ลักษณะของกรณีร้องเรียนที่สำรวจพบ ณ 2 ก.พ.54
ตามที่มีมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจด้านสิทธิและสถานะบุคคลของผู้ไร้สัญชาติไทยพลัดถิ่น ผู้อพยพและชนพื้นเมือง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มอบหมายให้น.ส.บงกช นภาอัมพร และน.ส.พวงรัตน์ ปฐมสิริรักษ์
สำรวจกรณีร้องเรียนของบุคคลที่มีปัญหาสถานะบุคคลซึ่งร้องเรียนมายังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯ และตามที่ รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์กาญจนะจิตรา สายสุนทร ได้ปรึกษาทางโทรศัพท์กับ นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ เมื่อวันที่1 กุมภาพันธ์ 54 เรื่องการทำงานในขั้นตอนต่อไปเกี่ยวกับกรณีร้องเรียนที่ร้องเรียนมายังคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก่อนวันที่ 10 มกราคม 2554 เนื่องจากเป็นภาระกิจหลักที่ทางอนุฯจะต้องรับผิดชอบ ดังนั้นจึงขอทบทวนสรุปลักษณะของกรณีร้องเรียน
และประเด็นที่ทางอนุกรรมการฯ ทุกท่าน อาจจะต้องหารือและทำความเข้าใจ
เพื่อการทำงานในขั้นตอนต่อไป
หลังการสำรวจกรณีร้องเรียนสามารถสรุปลักษณะกรณีร้องเรียน ได้ ดังนี้
1.กรณีร้องเรียนที่ปรากฎแฟ้มคำร้องพยานหลักฐานบางส่วน และมีเลขคำร้อง
กรณีร้องเรียนลักษณะนี้มีจำนวนที่แน่นอน46 แฟ้มคำร้อง ซึ่งจำนวน 38
แฟ้มคำร้องสำรวจพบเมื่อวันที่ 25 พ.ย.53 และอีก 8 แฟ้มคำร้อง ได้พบเมื่อวันที่ 13 ม.ค.54 แต่เป็นคำร้องที่ยื่นเข้ามาก่อน 10 ม.ค.54
ดังนั้นทั้ง 46 แฟ้มคำร้องสามารถดำเนินการในขั้นตอนการกำหนดและพัฒนาสิทธิในสถานะบุคคลได้ทันทียกตัวอย่างการดำเนินการขั้นตอนทั้งสองที่ผ่านมา คือ การที่ ประธานอนุกรรมการฯและคณะทำงานได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และประชุมหารือกับหน่วยงานราชการในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.แม่ฮ่องสอนเพื่อขอให้ช่วยตรวจสอบทางทะเบียนว่าบุคคลซึ่งอยู่ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่จ.แม่ฮ่องสอนที่ร้องเรียนมายังคณะกรรมการสิทธิฯ นั้น มีตัวตนอยู่หรือไม่
เป็นบุคคลที่มีสถานะทางทะเบียนอย่างไร กำลังพัฒนาสถานะทางทะเบียนในขั้นตอนใดประสบปัญหาอย่างไร โดยทางคณะกรรมการสิทธิฯจะส่งหนังสือราชการเพื่อสอบถามและขอให้ทางหน่วยงานราชการในพื้นที่ตอบกลับมาเป็นลายลักษณ์อักษร
สำหรับกรณีร้องเรียนที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ก็จะดำเนินการต่อไปในลักษณะวิธีเดียวกัน
2. กรณีร้องเรียนที่ปรากฎแฟ้มคำร้องพยานหลักฐานบางส่วน แต่ไม่มีเลขคำร้อง
กรณีร้องเรียนลัษณะนี้มีจำนวนที่แน่นอน6 แฟ้มคำร้อง
ดังนั้นจึงต้องจัดการให้ทั้ง 6 แฟ้มคำร้องมีเลขคำร้องเสียก่อน จึงจะดำเนินการขั้นตอนต่อไปได้เพื่อที่ว่าหลังแก้ปัญหาให้กับทั้ง 6 แฟ้มคำร้องแล้วนั้น
การเขียนรายงานผลสำเร็จของงานที่อนุกรรมการฯ ชุดนี้รับผิดชอบจะได้มีแฟ้มคำร้องที่อ้างอิงได้จริง
ซึ่งขณะนี้ได้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการนำแฟ้มคำร้องทั้ง 6 ไปเข้าระบบเพื่อให้มีเลขคำร้อง
3.กรณีร้องเรียนที่ทางอนุกรรมการฯ ได้ดำเนินการติดตามแก้ปัญหาจนเป็นผลสำเร็จหลายประการแล้วตั้งแต่ปี
2553 แต่ยังไม่พบแฟ้มคำร้องและเลขคำร้อง
กรณีร้องเรียนลักษณะนี้ได้แก่
1)กรณีร้องเรียนสิทธิในสัญชาติไทยของ น.ส.อรนลิน ...
