ห้องเรียนกระบวนกรตอนที่ 370

ในทุกระบบมีเรื่องราวดีๆ ปรากฏการณ์ดีๆ ที่นับว่าเป็น "ความรู้ดีๆ" ซ่อนเร้นอยู่ ลองตั้งข้อสังเกตต่อไปนี้ตามหลัก 5W1H ครับ

1. What  ลองตั้งข้อสังเกตว่า "อะไรดีที่สุด หรือเป็นจุดเปลี่ยน ในสถานการณ์หนึ่ง เช่นการเรียนรู้ ย่อมมีจุดเปลี่ยนจากรู้น้อยไปรู้มากๆ จากเฉยๆ มาชอบ เช่นมีร้ายทองร้านหนึ่งได้ลูกค้าที่เป็นผู้เชื่อมต่อคนหนึ่ง ซึ่งทางร้ายสังเกตมานานว่าเป็นที่มาของลูกค้าอื่นที่ตามคนนี้มาเป็นลูกค้า เลยมีการถามว่าจุดเปลี่ยนที่ลูกค้าท่านนี้จากเฉยๆ มาชอบร้านทองของเขา น่าจะอยู่ตรงไหน ปรากฏว่าเป็นเหตการณ์ที่นึกได้ว่า วันนั้นเจ้าของร้านว่าง และมีลูกค้าไม่เยอะ เลยสอนลูกค้ารายนี้ว่าทองปลอมต่างจากทองจริงอย่างไร ปรากฏว่าลูกค้ามีปฏิกิริยาดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตรงนี้ทำให้ได้ "ความรู้ดีๆ" ว่า การสอนลูกค้าดูทองก็ทำให้ลูกค้าชอบ

2. When เป็นเรื่องของเวลาครับ ตรงนี้เราค้นหา "ความรู้ดีๆ" จากเวลาครับ เช่นในโรงงานแห่งหนึ่งมีกะกลางวันกับกลางคืน พอผมพูดว่า คนเราในเวลาต่างกันก็ทำงานได้เร็วช้าไม่เท่ากัน เขาก็คิดได้เลยว่า เขาคุมงานเป็นหัวหน้างานมีกะกลางคืนกับกลางวัน กลางคืนคนงานจำนวนเท่ากันกลับทำงานได้ผลผลิตสูงกล่ากลางคืนเขาจะกลับไปค้นหา แล้วปรับให้กลางวันมาดีเท่าลางคืนให้ได้ และในองค์กรขนาดยักษ์แห่งหนึ่งที่ปรึกษาเล่าให้ผมฟังว่า พอผมพูดอย่างนี้เขานึกได้ว่า ตอนเกิดปัญหาทุกคนจะมาค้นหาสาเหตกันใหญ่ แต่ตอนที่ระบบเดินอยู่ดีๆ กลับไม่เคยม่ใครไปค้นหาว่ามันดีอย่างไร ถ้าเจอก็จะเป็นความรู้เอามาขยายจัดการผ่าน KM ได้เลยครับ

3. Where เป็นเรื่องของสถานที่ครับ ในทุกองค์กรหน่วยงานดีกันแต่ต่างทีก็อาจทำอะไรได้ดีไม่เท่ากัน และถ้าเข้าไปค้นหา อาจเจอ "ความรู้ดีๆ"ได้ครับ เช่นในโรงงานแห่งหนึ่งมีสายการผลิตห้าสายการผลิต ปรากฏว่าลูกศิษย์พบว่าสายการผลิตหนึ่งทำของเสียน้อยกว่าสายการผลิตอื่นๆ พอไปดูปรากฏว่าคนงานคนหนึ่งพัฒนาเทคนิควิธีการที่ทำสายไฟเสียน้อยมากๆ พอเอสวิธีการของคนๆนี้ไปขยายผล ก็สามารถลดของเสียทั้งในสายการผลิตทั้งหมดลงได้กว่า 50 %  

4. Who เป็นเรื่องของ "คน" โดยเฉพาะ คนทุกคน แม้กระทั่งตัวเราเอง ก็อาจมีเทคนิควิธีการเฉพาะตัวที่ดีกว่า เช่นในบริษัทรับส่งสินค้า ลูกศิษย์มาเล่าว่าเขาเจอปัญหาว่า ลูกน้องหลายคนชอบยกสินค้าประเภทขวดแก้ว แล้วทำแตก ทำให้เกิดความเสียหาย ผู้เขียนเลยถามว่า "มีไหม ที่ยกแล้วไม่แตก" ปรากฏว่ามีอยู่หนึ่งคน ที่ยกไม่เคยแตก พอไปดูก็พบว่าเขามีเทคนิคเฉพาของเขา เจ้าของร้านเลยให้เหลือมาดู และทำตามนั้น ก็ลดปัญหาของแตกลงได้

5. Whom เป็นเรื่องของ" ได้ผลกับใคร" ประมาณว่าเป็น "ความรู้ดีๆ" ที่ได้จากการปฏิบัติของเราเอง เช่นผมเคยพยายามบอกคุณพ่อให้ออกกำลัง แม่ก็บอก ไม่เคยได้ผลครับ ไม่เคยเลยจริงๆ แต่มีระยะหนึ่งผมออกกำลังกายโดยลองเล่น "ชี่กง" ผมก็ไม่ได้ชวนคุณพ่อ เพราะเลิกชวนไปนานแล้ว พอดีเรามีทีวีเครื่องเดียวอยู่ข้างล่าง เลยขอพอดูวีซีดีชี่กง ออกกำลังวัก 20 นาที ทำไปทำมาคุณพ่อเกิดชอบ เลยมาลองเล่นบ้าง ตั้งแต่นั้นมา ทั้งปบ้านคุณพ่อ คุณแม่คุณป้า ก็เลยเล่นชี่กงทั้งบ้าน เลยได้ความรู้ดีว่า ต้องการให้ผู้สูงอายุทำอะไรอย่าไปบังคับ ทำให้ดูเลย เดี๋ยวชอบเอง

6. How วิธีการทำงานของคนเราไม่เหมือนกันครับ ลองสังเกตวิธีการทำงาน ลองถามก็ได้จะได้อะไรดีเลยครับ เช่นครั้งหนึ่งลูกศิษย์ทำงานแผนกคลังสินค้า รับผิดชอบดูแลสินค้าสองแสนชิ้น เขาต้องเสียเวลาทำงานนี้ราวๆสองวันครึ่งถึงสามวัน วันหนึ่งเลยขอให้เจ้าหน้าที่ IT โดยถามว่าเขาใช้โปรแกรม Excel อยู่ น้องมีเครื่องมืออะไรใน Excel ที่จะช่วยให้พี่ทำงานได้เร็วขึ้น เจ้าหน้าที่ผู้นั้นเลยสอนการใช้ Pivot Table ให้ ได้ผล เจ้าหน้าที่คลังสินค้าสามารถลดเวลาทำงานจากสองวันครึ่งถึงสามวันเหลือไม่เกินครึ่งวันก็เสร็จแล้ว นี่ครับ KM ซึ่งทำง่ายๆด้วยการถามวิธีการทำงานจากคนอื่นโดยเฉพาะผู้รู้ครับ  

นี่เป็นแนวคิดง่ายๆ ในการดึงความรู้ดีๆ จากการถามคำถามดีๆแบบ AI ครับ

...

คุณล่ะ คิดอย่างไร