จากการสัมมนา "ปอยฮอมผญา" ในวันเสาร์ ที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา คุณแจ็ส-สุภาพร ถิ่นวัฒนา จากสถาบันพะเยาเพื่อพัฒนา ได้สรุปให้ฟังในภาพรวมทั้ง ๔ ห้อง อย่างน่าสนใจว่า
ประเด็นการพัฒนากว๊านพะเยาและการจัดการลุ่มน้ำอิง
(1) ด้านการจัดการความรู้ในการพัฒนากว๊านพะเยา และลุ่มน้ำอิง
-
รวบรวมและจัดทำระบบฐานข้อมูล หรือมีศูนย์ข้อมูลที่เกี่ยวกับดิน น้ำ ป่าและการจัดการสิ่งแวดล้อมในระดับตำบล อำเภอ จังหวัดให้เป็นระบบ สามารถเข้าถึง และนำมาใช้ประโยชน์ร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
-
สร้างกระบวนการเรียนรู้ของชุมชน ในการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาโดยสร้างการเรียนรู้ผ่านงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น เพื่อให้ชุมชนเกิดความตระหนักในปัญหาของชุมชน มีความเท่าทันต่อเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอกชุมชน
-
ระดมปัญหา วิเคราะห์ปัญหาสู่การทำแผนยุทธศาสตร์ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ (ดิน น้ำ ป่า) และสิ่งแวดล้อมในลุ่มน้ำอิง และกว๊านพะเยา
(2) ด้านกลไก โครงสร้าง และกฎหมายในการจัดการกว๊านพะเยา
-
จัดตั้งสมัชชาพัฒนากว๊านพะเยาและลุ่มน้ำอิง ที่มาจากทุกองค์กรภาคส่วนในจังหวัดพะเยา
-
องค์ประกอบของสมัชชาพัฒนากว๊านพะเยา ให้มีคณะกรรมการของภาคประชาชนที่มาจากทุกฝ่าย และในสัดส่วนที่เท่าเทียมกันกับภาครัฐ
-
จัดทำธรรมนูญกว๊านพะเยาและลุ่มน้ำอิงอย่างยั่งยืน ที่มาจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน และผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในการจัดการกว๊านพะเยา ซึ่งจะเป็นการจัดทำนโยบายสาธารณะในการพัฒนากว๊านพะเยา ของคนพะเยา โดยคนพะเยา
-
ทบทวนกฎหมาย/ ประกาศจังหวัดในการพัฒนากว๊านพะเยา และลุ่มน้ำอิง ให้มีความสอดคล้องกับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และความต้องการของประชาชน
-
สมัชชาพัฒนากว๊านพะเยาและลุ่มน้ำอิง มีบทบาทหน้าที่ในสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการพัฒนากว๊านพะเยา และติดตาม ตรวจสอบ ให้ข้อคิดเห็นต่อโครงการ/ กิจกรรมในการพัฒนากว๊านพะเยา
(3) ด้านการพัฒนากว๊านพะเยา และลุ่มน้ำอิง
-
การดำเนินกิจกรรมในการพัฒนากว๊านพะเยา และลุ่มน้ำอิง ควรเป็นการจัดการลุ่มน้ำอิงทั้งระบบ (ดิน น้ำ ป่าต้นน้ำ ป่าไม้) โดยตระหนักถึงความหลากหลายทางชีวภาพในแหล่งน้ำ เช่น การขุดลอกแม่น้ำอิง และกว๊านพะเยา ให้ละเว้นบริเวณหลง คุ้ง บวก หนอง เพื่อให้เป็นที่อยู่ของปลาและสัตว์น้ำตามธรรมชาติ และควรทำในฤดูแล้ง รวมทั้งการกำจัดผักตบชวา ต้องมีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง
-
ให้มีการศึกษาผลกระทบในการพัฒนากว๊านพะเยา ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสุขภาพ และด้านสังคมในเชิงลึก และในทุกชุมชนที่อยู่ในขอบเขตของโครงการ
-
ทบทวนนโยบายการพัฒนาลุ่มน้ำอิง และกว๊านพะเยา ที่เน้นการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ โครงการผันน้ำข้ามลุ่มน้ำ เพียงเพื่อการจัดหาน้ำหรือการสร้างแหล่งกักเก็บน้ำเท่านั้น
-
ทบทวนนโยบายการส่งเสริมปลูกพืชเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในฤดูแล้ง เพื่อลดปริมาณการใช้น้ำ และส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจแบบพอเพียง การปลูกพืชคลุมดิน การไถกลบ การใช้ปุ๋ยหมัก ลดการใช้ปุ๋ยเคมี ฯลฯ
-