2)กรณีร้องเรียนสิทธิในสถานะบุคคลของด.ช.หม่อง ...
3)กรณีร้องเรียนสิทธิในสถานะบุคคลของกลุ่มสิทธิชุมชน
อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ และคาดว่าน่าจะมีคำร้องลักษณะนี้อยู่อีกจำนวนหนึ่ง
ข้อสังเกตสำหรับกรณีร้องเรียนลักษณะนี้ คือ เป็นกรณีร้องเรียนที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของอนุกรรมการฯ ก่อนวันที่ 10 ม.ค.54 หรือไม่เนื่องจากกรณีร้องเรียนลักษณะนี้มีผลสำเร็จของงานแล้วและอยู่ระหว่างการเขียนรายงานสรุปคำร้อง
ดังนั้นจึงอาจจะตั้งเป็นประเด็นหารือในที่ประชุมเพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันว่า“กรณีร้องเรียนเหล่านี้ถือว่าเป็นกรณีร้องเรียนที่เข้ามาก่อน 10 ม.ค.54หรือไม่” เพราะหากได้รับคำตอบว่า “เป็น” ก็อาจจะต้องหารือประเด็นถัดมาว่า
“จะต้องดำเนินการอย่างไรกับปัญหาที่ไม่มีแฟ้มคำร้องและเลขคำร้อง”
อย่างไรก็ตามคาดว่าอาจจะมีกรณีร้องเรียนสิทธิในสถานะบุคคล
ลักษณะอื่น ๆ อยู่อีกจำนวนหนึ่ง เช่น ลักษณะกรณีร้องเรียนที่ปรากฏเลขคำร้อง
เรื่องที่ร้อง ซึ่งเป็นคำร้องที่มีมาตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ.2544 แต่อาจจะไม่พบแฟ้มคำร้อง ดังนั้นจึงไม่ได้อ้างอิงเป็นข้อสรุปมาด้วยในหนังสือฉบับนี้
ทั้งนี้หลังวันที่ 10ม.ค.54 นั้นมีผู้ประสบปัญหาสิทธิในสถานะบุคคลหลายรายที่ประสงค์จะร้องเรียนมายังคณะกรรมการสิทธิฯซึ่งบางรายร้องผ่านทางอนุกรรมการฯ บางท่านบางรายเป็นผู้ประสบปัญหาในพื้นที่ที่คณะอนุกรรมการฯ ไปลงพื้นที่สำรวจปัญหาดังนั้นจึงอาจจะมีประเด็นต้องทำความเข้าใจ เช่น
1.กรณีร้องเรียนสิทธิในสถานะบุคคลหลัง10 ม.ค.54 นั้นอยู่ในความรับผิดชอบของอนุกรรมการฯ ชุดนี้หรือไม่
2.หากมีผู้ประสบปัญหาประสงค์ร้องเรียนผ่านทางอนุกรรมการฯ หรือในคราวที่ลงพื้นที่ จะรับคำร้องหรือไม่ อย่างไรและจำต้องหารือถึงหลักเกณฑ์ วิธีการรับคำร้องที่เข้ามาทางวิธีนี้หรือไม่ อย่างไร
อนึ่งข้อสรุปและข้อสังเกตดังกล่าวนั้นมีขึ้นเพื่อให้การทำงานของคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯนี้สามารถดำเนินต่อไปได้ และไม่ประสบปัญหาในการแก้ปัญหาสถานะบุคคลของผู้ประสบปัญหา เช่น กรณีพบแฟ้มคำร้องแต่ไม่มีเลขคำร้องหรืออยู่ระหว่างดำเนินการแก้ปัญหาแต่กลับไม่พบแฟ้มคำร้องและเลขคำร้องให้อ้างอิง