กลุ่ม 1 รากแก้วของดนตรีเต้นรำ
DISCO
นิวมิวสิคอย่างแท้จริง แนวดนตรีที่หล่อหลอมจากสัญลักษณ์มากมายของยุคสมัย นับจากรองเท้าส้นตึก ผมทรงอัฟโฟร ลูกบอลกระจกเหนือฟลอร์เต้นรำเรืองแสง ตัวดนตรีกำเนิดมาจากดนตรีฟั้งค์กระฉับกระเฉงจากยุค 70 แต่แทนที่จะเน้นตัวเพลงกลับไปเน้นการสร้างจังหวะจะโคนแทน
นี่คือดนตรีที่ออกแบบมาให้เต้น ตัวเพลงจึงยาวเหยียด
รูปแบบการเล่นเป็นซิงเกิ้ล 12 นิ้วจึงเริ่มขึ้น โดยเรียกกันว่า Maxi-Single ดิสโก้ได้รับความนิยมในหมู่คลับเกย์ เพราะว่าด้วยความสุขของการใช้ชีวิต ซึ่งพวกเกย์ต้องการหนีจากโลกของความเป็นจริง (ในยุคนั้นเกย์ไม่เป็นที่ยอมรับ) เพลงยังพูดถึงการเป็นตัวของตัวเอง และการเป็นพวกพ้องเดียวกัน ซึ่งตรงใจสาว ๆ เหล่านั้น
ความดังของดิสโก้ขยายออกมานอกดสโก้เธค จนค่ายเพลงทำเพลงพ็อพที่ใส่ส่วนผสมของดิสโก้เข้าไป ทำให้ดนตรีดิสโก้ออกมาเข้าอันดับเพลงด้วย ความดังของดิสโก้ทำให้คอร็อคไดโนเสาร์ออกมาต่อต้าน
แต่ดิสโก้ได้รับการตอบรับอย่างดีในยุโรป โดยเฉพาะฝรั่งเศสกับอิเทลี
Classic Disco : Sister Sledge, Chic, Diana Ross, KC & The Sunshine Band, Musique, Donna Summer, Village People
HI-NRG
ดนตรีดิสโก้ฉบับปรับปรุง ส่วนใหญ่จะทำกันในยุโรป โดยเดิมเครื่องดนตรีไฟฟ้าสังเคราะห์เข้าไป แทนเสียงเครื่องสายและจังหวะพลิ้วสวยของดิสโก้ดั้งเดิม ดนตรีแนวนี้จะเจือความเป็นพ็อพไว้ค่อนข้างมาก
ศิลปินส่วนใหญ่มักดังไม่กี่เพลง แต่ถูกโพรดิวเซอร์ชักใยไว้เบื้องหลัง
โพรดิวเซอร์ตัวดีก็มีอย่างบ็อบบี้ย์ โอ จากนิวยอร์ค และ จอร์จีโอ โมโรเดอร์ ชาวอิเทลี เป็นต้น
Classic Hi-NRG : Miquel Brown, Jocelyn Brown, Evelyn Thomas, Kristine W, Waterfront Home
OLD SCHOOL HIP HOP
ตามตำนานบันทึกไว้ว่า ดนตรีฮิพฮ็อพอุบัติขึ้น จากการที่ดีเจชาวจาเมก้าในนิวยอร์ค คิดจะทำพาร์ตี้ย์ปิดถนนแบบในคิงสทันที่บ้านเกิด โดยใช้ระบบเสียงขนาดยักษ์
จากนั้นก็เปิดแผ่นเสียง มิกซ์ และสแครชแผ่น
ในขณะที่บรรดาพลพรรค (crew) ออกมาวาดลวดลายการเต้น ตามเสียงที่เกิดมาจากการนำจังหวะเพลงพั้งค์ในอดีตมาดีวนซ้ำไปซ้ำมา แล้วก็หยอดการแร็พ หรือการพูดสไตล์ MC ซึ่งรับอิทธิพลมาจากดนตรีเรกเก้
Classic old school : Grandmaster Flash
ACID JAZZ
ดนตรีที่ถูกตั้งชื่อเติมคำว่า Acid เข้าไป เพราะอิทธิพลของ****ในยุคแรก ๆ
