ได้เข้าเรียนใน รายวิชาระบบสุขภาพท้องถิ่น (Local Health System) ซึ่งก็คือก็ระบบสุขภาพระดับปฐมภูมิของทุกชาติที่ได้เข้ามาเรียหลักสูตร MPH ที่เบลเยี่ยมด้วยกัน ที่นี้เรียกว่าหน่วยบริการสุขภาพลำดับที่หนึ่ง หรือ First Line Health Service (FLHS) ในบ้านเราก็คือสถานีอนามัย PCU รพสต. นั้นเอง แต่ไม่ได้เล่าเรื่องชื่อให้ต่างประเทศฟังเพราะเวลาจำกัด ต้องซึ่งกล่าวถึงหลักสำคัญ 3 ประการตามภาพ
มีคำจำกัดความ คือ Demand คือความต้องการของผู้ประชาชน ผู้ใช้บริการ เช่น ต้องการมีแพทย์ มีพยาบาลวิชาชีพที่สถานีอนามัย สามารถตรวจครรภ์ ฉีดยา เจาะตรวจเลือดได้ เป็นต้น Need คือ ความจำเป็นในการได้รับบริการ ซึ่งกำหนดจากนักวิชาชีพ และหลักเกณฑ์ตามที่คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกำหนดขึ้น เช่นเด็กทุกคนควรได้รับวัคซีน ควรมีการวางแผนครอบคัว สามารถรับบริการตรวจรักษาโรคเบื้องต้น สามารถตรวจเอดส์ และวัณโรค (มีความจำเป็นในทวีปอัฟริกากลุ่มใต้ทะเลทรายซาฮาลา :Sub-Sahara region ที่พบโรคเอดส์ และวัณโรค อย่างมาก ในบางประเทศมีอัตรความชุกของโรค มากกว่า ร้อยละ 20 ) ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (มีความจำเป็นในทวีปเอเซีย ที่พบโรคเบาหวานมาก ) ได้ที่หน่วยบริการปฐมภูมิ เป็นต้น Supply คือ การตอบสนอง จัดบริการให้ ซึ่งขึ้นกับทรัพยากรที่รัฐบาลกลาง หรือท้องถิ่นในสามารถจัดบริการให้ได้

จากแผนภาพ สรุปได้ตามตัวอย่าง และผู้อ่านสามารถเพิ่มตัวอย่างที่เหาะสมเองได้ตามบริบท
- Need only นักวิชาการ ทีมสหวิชาชีพวิเคราะห์ ประเมินแล้วว่าจำเป็น แต่ประชาชนรู้สึกว่า ไม่จำเป็น และยังไม่มีการจัดบริการให้ เช่น การดูแลด้านอาชีวอนามัย การควบคุมมลพิษจากโรงงาน การคบคุมการขายอาหาร ขนมต่างๆ ให้เด็ก การเชื่อมต่อข้อมูลอีเลคโทรนิกส์ได้ทั้งจังหวัดหรือระดับประเทศ เป็นต้น
- Demand only ประชาชนต้องการแต่ไม่มีการจัดบริการ และนักวิชาชีพประเมินว่ายังไม่มีความจำเป็น เช่นมีแพทย์ทำงานทุกสัปดาห์ ทุกวัน และสามารถตรวจเลือด X-ray ได้ที่สถานีอนามัย การไปตรวจกรณีไม่ฉุกเฉินได้ทุกที่โดยไม่มีการส่งต่อ เป็นต้น
- Supply only รัฐบาลจัดบริการให้ แต่ทั้งนักวิชาชีพ และประชาชนเห็นว่าไม่จำเป็น หรือไม่ตรงความต้องการ เช่น แผ่นพับ หนังสือ สิ่งพิมพ์ที่ส่งมาจากส่วนกลาง และจังหวัดซึ่งเนื้อหาไม่เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย การส่งยา , เวชภัณฑ์ และวัสดุการแพทย์จากส่วนกลางที่ไม่ตรงกับความต้องการของพื้นที่ หรือมาแบบไม่ได้ขอ แต่มีการสั่งซื้อให้ เป็นต้น
- Demand with Need (Felt Need = Rational Demand) but no supply คือสิ่งที่ ประชาชน และทีมสหวิชีพเห็นตรงกันว่าควรมี แต่จัดบริการให้ไม่ได้ เช่น การมีแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้น การมีถุงยางอนามัยแจกให้ทั่วถึง การเยึ่ยมบ้านให้ได้ตามเกณฑ์ การมีรถรับส่งผู้ที่มี่ญาติมพามาตวจ เป็นต้น
- Demand with Supply but No Need คือมีการจัดบริการตามที่ประชาชนต้องการ แต่ขาดความจำเป็น เช่น การที่ต้องตรวจกับแพทย์ทุกราย การเจาะตรวจเลือดในไข้วันแรก การตรวจไขมันในเลือดที่พร่ำเพรือ การจ่ายยาบรรเทากาการเกินความจำเป็น เป็นต้น
- Need with Supply but no Demand การจัดบริการที่จำเป็น แต่ประชาชนรู้สึกว่ายังไม่จำเป็น เช่นการตรวจมะเร็งปากมดลูก การนัดมาตรวจ และรับยาทุกเดือน การแยกขยะ การตรวจ และกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง เป็นต้น
- Adequate all demand Need and Supply คือการจัดบริการที่เหมาะสมจำเป็น ตรงความต้องการของประชาชน เช่น การบริการโรคเรื้อรังที่สถานีอนามัย การเยี่ยมบ้าน การเปิดบริการ OPD นอกเวลา การบริการฝากครรภ์ คุมกำเนิดแบบชั่วคราว เป็นต้น
ซึ่งเป้าหมายที่ทุกฝ่ายต้องการ คงเป็นพื้นที่หมาเลข 7 ที่ทุกอย่างสอดคล้อง ประชาชนพึงพอใจ มีความสุข ผู้ให้บริการมีความสุข ได้ทำงานอย่างมีมาตรฐาน ตรงความจำเป็น รัฐบาลได้จัดบริการที่เหมาะสม คุ้มค่างบประมาณ และทรัพยากร ของประเทศ เป็นWin-Win satiation ซึ่งคงต้องอาศัยการพูดคุยแลกเปลี่ยนแบบ Dialogue หรือสื่อสารสันติแบบ 2ทาง การสร้างการรับรู้ (Perception) ด้วยสื่อสารธาณะ (Mass Media) ตื่นตัวที่ตรงกับจริต ความชอบของกลุ่มเป้าหมายทีแตกต่างกันไปตามพื้นที่ อายุ วัฒนธรรม การสื่อสาร และสร้างพลังต่อรองที่สมดุลทางการเมืองทั้งในระดับท้องถิ่น และระดับประเทศ เป็นต้น