เพราะขาดการวางแผนที่ดี
ยังจำได้ว่าหลังสอบเสร็จได้นัดเพื่อน ๆ เพื่อออกไปเที่ยวผ่อนคลาย โดยการไปร้องคาราโอเกะ ซื้อของใช้เล็กๆน้อยๆ และปิดท้ายด้วยการไปทานไอติมต่อ สมัยนั้นเพิ่งจะขึ้น ม.4 เอง วันนี้ทุกคนมาถึงจุดรอรถเมล์อย่างตรงเวลา สักครู่ต่อมารถเมล์ก็แล่นเข้ามาจอดรับพวกเรา โดยสมาชิกของพวกเราในวันนี้มีด้วยกันทั้งหมด 5 คน เมื่อมาถึง จุดแรกที่พวกเราไปกันก็คือ ร้านก๋วยเตี๋ยวเลื่องชื่อของจังหวัดเชียงรายนั้นก็คือ “ก๋วยเตี๋ยวเจ๊เฮียง” แล้วต่อด้วยเดินย่อยซื้อของกินของใช้ต่อคนละนิดละหน่อย และจุดสำคัญที่เป็นเป้าหมายหลักของพวกเราในวันนี้ที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือ การมาร้องเพลงคาราโอเกะ ที่ตู้หยอดเหรียญของห้างฯ พวกเราใช้เวลาอยู่ตรงนั้น นานพอสมควร หมดเงินไปกับตรงนั้นก็เยอะเหมือนกัน แต่โชคดีที่เพื่อนในกลุ่มเสียงดีอยู่หลายคน ทำให้ได้เพลงแถมฟรีตั้งหลายเพลงเลย ใบหน้าทุกคนในตอนนั้นมองแล้วรู้สึกว่าสดชื่น ผ่อนคลาย ยิ้มแย้มแจ่มใส หลังจากที่ได้ปลอดปล่อยความทุกข์ออกมาด้วยการตะโกนร้องเพลงอย่าเมามัน สุดฤทธิ์สุดเดช ตามสไตล์ของแต่ละคนไป ต่อจากนั้นพวกเราก็เดินทางออกจากที่ตู้คาราโอเกะนั้น มุ่งตรงไปที่ท่ารถ ซึ่งทุกคนรู้ดีว่ารถจะออกจากท่ารถประมาณ สี่โมงเย็น แต่ช่วงที่พวกเราไปถึงพึ่งจะ สามโมงยี่สิบเอง พวกเราก็เอาของที่ซื้อมาขึ้นมาจองไว้บนรถ ซึ่งขณะนี้ จอดเทียบท่าอยู่เพื่อรอเวลาออก ตอนสี่โมง ทุกคนจองหน้ากัน โดยนัยตาตั้งคำถามอยู่ในใจเป็นอันรู้กันว่า พวกเรายังขาดอีกเป้าหมายหนึ่งก็คือ ไปปิดท้ายด้วยการกินไอติม จากนั้นก็พยักหน้าให้กัน แล้วก็ลงจากรถไป โดยได้ทิ้งของซึ่งหมายถึงการจองไว้ที่เบาะนั่ง บนรถเมล์นั้น พวกเราทุกคนรู้สึกมีความสุขมากในวันผ่อนคลาย วันปลดปล่อยในวันนี้ โดยการที่นั่งกินไอติมอย่างใจเย็น คุยกันไปด้วยอย่างไม่รีบเร่ง ในขณะที่เวลาตอนนี้ สามโมงห้าสิบห้าแล้ว ซึ่งหารู้ไม่ว่า อีกห้านาที รถเมล์ที่เอาของจองไว้ก็จะออกแล้ว จากนั้นฉันก็ลุกไปจ่ายตั้งที่เค้าเตอร์แต่ซึ่งขณะนั้นมีพนักงานทำงานอยู่คนเดียว ในขณะที่คิวรอจ่ายตังค์เยอะมาก ฉันรู้สึกร้อนไปหมดทั้งตัวเพราะกลัวไม่ทันเวลาสี่โมงเย็นซึ่งเป็นเวลารถออก แต่เพื่อนๆก็บอกว่าไม่เป็นไรหรอก late นิดหน่อย เค้าก็น่าจะรอเราอยู่แหละ เมื่อจ่ายตังค์เสร็จ ไปถึงท่ารถก็ประมาณสี่โมง ห้านาที จากสีหน้าทุกคนที่เคยยิ้มแย้มแจ่มใสในช่วงเวลาที่ผ่านมา ต้องเปลี่ยนเป็นถอดสี เมื่อมาถึงที่ ปรากฏว่า รถเมล์ที่พวกเราเอาของที่ซื้อมาจองไว้นั้น มันได้ออกไปแล้ว ฉันรู้สึกว่าฉันช็อคไปขณะเหมือนกัน แต่ก็รวบรวมสติและแก้ปัญหาต่อ โดยการโทรไปหาแม่ซึ่งอยู่ที่บ้าน ให้แม่ไปคอยดักรถเมล์ที่จะผ่านหน้าบ้าน และแม่จะต้องขนของ ของทุกๆที่เอาจองไว้ลงมาจากรถ ซึ่งก็เยอะมากเหมือนกันลง , ส่วนพวกฉันยังโชคดีที่มีรถอีกรอบประมาณห้าโมงเย็น ซึ่งพวกเราก็ต้องรอตรงนั้นอีกประมาณ เกือบ 1 ชั่วโมง แต่ก็ไม่เป็นไร และก็มีเพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่าเพราะ “เราผิดเวลาไปนิด ทำให้เราพลาดโอกาสตรงนั้นไป เนื่องจากโอกาสจะเป็นของคนที่พร้อมเสมอ “ ทุกคนในกลุ่มเห็นด้วยกับเพื่อนจากนั้น ก็พากันหัวเราะชอบใจอย่างสนุกสนาน และฉันก็พูดปิดท้ายต่อว่า “ครั้งต่อไปเราต้องไม่พลาดอีกแล้วนะ”
เหตุการณ์ในครั้งนั้นมันเป็นเหตุการณ์ที่น่าจดจำอีกเหตุการณ์หนึ่งที่เราได้ประสบร่วมกัน ทำให้เราไม่ลืมกัน และต่อจากนั้น ทุกคนก็จะเป็นคนตรงต่อเวลากันมากขึ้นโดย ไม่สาย เพราะได้ให้คำสัญญาร่วมกันในวันนั้นไว้ว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้มันจะเป็นบทเรียนให้เรา ซึ่งจะไม่ให้มีการซ้ำรอยเดิมของประวัติศาสตร์อีก “เพราะชีวิตนี้เราจะพลาดให้น้อยที่สุด ทุกคนสัญญา”