วาระประชุมของสภามหาวิทยาลัยต้องได้สมดุลในการทำหน้าที่ทั้ง 3 mode ของ governance  คือ Fiduciary, Strategic และ Generative  โดยนายกสภาฯ และกรรมการสภาฯ ทั้งองค์คณะต้องร่วมกันกำหนดนโยบายหรือแนวทางในการเสนอระเบียบวาระเข้าสู่สภาฯ   ไม่ใช่ปล่อยให้ฝ่ายบริหารเป็นผู้กำหนดตามความเคยชินตามที่เคยปฏิบัติต่อๆ กันมา   หรือตามอำเภอใจ

          หากไม่กำหนดนโยบายการจัดวาระประชุมให้ชัดเจน สภามหาวิทยาลัยจะทำงานพิจารณาเฉพาะวาระเล็กๆ เป็นส่วนเสี้ยว   ไม่มีโอกาสวางนโยบายภาพใหญ่ ที่เป็นหัวใจของความเจริญก้าวหน้าของมหาวิทยาลัย   เพื่อให้มหาวิทยาลัยรับใช้สังคมอย่างแท้จริง และอย่างมีคุณภาพ

          Effective board ต้องกำหนดหลักการจัดวาระประชุม   ให้ใช้เวลาของการประชุม (ซึ่งตามปกติเพียงเดือนละ ๓ ชั่วโมง)  เพื่อการทำหน้าที่ที่สำคัญ และใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพ

          งานประจำ ที่มีกลไกตรวจสอบอย่างดีแล้ว   ควรเอาไปรวมไว้ในกลุ่ม “วาระเพื่อทักท้วง”   คือหากไม่มีคนซักถามหรือทักท้วง ให้ถือว่าสภาฯ อนุมัติ   ซึ่งตามปกติจะใช้เวลากับวาระการประชุมกลุ่มนี้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

          เวลาของการประชุมส่วนใหญ่ ควรใช้พิจารณาเรื่องใหญ่ เรื่องสร้างสรรค์ เรื่องสำคัญต่ออนาคตของมหาวิทยาลัย   โดยต้องมีการกำหนดไว้ว่าเรื่องใหญ่มีอะไรบ้าง   ที่จะต้องทบทวนนโยบายทุกปี   แล้วกำหนดเป็นวาระการประชุมเป็นปฏิทินไว้   รวมทั้งกำหนดด้วยว่าจะต้องมีข้อมูล และผลการวิเคราะห์สังเคราะห์ และทางเลือกเชิงนโยบายอย่างไรบ้างมานำเสนอ   ผมสงสัยว่า สำหรับบางมหาวิทยาลัย ที่กลไกของฝ่ายบริหารและเจ้าหน้าที่ประจำยังไม่เข้มแข็ง   อาจต้องว่าจ้างบุคคลภายนอกมาจัดทำข้อมูลเชิงนโยบายในบางเรื่องสำหรับเสนอสภาฯ   รวมทั้งเพื่อฝึกฝนเจ้าหน้าที่ประจำให้มีขีดความสามารถจัดทำเองในปีต่อๆ ไป

          คือนอกจากวาระประชุมไม่เหมาะสมแล้ว   สภามหาวิทยาลัยอาจทำงานย่อหย่อนเพราะเอกสารประกอบการประชุมไม่ดี   ไม่เป็น information for policy-making   ไม่มีข้อมูลที่แม่นยำครบถ้วนเพียงพอ   ไม่มีการวิเคราะห์และสังเคราะห์นำเสนอเป็น “ทางเลือกเชิงนโยบาย” (policy options)   แต่เสนอว่านโยบายอย่างนี้จะเอาไหม จะปรับปรุงอย่างไร   แถมยังไม่ได้เสนอด้วยว่าแต่ละทางเลือกมีทางทำได้สำเร็จเพียงใด   เข้าใจว่าหลายครั้ง สภาฯ กำหนดนโยบายสวยหรู   โดยไม่ได้ถามฝ่ายบริหารเลยว่าทำได้ไหม   ฝ่ายบริหารก็นิ่งเฉยเสีย โดยกำหนดในใจว่า วางนโยบายได้ก็วางไป   ไม่ช้าก็ลืม ฝ่ายบริหารไม่ทำก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

         ดังนั้น วาระการประชุมหนึ่งที่ต้องมี คือวาระทบทวนความก้าวหน้า (หรืออุปสรรค) ในการดำเนินการตามนโยบายที่สภาฯ กำหนดไว้  

          โดยสำนักงานสภาฯ ต้องบันทึกมติเชิงนโยบายของสภาฯ   รวบรวมไว้เป็นหมวดหมู่   และเอามาทบทวนบ่อยๆ
 

 

วิจารณ์ พานิช
๘ ก.ค. ๕๔