อินทรีย์ไปใส่ไร่นา

เกษตรอินทรีย์4 ภาค4ครับ ทำใช้ดูนะครับ ลุงจันทร์บอกว่าไม่หวงสูตรครับ

อินทรีย์ไปใส่ไร่นา 

        หัวเชื้อจุลินทรีย์ทำเพื่อให้ธรรมชาติทำงานต่อเมื่อมีจุลินทรีย์เหมือนมีแก้วสารพัดนึก

 ส่วนประกอบ

 

 1.   ดินดีที่เขาใหญ่ประมาณ                           2       กิโลกรัม

2.   ใบไผ่แห้งประมาณ                                 1       กิโลกรัม

3.   รำอ่อน                                             2       กิโลกรัม

4.   หัวเชื้อพ.ด.2                                        1       ซอง

5.   หัวเชื้อน้ำหวานหมักนำพ่อสูตร1                  1000  ซีซี

 วิธีทำ

 

           นำส่วนประกอบทั้งหมด 1 ถัง / 100 ลิตร

  1. ดินดีที่เขาใหญ่
  2. ใบไผ่
  3. รำอ่อน
  4. หัวเชื้อ พ.ด.2                                                                          ผสมเข้าด้วยกันแผ่เอาไว้ในที่ร่มไม่ให้ถูกแสงประมาณ 5 วันจึงเทลังถังหมัก แล้วเติมนำให้ต่ำจากปากถังประมาณ 1 ฝ่ามือแล้วปิดถังให้มิดชิด หมักไว้ประมาณ 20 วัน

 วิธีใช้

 

           100 ซีซี / น้ำ 20 ลิตา

 หัวเชื้อย่อยสลายฟางในนาข้าว

 

ส่วนประกอบ

 

1.   หน่อกล้วย                             10      กิโลกรัม

2.   รำอ่อน                                  15      กิโลกรัม

3.   เปลือกตาสับปะรด                   15      กิโลกรัม

4.   กากน้ำตาล                            20      กิโลกรัม

5.   หัวเชื้อ พ.ด.2                         4        ซอง

6.   ถังหมัก 200 ลิตร                    1        ถัง

วิธีทำ

 

  นำส่วนผสม กากน้ำตาล, พ.ด.2 , น้ำ 1 ลิตร ผสมกันจากนั้นคนให้เข้ากัน ประมาณ 10 นาที และเทลงในถังหมัก และคนให้เข้ากันอีกครั้ง หมักทิ้งไว้ 15 – 20 วัน

วิธีใช้ 

    ใช้ไร่ละ 3 ลิตร

หมายเหตุ

 ใช้ฉีดแบบฆ่าหอยเชอรี่

ค่าใช้จ่ายในการใช้สารเคมีในการทำงานใน 1 ฤดูกาลที่ผ่านมา ปี่ 2553 คิดเฉพาะการใช้สารเคมีเท่านั้นไม่เกี่ยวกับการเตรียมดิน

 1.  หลังจากการทำเทือกแล้วจะต้องฉีดพ่นหรือหว่านยาฆ่าหอยเชอรี่ 70 บาท / ไร่

 2.  เมื่อหว่านข้าวแล้ว 7-10 วัน ต้องใบ้ยาคุม ฆ่าวัชพืช + ยาฆ่าเพลี้ยไฟ 100 บาท / ไร่

3.  หลังจากฉีดยาคุมแล้ว 3 วันต้องหล่อน้ำหอยที่ฝังตัวในดินขึ้นมากัดหน่อข้าวต้องใช้ยาหอยฉีดหยดอีก 60 บาท / ไร่

 4.  ข้าวอายุ 25-30 วัน ต้องฉีดพ่อยาฆ่าบั่ว ซึ่งทำให้ข้าวเป็นหลอดหอมและหนอนกอหรือหนอนกินไส้ ตกประมาณ 170 บาท / ไร่