เอาเป็นว่านี่คือแจ๊ซซ์ที่เล่นโดยเด็กรุ่นใหม่ ภายใต้ฤทธิ์****
เกิดมาจากคลับของดีเจจิลล์ส เพ็ทเทอร์สัน ผสมผสานจังหวะฮิพฮ็อพ พั้งค์ และแจ๊ซซ์ แถมเข้าไปอีกก็มีจังหวะพอร์ดิสชั่นจากแอฟริกา และคิวบา
ฟังได้เป็นเพลง ๆ มากกว่าเป็นทั้งอัลบั้ม
Classic Acid Jazz : The Young Disciples, Brand New Heavies, James Taylor Quartet, Conduroy, Jamiroquai
RARE GROOVE
จังหวะต้นตำรับของเอซิดแจ๊ซซ์ เด่นชัดที่ดนตรีของเจมส์ บราวน์ และเสียงกลองในงานช่วงกลางยุค 70 ที่ผสมดนตรีแจ๊ซซ์เข้าไป ดนตรีจะสนุกสนานและเป็นแม่แบบให้หลายแนวดนตรีเต้นรำ
Classic Rare Groove : Maceo & The Macks, The Jackson Sister, Bobby Byrd, Gwen McCrae, Minnie Ripperton
ELECTRO
ดนตรีเต้นรำที่ใช้ส่วนผสมของจังหวะพั้งค์ ฮิพฮ็อพ และเสียงสังเคราะห์จากซินธิไซเซอร์มาสร้างเป็นจังหวะที่แปรเปลี่ยนคนให้เป็นหุ่นยนต์ เสียงบีทจะแข็ง แตกพร่า แล้วหล่อเป็นรูปออกมา เป็นซาวน์ดที่เกิดขึ้นเมื่อแร็พเพอร์ค้นพบเทคโนโลยี
นี่คือรากฐานของเทคโนโลยีเวลาต่อมา
Classic Electro : Afrika Bambaataa, Arthur Baker, Man Parrish, Mantronix, ESG, LiQuid, Cybotron
AMBIENT
ถือกำเนิดขึ้นในยุคที่นักดนตรีร็อคในทศวรรษที่ 70 ค้นพบเครื่องดนตรีสังเคราะห์ จึงใช้ซาวน์ดเหล่านี้สร้างสรรพเสียงที่ล่องลอย อ้อยอิ่ง หลอกหลอน โหยหวน เสมือนปลิวอยู่กลางอากาศ และระยิบระยับไปกับรายละเอียดของเสียงแปลก ๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะตีวนไป ๆ มา ๆ
ศิลปินในยุคนี้รับอิทธิพลมาใช้ในการทำดนตรีเต้นรำสไตล์ผี ๆ
Classic Ambient : Brian Eno, Can, Bill Laswell, Penguin Orchesta, Terry Riley
กลุ่ม 2 ดนตรี HOUSE
HOUSE
ต้นตำรับดนตรีเต้นรำในยุคนี้ ถือกำเนิดในช่วงกลางขยับมาตอนปลายยุค 80 ในชิคาโก ความเร็วของบีทราว ๆ 120 ต่อนาที พอ ๆ กับจังหวะการเต้นหัวใจของคนเที่ยว เอาดนตรีดิสโก้มาเป็นพื้น มีทำนองง่าย ๆ ติดหู แต่เป็นเสียงสังเคราะห์ ตัวเบสส์ฟังดูลึก และยังเติมความเป็นลาทินโซล และพั้งค์เข้าไป ส่วนใหญ่เป็นเสียงร้องอันทรงพลังของนักร้องสาว ซึ่งไม่ถือเป็นจุดเด่นนักในช่วงแรก ๆ ก่อนที่จะแตกแขนงออกไปหลายแนว
Classic House : M People, The Bucketheads, Funky Green Dogs, Junior Vasquez, Blaze, Cevin Fisher, Joey Nego, Deep Dish, Roger Sanchez
