คุณแม่ท่านรอเราอยู่ทุกวัน

เมื่อวานได้คุยกับน้องชายเรื่องของการไปเยี่ยมแม่ในภาษาเราคือ กลับไปหาแม่นั่นแหละ

 เริ่มจากน้องเค้าคิดถึงแม่นะ เวลาที่มีเหลืออยู่ก็จำกัดมากๆ เนื่องจากภาระความรับผิดชอบน่ะ

เค้าก็เปรยให้ผมฟังว่าวันก่อนเค้าคิดถึงแม่มาก (บ้านเราอยู่จังหวัดอุทัยธานี น้องชายทำงานอยู่กรุงเทพฯ ระยะทางก็ 2-3 ชม.น่ะครับ)

 

หลังเลิกงานตอนเย็นตั้งใจจะกลับไปหาแม่ คือใช้เวลาช่วงกลางคืนมาหา พอรุ่งเช้าก็จะกลับไปทำงานต่อ หลังจากบอกเจตนากับหลายคนรายล้อม เสียงคัดค้านก็อื้ออึงเลย น้องชายก็กลับสู่ที่ตั้งอย่างสงบไป (ที่เป็นเช่นนี้เพราะหลายคนเป็นห่วงน่ะ)

 

 ที่เล่าอย่างนี้ก็เพื่อจะบอกว่า หากเราจะจัดสรรเวลาเป็นเรื่องเป็นราว ส่วนใหญ่จะทำไม่ค่อยได้หรอก บางส่วนก็เพราะเราไม่เคยระบุลงไปในรายการชีวิตประจำวัน รายการประจำเดือนของเรามาก่อน ก็จะเป็นสิ่งใหม่ เป็นสิ่งที่เข้ามาแบบปัจจุบันทันด่วน อันนี้ผมเองก็เข้าใจนะ

แต่ในบันทึกนี้จะมุ่งเฉพาะการแก้ปัญหาความคิดถึงแม่นะครับ

เรายังคุยกันอยู่เลยว่าเวลาเราคิดถึงแม่หรือคิดถึงใครสักคน คนที่ไม่ใช่ตัวเรา ไม่มีใครเข้าใจหรอก

นี่ผมรวมถึงแฟน ถึงภรรยา ถึงลูกไปด้วยเลยนะ

 ฉะนั้น..ผมก็นึกถึงคำถามที่เราควรจะตั้งให้ถูกต้องก่อนนะ แล้วตนเองก็เป็นผู้ตอบ เพราะนั่นคือหนอทางสู่ความสำเร็จที่มุ่งหวัง ยกตัวอย่างนะครับ...

 

ถ้าคิดถึงแฟน อยากไปหา อยากพบหน้า ตอนกลับจากงานซึ่งมืดค่ำแล้วตั้งคำถามว่า อยากไปหาแฟนแล้วจากนั้นก็รวบรวมความเห็นคุณพ่อคุณแม่ และคนรายล้อม คุณคิดว่าท่านจะอนุญาติมั๊ย

 

คิดออกมั๊ยครับ...

 

แต่ถ้าเปลี่ยนคำถามที่ตั้งกับตัวเองแล้วไม่ปรึกษาใครร้อยเปอร์เซ็นต์ เลือกที่จะตอบและปฏิบัติตามคำตอบนั้น ถามว่า เช่นถามว่า

จะจับมือสบตาแฟน เราต้องทำอย่างไรน้า ?? เมื่อได้คำตอบแล้วคุณก็ปฏิบัติตามเลย

คุณคิดว่า เราจะได้สบตามั๊ย??

 

อุปมาอุปมัย เฉกเช่นการคิดถึงคุณแม่ นั่นเอง