พ่ออยากเดินรอบบ้าน ออกกำลังกายสักรอบสองรอบ หนูไปด้วยนะค่ะพ่อ
ลูกสาวกล่าวเบาๆ ขณะยื่นถ้วยกาแฟให้พ่อ “ทำไมพ่อไม่ปลูกบ้านอยู่ในเมืองเล่าพ่อ ที่นี่เงียบเหงาจะตาย” เหมือนเห็นว่าเป็นคำถามแบบธรรมดาเขาบิมันเป็นสองท่อนแล้วปลอกเปลือกด้วยมือเปล่า แล้วตอบ “พ่อไม่อยากตายเร็ว และอีกอย่าง พ่ออยากอยู่กับธรรมชาติ มองต้นหมากรากไม้ที่พอพยายามปลูกมาปีกว่าเจริญเติบโตไปเรื่อยด้วยตาตัวเอง” “ไม่เห็นคนอื่นเขาคิดแบบพ่อเลย” “เขาไม่รู้เหมือนพ่อนี่นา” เขาตอบเรื่อยไม่แสดงอารมณ์และความรู้สึกใดๆ “รู้อย่างไรเล่าค่ะพ่อ” “รู้หลักของโลก และรู้หลักของชีวิต” ลูกสาวทำหน้าล้อเลียน “โห คุณพ่อ พูดเรื่องที่ฟังยากอีกแล้ว” “ง่ายๆ นะลูก หลักของโลกคือ รู้ว่าโลกดำรงอยู่ได้ด้วยความสมดุลตามธรรมชาติ ชีวิตดำรงอยู่ได้ด้วยหลักของธรรมะ”
ลูกสาวทำหน้าสงสัย ระหว่างรับมันเผาจากพ่อไปบิกินบ้าง “หมายความว่าอย่างไรค่ะพ่อ” “ก็หมายความว่า หากคนเราทำลายธรรมชาติ ตัดไม้ทำลายป่า ทำอุตสาหกรรมมากเกิน โลกเสียสมดุลฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล เกิดภัยพิบัติต่างๆ นานา เหมือนที่เกิดขึ้นแล้วมากมายในปัจจุบัน” “แล้วพ่อต้องรับผิดชอบหรือค่ะ” “เราทุกคนต้องช่วยกัน เหมือนที่พ่อปลูกต้นไม้มาสิบกว่าปี ลูกก็เห็นความแตกต่างแล้วนี่ บ้านสวนโสภณร่มเย็นด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ ข้างนอกนั่น ร้อนแล้งสารพิษมากมาย ลูกชอบแบบไหนมากกว่าเล่า” ลูกสาวยิ้มเอาใจ “ก็ชอบบ้านเราซิค่ะพ่อ” “ชอบแล้วทำไมไม่กลับบ้านตั้งแต่เมื่อคืน” พ่อวกกลับเข้าเรื่องเดิมที่คุยกับภรรยาเมื่อสักครู่ แกล้งต่อว่าลูกสาว “แม่ไม่ได้บอกพ่อหรือค่ะ” เธอทำหน้าตกใจ “บอกแล้ว เมื่อกี้เอง” “อ้าวว...” เธอร้องเสียงยาว
ขณะเขาลุกขึ้นยืนมองไปทางหลังบ้าน ลูกสาวถาม “พ่อไปไหนค่ะ” “พ่ออยากเดินรอบบ้าน ออกกำลังกายสักรอบสองรอบ” “หนูไปด้วยนะค่ะพ่อ” เธอลุกขึ้นยืนก้าวเดินตามพ่อ “พ่อทำทางเดินในไร่ไว้ออกกำลังหรือค่ะ” เธอถามเพราะต้องการรู้วัตถุประสงค์ในส่วนลึกของพ่อ “นั่นก็อย่างหนึ่ง แต่ยังมีอย่างอื่นด้วย” “อะไรค่ะพ่อ” “พ่ออยากให้คนเข้ามาเดินดู” “เพื่ออะไรค่ะพ่อ” “เพื่อให้คนเหล่านั้นเกิดความประทับใจ แล้วนำไปทำเองที่บ้านของแต่ละคน” “แล้วมีคนมาดูบ้างหรือยัง” “วันวานก็มาดูตั้งคนหนึ่ง” “ใครค่ะพ่อ” “อ๋อ เพื่อนพ่อเอง” “แสดงว่าชาวบ้านแถวนี้ไม่ต้องการ” “ยังตัดสินแบบนั้นไม่ได้หรอก เขายังไม่รู้”