DEEP HOUSE
ของแท้มาจากชิคาโก โดยเน้นที่ตัวเสียงนักร้องมากขึ้น บางคนก็เรียก vocal house หรือ soulful house นอกจากจะเน้นที่เสียงร้องซึ่งกลั่นมาจากอารมณ์ที่เปี่ยมรัก (ส่วนใหญ่นักร้องจะเคยร้องอ้อนวอนพระเจ้าในโบสถ์มาก่อน) ยังมีท่อนตีวนของเพียโนอีก
Classic Deep House : Joe Smooth, Ten City, Frankie Knuckles
GARAGE
ได้ชื่อมาจากคลับพาราไดซ์การาจในนิวยอร์คใกล้เคียงกับความเป็นดิสโก้ต้นตำรับมากที่สุด แม้ว่าจะใช้เครื่องดนตรีสังเคราะห์แบบเฮ้าส์ เสียงร้องอบอวลไปด้วยอารมณ์แบบดีพเฮ้าส์ แต่โพรดักชั่นของเสียงและทำนองจะเนี้ยบ และให้ความรู้สึกของความเป็น ของจริง และ มีชีวิต กว่า
ดีเจแนวนี้จะมีซาวน์ดที่เป็นเอกลักษณ์ บางคนจะเด่นที่จังหวะกลอง เครื่องสาย เสียงเพียโน หรือจังหวะแอฟริกันคิวบา การาจจะลื่นไหล สวยงาม ระรื่นกว่าเฮ้าส์
คลับ Ministry Of Sound ขุนแนวนี้จนดังต่อในวันนี้
Classic Garage : Todd Terry, Masters At Work, David Morales, DJ Piere, Francois Kervorkian, Ronamthony, Tony Humphries
ACID HOUSE
เฮ้าส์กลายพันธุ์สายพันธุ์แรก เกิดจากการใส่เสียงเบสส์ อันเป็นเอกลักษณ์ผ่านโรแลนด์ทีบี 303 เข้าไปเกิดอาการหลอนบวกกับการมาถึงของยาเอ็กสทาซี่ย์ (****) จึงเติมคำว่า แอซิด แบบเดียวกับที่มีแอซิดร็อคในช่วงฮิพพี่ย์ยุค 60
ซาวน์ดสังเคราะห์จะกระแทกกระทั้นไม่เน้นเนื้อร้อง ถ้ามีก็จะวนไปวนมาพูดถึงความบ้าบอของการเต้นรำ การอยู่ด้วยกัน และการใช้ชีวิตในเวลานี้ให้ดีที่สุด
ซึ่งตรงใจคนอังกฤษ เพราะมองว่าดนตรีนี้คือการนำมาซึ่งความรัก (****ทำให้นักเต้นรวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน)
Classic Acid House : The Garden Of Eden, Phuture, Adonis, Fingers Inc, Lochi
FRENCH HOUSE
มาจากฝรั่งเศสตามชื่อ เหมือนเป็นการเดินย้อนศรไปจุดเริ่มต้นของดนตรีเต้นรำหยิบความเป็นเฮ้าส์ยุคดั้งเดิม มาบวกกับดนตรีเทคโนและดิสโก้ ซาวน์ดจะออกมาย้อนยุค เชย แล
สวรรค์คนรักเพลง
เพลงดี เพลงดัง
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
kungnang · 31 ส.ค. 2554
นางสาว จรัญญา แผงงาม · 31 ส.ค. 2554
นางสาว น้ำทิพย์ รัตนกระจ่าง · 31 ส.ค. 2554
kungnang · 31 ส.ค. 2554
นู๋ ติ๊ก จารุวรรณ จันทร์พิทักษ์ · 31 ส.ค. 2554