น้ำหมักชีวภาพเพื่อการบริโภค
เราอาจเคยได้ยินข่าวว่ามีคนนำน้ำหมักชีวภาพมาใช้บริโภคกันด้วย ซึ่งน้ำหมักชีวภาพที่ใช้ในการบริโภค หรือเอนไซม์ เป็นสารโปรตีน วิตามินเอ บี ซี ดี อี เค อะมิโนแอซิค(Amino acid) และอะเซทิลโคเอ (Acetyl Coa) ที่ได้จาก หมักผลไม้นานาชนิดเมื่อหมักระยะเริ่มแรกจะเป็นแอลกอฮอล์ ระยะต่อมา เป็นน้ำส้มสายชู ซึ่งมีรสเปรี้ยวอีกระยะหนึ่งเป็นยาธาตุ มีรสขม ก่อนจะได้เป็นน้ำหมักชีวภาพ (เอ็นไซม์)ซึ่งใช้เวลาหมักขยายประมาณ 2 ปี แต่หากจะนำไปดื่มกินควรผ่านการหมักขยายเป็นเวลา 6 ปีขึ้นไป
โดยประโยชน์จากน้ำหมักชีวภาพนั้นหากมีการนวัตกรรมการผลิตที่ดีจะส่งผลดีต่อสุขภาพของระบบย่อยอาหาร ระบบขับถ่ายทำให้ภูมิต้านทานโรคดีขึ้น และช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้ แต่น้ำหมักชีวภาพที่ขายอยู่ตามท้องตลาด มักเป็นน้ำหมักชีวภาพที่อยู่ในสภาพเป็นแอลกอฮอล์ดังนั้นเมื่อดื่มกินแล้วอาจมีอาการร้อนวูบวาบ มึนงง และอาจทำให้ฟันผุกร่อนได้เพราะน้ำหมักชีวภาพ (เอนไซม์) มีสภาพเป็นกรดสูงดังนั้นจึงไม่ควรดื่มน้ำหมักชีวภาพแบบเข้มข้น
อย่างไรก็ตามการทำน้ำหมักชีวภาพ ที่ใช้บริโภคนั้น ยังขาดข้อมูลทางวิทยาศาสตร์รองรับหากดื่มกินเข้าไปก็เสี่ยงต่ออันตรายได้ โดยเฉพาะมีข้อมูลจาก สวทช. ร่วมกับอย.ที่ได้เก็บตัวอย่างของผลิตภัณฑ์น้ำหมักชีวภาพที่วางขายตามท้องตลาดมาตรวจสอบพบว่า น้ำหมักชีวภาพเหล่านี้แม้จะไม่มีการปนเปื้อนของโลหะ เศษไม้ เศษดิน แต่พบการปนเปื้อนของเชื้อรา ยีสต์เมทิลแอลกอฮอล์ เอทิลแอลกอฮอล์ ซึ่งส่งผลต่อระบบประสาทและตา โดยเฉพาะเมทานอลหรือเมธิลแอลกอฮอล์ที่ทำอันตรายต่อร่างกายได้
ดังนั้นแล้ว เพื่อความปลอดภัยควรหลีกเลี่ยงการซื้อผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยารวมทั้งต้องพิจารณาความน่าเชื่อถือของผู้ผลิต แหล่งผลิต และบรรจุภัณฑ์หีบห่อด้วยแต่ถ้าหากจะนำ "น้ำหมักชีวภาพ" มาใช้ในครัวเรือนหรือการเกษตร ลองทำง่าย ๆ ด้วยตัวเองน้ำหมักชีวภาพเพื่อการบริโภค
น้ำหมักชีวภาพเพื่อการบริโภค
นํ้าหมัก
ดูแล้วมีประโยชน์ช่วยคอมเม้นด้วยครับ
4 คนชอบ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
krutoiting · 8 ก.ย. 2554
น้ำชา · 8 ก.ย. 2554
คนไม่รู้ · 8 ก.ย. 2554
Peter p · 8 ก.ย. 2554
นาย ประทีป วัฒนสิทธิ์ · 8 ก.ย. 2554
เพิ่งทราบนะครับว่า..มีน้ำหมักชีวภาพที่บริโภคได้
ขอบคุณนะครับ
เหมือนว่า ป้าเช็ง จะสอนทางทีวี เห็นแว็บๆ นะครับ