ปลูกต้นหน้าฝนปี 2554 ฝากเทวดาเลี้ยง ไม่รู้ว่าจะรอดสักกี่ต้น

แวะมาเยี่ยมค่ะ..แอบดูพ่อลูกคุยกัน
ขอบคุณค่ะอาจารย์ อาจารย์คือคุณครูที่เยี่ยมยอดและยอดเยี่ยมค่ะ ชอบมากๆๆอ่านแล้วคิดถึงเตี่ยที่จากไปนานไม่กลับมาอีกแล้วเหลือไว้เพียงต้นไม้ของเตี่ยที่ปลูกไว้ให้ลูกๆได้กินได้อยู่อย่างสบายๆมีเงินทองใช้ๆมิขาดมือ ก็เพราะต้นไม้ที่เตี่ยปลูก
เมื่อก่อนหนูรีเคยถามเตี่ยว่า "จะปลูกไปทำไมกันมากมาย" เตี่ยตอบว่า "ก็ปลูกไว้ให้ลูกนั่นล่ะเดี๋ยวเตี่ยตายไปไม่มีใครปลูกให้และลูกจะเก็บกิน " หนูรียังจำคำนั้นเสมอ
ขอบคุณค่ะ :)
ยังไม่เมนต์รายละเอียดครับ
น่าจะมีภาค 3
เพราะเหมือนทิ้งปมปริศนาเอาไว้
แต่แน่ ๆ รู้ว่า...รักการชอบต้นไม้นะครับ
เอาต้นไม้ทำความดีแทนเรานะครับ
ที่แวะมาให้กำลังใจ
สำหรับเรื่องราวในอนาคต
เล่าได้น่าประทับใจ เอาไปเขียนนิยายได้เป็นเล่ม หากมีภาค 3 4 5 .....น่ารักดี นึกภาพ บ้านสวนในอนาคตแล้วสดชื่นน่ะ
ขอติดตามตอนต่อไปนะคะ
จริงทีเดียวที่ปลูกต้นไม้ให้รุ่นลูก
เหตุเกิดขึ้นแล้วที่บ้านพี่สาว เมืองกาญจน์
18 ปีก่อน พากันไปซื้อที่ดินไกลออกไปหน่อย
ปลูกต้นสักไว้ แล้วให้คนเข้ามาอยู่ คอยเฝ้า
ตอนนี้ลูกชายบอกว่า "ไม่ต้องห่วงหรอกพ่อ"
"ผมจะช่วยพ่อดูแลป่าสักให้เอง"
รักต้นไม้คือรักโลก รักโลกคือรักตนเอง
กล่าวกันว่าอย่างนั้น
ขอบคุณสำหรับข้อเสนอจะรับไว้พิจารณา
และคงต้องเก็บไว้อ่านเอง เพราะเนื้อหาดีมาก
เขียนได้ดีมาก สำหรับตนเอง อิอิ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจ
ได้เลยครับ เพราะยังเหลืออีกตอนหนึ่ง
คงได้อ่านตามที่ตั้งใจนะครับ
ขอบคุณดร.นัยนาที่แวะมาให้กำลังใจนะครับ
สวัสดีค่ะ
กำลังเขียนชมว่าลูกสาวน่ารักหน้าเหมือนคุณพ่อ เขียนยังไม่ทันเสร็จออกไปกินข้าวเย็น พอกลับมาท่านผศ.เลยเปลี่ยนชื่อให้ใหม่...ขอบคุณค่ะ... แต่ยังไงอย่าเลี้ยงลูกให้ลำบากมากนะคะ...
ขออภัยอย่างยิ่งครับ (เขินนะนี่ อิอิ)
อย่านำชื่อตั้งใหม่ไปใช้นะครับ
ผมยังไม่ได้ทำพิธีทางพุทธศาสน์โหราศาสตร์ใดๆเลย
ส่วนการเลี้ยงลูกสาวคงไม่ให้ลำบากมากเกินหรอกครับ
เอาแค่ไม่มีพ่อแม่แล้วเขาอยู่ได้ ก็พอแล้ว
ขอบคุณที่แวะมาให้กำลังใจ