รู้สึกประหลาดใจตัวเองจนไม่อยากจะบอกกับลูกสาวและแฟน

"เป็นไงบ้าง ฮึ ..."หมอถามอย่างคุ้นเคยหลังเขายกมือไหว้เหมือนทุกครั้งที่มาพบหมอ

"อืม...รู้สึกดีขึ้นครับหมอ"

"จริงรึ..ผลมันออกมาตัวเลขสูงขึ้น จากร้อยห้าสิบเป็นร้อยเก้าสิบแล้วเนี่ย"

"อืม.." เขาได้แต่อึ้ง พูดอะไรไม่ออก

"คุณต้องพักผ่อนให้เยอะขึ้นแล้วนะ" หมอแนะนำ ขณะที่เขาเองอยากจะบอกว่าเขาก็ไม่ได้นอนดึกหรือทำงานหนักมากกว่าเดือนสองเดือนที่ผ่านมา

...แต่เขารู้สึกผิดอย่างมากที่วันนั้นแอบกินเบียร์เพราะความเครียดและกลุ้มหนักจนไม่สามารถยับยั้งชั่งใจได้

และนั่นอาจเป็นสาเหตุแห่งผลเลือดในวันนี้

........

ผ่านไปสองวันแล้ว หลังไปพบหมอ เขารู้สึกปวดหัวมากและครั้นเนื้อครั้นตัวจนเหมือนปวดร้าวไปหมดทั้งตัวแต่ก็ต้องออกบ้านไปทำธุระและทำงานทุกวัน

ก่อนนอนเขาต้องกินยาบำรุง ยาแก้เครียด ยาแก้ปวด ทุกคืน

..........

เช้าวันนี้ก็เช่นกัน ตีห้าครึ่งเขาต้องตื่นขึ้นมาปลุกลุกสาวและแฟนเพื่อเตรียมตังอาบน้ำไปทำงาน

เขาแต่งตัวเสร็จก่อนใครทุกวันและลงมานั่งดื่มกาแฟเพื่อรอทุกคนพร้อมออกเดินทาง

"เฝ้าบ้านนะทอฟฟี่"เขาสั่งเจ้าทอฟฟี่ที่กำลังยกสองขาหน้ามาประจบ

ปิดไฟปิดพัดลม หยิบกระเป๋าสตางค์ หยิบมือถือ เดินออกประตูบ้าน แฟนเป็นคนปิดประตุล็อคกุญแจบ้าน

ทุกคนเดินมาที่รถพร้อมจะขึ้นแล้ว แต่..."ลืมกุญแจ.." เขาอุทานพร้อมยกนาฬิกาดูเวลาที่เริ่มสายกว่าทุกวัน

แฟนเปิดประตูบ้านอีกครั้ง เขาใช้มือขวาค้นหาที่ๆเขาเคยวางทุกๆวันไม่เจอ

"ลืมไว้บนที่นอนหรือเปล่า" ลูกสาวออกความเห็น ซึ่งเขาค้านว่าไม่เคยเอาไปไว้บนห้องแต่ก็เดินขึ้นไปดูตามหัวเตียง หลังทีวี ก็ไม่เจอ

"ลืมเอาออกจากรถหรือเปล่า"แฟนเขาออกความเห็นบ้างพร้อมเดินไปเปิดประตูรถ ก็ยังล็อคสนิท

เขาเดินลงมาจากบนบ้านพร้อมสำรวจตามโต็ะอาหาร โต็ะคอมฯอีกรอบ

ระหว่างนั้นเขาใช้มือซ้ายเพื่อจะรื้อหาตามหนังสือที่วางตามโต๊ะ เขาต้องตกใจและรู้สึกประหลาดใจตัวเองจนไม่อยากจะบอกกับลูกสาวและแฟนเขาว่า

...กุญแจรถที่หาอยู่นั้น อยู่ในกำมือด้านซ้ายของเขาเอง...

แต่เขาก็ต้องบอกกับทุกคน ที่มองมาที่เขาด้วยสายตาที่แปลกและสงสัยว่า พ่อเป็นอะไรไปหรือเปล่า

ส่วนตัวเขาก็ประหลาดใจไม่แพ้กันกับความเป็นไปในตัวของเขาเอง

หรือเป็นเพราะยาที่กินติดต่อกันมาหลายวัน

หรือเป็นเพราะสติของเขาที่เพี้ยนไปแล้ว

หรือเป็นเพราะความไม่เที่ยงของสังขาร

ความไม่เที่ยงของสรรพสิ่ง...

หรือเป็นเพราะอะไรกันแน่.....

หรือ......