ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
สถาบันการศึกษาในประเทศมีการแบ่งระดับสถาบันการศึกษา มีค่านิยมให้บุตรหลานพยายามเข้าไปศึกษาในสถาบันที่มีชื่อเสียง แม้แต่เวลาไปสมัครงานหน่วยงานบางที่จะกำหนดไว้ว่า จะต้องจบจากสถาบันนี้เท่านั้น แล้วอย่างนี้จะไม่เหลื่อมล้ำเหรอ ดังนั้น การนำสถาบันการศึกษาของบุคคลที่จบการศึกษามากำหนดเป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่งในการให้คุณและให้โทษ จึงถือว่าเป็นความเหลื่อมล้ำอย่างหนึ่งในสังคมเราในสมัยนี้
ดังนั้น การปฏิรูปการศึกษาทั่วประเทศให้มีมาตรฐานเดียวกัน ลดช่องว่างทางความรู้เพื่อเปิดโอกาสให้คนในสังคมได้พ้นจากความยากจน และที่ผ่านมาความเหลื่อมล้ำนี้แทบจะไม่ได้ลดลงเลย รัฐบาลประสบความสำเร็จในการให้การศึกษาขั้นพื้นฐานได้ทั่วถึง แต่สิ่งที่ต้องทำต่อคือเรื่องคุณภาพของการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพราะตราบใดที่ยังมีความแตกต่างด้านคุณภาพการศึกษาระหว่างโรงเรียนที่มี ทรัพยากรน้อยกับโรงเรียนที่มีทรัพยากรมาก ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษาระดับสูงจะยังคงมีมากต่อไป
...จะเห็นว่าเรื่องโอกาสทางการศึกษาสัมพันธ์กับค่าจ้าง คนที่มาจากครอบครัวที่เสียเปรียบทางเศรษฐกิจและสังคม จะทำให้เขาเสียเปรียบด้านโอกาสการเข้าถึงการศึกษา อาจจะเป็นทั้งคุณภาพการศึกษาและการเข้าถึงอุดมศึกษาด้วย หากจะลดความเหลื่อมล้ำของโอกาสทางการศึกษากับค่าจ้างแรงงานให้มีความสมดุล มากขึ้น ควรเน้นเรื่องการยกระดับคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ไม่ใช่แค่การกระจายให้ทั่วประเทศแต่ต้องคำถึงคุณภาพที่เท่าเทียมกันด้วย และผลิตคนที่จบ ปวช.,ปวส. ให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน และสำหรับผู้ที่อยู่ในตลาดแรงงานอยู่แล้วควรมีการจัดฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะ ฝีมือแรงงานให้เพิ่มขึ้น และต้องเป็นการทำต่อเนื่อง จึงจะเกิดผลช่วยลดความเหลื่อมล้ำของการศึกษาและค่าจ้างได้ในระยะยาว
สวัสดีครับขอแสดงความคิดเห็นนะครับ การปฏิรูปการศึกษาจะเป็นจริงได้ ต้องทำให้ประชาชนตื่นตัวมองการศึกษาในความหมายกว้าง ตระหนักว่าการศึกษาแบบเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต เรียนรู้จากแหล่งต่าง ๆ รวมทั้งภูมิปัญญาท้องถิ่น การเรียนรู้จากชีวิตจริง
สวัสดีค่ะ ขอบคุณกับบทความดีๆค่ะ