ให้มีระบบการจัดการน้ำเสีย ที่ไหลลงกว๊านพะเยาทั้งฝั่งตะวันตก และฝั่งตะวันออกอย่างจริงจัง
-
การดูแลรักษาป่าต้นน้ำกว๊านพะเยา เช่น ปลูกป่าทดแทน การฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ไม่ตัดไม้ทำลายป่า
(4).ข้อเสนอต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
-
ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เทศบาล /อบต. /อบจ.) ออกกฎหมายจัดสรรงบประมาณอย่างน้อยร้อยละ 1 มาดูแลเรื่องป่าชุมชน เช่น สำรวจแนวเขตป่า ดับไฟป่า แหล่งเรียนรู้ในการจัดการป่าชุมชน เป็นต้น
-
ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เทศบาล อบต. อบจ.) สนับสนุนกิจกรรมการสืบสานประเพณีวัฒนธรรมในการจัดการกว๊านพะเยา และลุ่มน้ำอิง เช่น เลี้ยงผีขุนน้ำ บวชป่า สืบชะตาแม่น้ำ ปลูกป่า
-
ฟื้นฟูระบบนิเวศป่าต้นน้ำกว๊านพะเยาทั้ง 12 ลำห้วย โดยให้ความสำคัญกับภูมิปัญญาชาวบ้านและการมีส่วนร่วมของชุมชนในท้องถิ่น
-
สนับสนุนการจัดการน้ำโดยชุมชน เช่น ระบบเหมืองฝายโบราณโดยภูมิปัญญาท้องถิ่น จัดทำแก้มลิง และแหล่งน้ำหัวไร่ปลายนา
-
สนับสนุนให้เกิดการจัดการเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำโดยชุมชน
-
สนับสนุนให้เกิดงานวิจัยจาวบ้าน เพื่อนำเสนอองค์ความรู้ของท้องถิ่นในการจัดการลุ่มน้ำ
-
ในกรณีที่มีโครงการที่เกี่ยวกับการจัดการน้ำในพื้นที่โดยภาครัฐ ให้ประสานแกนนำแต่ละชุมชน จัดเวทีประชาคม เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน
-
ใช้แนวคิดนิเวศวัฒนธรรมมาเป็นแนวทางในการจัดการน้ำ เช่น สืบชะตาแม่น้ำ สืบชะตากว๊านพะเยา ทำวังปลา เขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาในกว๊านพะเยาและในแม่น้ำอิง เป็นต้น
การสร้างประชาธิปไตยชุมชนสู่ท้องถิ่นจัดการตนเอง
-
โครงสร้างการเมืองต้องมีการเปลี่ยนแปลง สส.ไม่ใช่เป็นผู้ตัดสินใจแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่ควรสนับสนุนให้สภาองค์กรชุมชน และฝ่ายต่าง ๆเข้ามามีส่วนร่วม
-
การเลือกตั้ง ควรต้องเป็นอำนาจที่ศักดิ์สิทธิ ของประชาชน ไม่ใช่ถูกซื้อ และตกอยู่ใต้อำนาจเงิน และเลือกคนที่มองเห็นประโยชน์ของคนในชุมชน เป็นส่วนใหญ่เพื่อมาเป็นผู้นำ
-
สื่อมวลชน มีความสำคัญที่ต้องรับฟังและเป็นช่องทางการสื่อสารของประชาชน
-
สภาประชนต้องเกิดภายใต้สภาองค์กรชุมชน โดยเริ่มตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล ซึ่งประชาชนควรมีส่วนร่วมตั้งแต่การร่วมคิด ร่วมทำ ร่วม แก้ปัญหา
-
สภาองค์กรชุมชนต้องถูกตั้งขึ้นทุกพื้นที่ตำบลเพื่อเป็นกลไกของประชาชน ที่สามารถตรวจสอบอำนาจรัฐได้
การพัฒนาเกษตรกรรมและเศรษฐกิจจ.พะเยา
-
สนับสนุนให้เกษตรกรจ.พะเยาสามารถพึ่งตนเองได้
-
ส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกรของจังหวัดพะเยา ทำเกษตรแบบปลอดภัยในทุกกลุ่ม
-
หน่วยงานต่างๆต้องส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกร สามารถจัดการและแปรรูปผลผลิตการเกษตรที่ปลอดภัย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มของกลุ่มเกษตรกร
-
ส่งเสริมให้เกษตรกรพะเยาลดการใช้สารเคมีทางการเกษตรเพื่อให้เกิดสุขภาวะด้านสุขภาพที่ดี
-
รื้อฟื้นเรื่องการพัฒนาระบบกลุ่มเกษตรกรที่เข้มแข็งขึ้นมาใหม่ เพื่อสร้างความร่วมมือ การช่วยเหลือกัน ภายในกลุ่มเกษตรกรด้วยกัน
-
ภาคธุรกิจกับภาคเกษตรกรรมควรร่วมมือกันวางแผนการพัฒนาระบบตลาดที่สามารถนำผลผลิตด้านเกษตรของ จ.พะเยา ออกสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่องและได้ราคาที่เป็นธรรม