5.  30-45 วัน ข้าวได้รับปุ๋ยแล้วมีใบทึบหนาจะต้องตรวจดูเพลี้ยกระโดดและแมลง หนอนม้วนใบ 150 บาท / ไร่

6.  ข้าว 45-60 วัน ข้าวตั้งท้องสร้างรวงอ่อน ๆ จะต้องใช้ฮอร์โมนบำรุงรักษากันตามอาการ อีก  1-2 ครั้ง เป็นการฉีดพ่นธรรมดาอีก 150-300 บาท / ไร่

7.  เมื่อข้าวออกรวงช่วงสัปดาห์แรกถึงสัปดาห์ที่ 2 จะต้องฉีดพ่นแมลงสิ่งหลากหลายสายพันธุ์จะมาทำให้ข้าว ไม่เข้าน้ำนมหรือเป็นลีบประมาณ 100 บาท / ไร่

8.  เมื่อข้าวเข้าลูกหวายถึงช่วงเหลืองหาง จะต้องพ่นหนอนหนังเหนี่ยวชนิดตัวยาวสีเหลือง – ลายมากัดกินคอรวงกันระแง้ข้าวอีก 80-100 บาท / ไร่

9.  ที่ขาดไม่ได้คือยาเชื้อราอีกลายสายพันธุ์เป็นหลายช่วงอายุข้าวตามสภาพภูมิอากาศอาเป็นช่วงข้าวเล็กคือราใบไม้ – ราหลุม ต่าง ๆฯลฯ อีกราว ๆ อย่างน้อย 2 ครั้งตก 200 บาท / ไร่ รวมเป็นเงิน 1250 บาท / ไร่

* อันนี้เป็นค่าใช้จ่ายภาคปกติธรรมดาในฤดูการที่ไม่มีเพลี้ย – หนอนระบาด แต่ถ้าเพลี้ยกระโดด ระบาดรุนแรงไม่ต้องพูดถึงเคยเจอเมื่อปี 2552 ต่อ 2553 ตกไร่ละ 3000 บาทเศษ โดยไม่เกี่ยวกับค่าแรง ค่าเตรียมดิน ค่าน้ำ ค่ารถเกี่ยว ค่าเมล็ดพันธุ์และยาฆ่าแมลง

การทำนาแบบใช้ระบบชีวภาพ

           1.  การเตรียมดิน                                      350   บาท / ไร่

           2.  ค่ายาปราบหอยเชอรี่                              58    บาท / ไร่

           3.  ค่ายาคุม – ปราบวัชพืช                           60    บาท / ไร่

           4.  ค่าสารสมุนไพราที่ทำเองบางอย่างที่ค่าใช้จ่าย เช่น กากน้ำตาลต่าง ๆ รวมแล้วทั้งตลอดฤดูการประมาณไร่ละไม่เกิน     500           บาท

           5.  ค่าปุ๋ย                                              650   บาท / ไร่

           6.  ค่ารถเกี่ยว                                         500   บาท / ไร่

           7.  ค่าขนส่ง                                           100   บาท / เกวียน

           เราจะลดค่าใช้จ่ายไปประมาณ 1,000 บาท เศษ / ไร่ แล้วถ้าเราทำนากันบางบ้าน 10 ไร่ บางบ้าน 30-100 ไร่ เราก็จะลดค่าใช้จ่ายเห็น ๆ เลยว่า ถ้า 30 ก็ลดได้ถึง 30,000 บาท นี้คือข้อเปรียบเทียบ ว่าอย่าไปมองว่าทำสมุนไพรใช้เองจะเกิดความยุ่งยาก ถ้าเราทำได้

  1. เราปลอดภัย
  2. ลดมลภาวะสารพิษตกค้าง
  3. ยืดอายุตัวเราเองและผู้บริโภคให้ปลอดภัย
  4. มีกำไรชัดเจน ทำหลายไร่ก็มีกำไรหลายพันบาทรวมเบ็ดเสร็จเราจะเหลือกำไรมากว่าสารเคมีประมาณ 1,000 บาทเศษต่อไร่