็นการทำวิจัยเพื่อค้นหาสาเหตุของปรากฏการณ์ ว่าปรากฏการณ์นั้นเกิดขึ้นเพราะมีตัวแปรหรือปัจจัยอะไรเป็นเงื่อนไข
3. เพื่อทำนาย (Prediction) การวิจัยบางเรื่องเมื่อศึกษาหาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่างๆ ในปรากฎการณ์ธรรมชาติแล้ว นักวิจัยยังสามารถนำตัวแปรนั้นมาสร้างสมการเพื่อการพยากรณ์ผลได้
4. เพื่อการควบคุม (Control) เป็นการวิจัยที่นำความรู้จากจุดมุ่งหมาย 3 ระดับข้างต้นมาศึกษาต่อ ว่ามีการควบคุมเงื่อนไขนี้ในลักษณะต่างๆ
บันทึกนี้คงจะพอทำให้เราได้ทบทวนและทราบถึง ความหมาย และจุดมุ่งหมายของการวิจัยไว้เบื้องต้น...