ในสังคมที่เราต้องมีตัวตนกันแบบเวอร์ชวลหรือแบบเป็นตัวเสมือนจริง ในเฟลบุ๊ค ในสื่อออน์ไลน์ทั้งหลาย ในสังคมบ้านเรามีสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจนะ นั่นก็คือ การติ การตำหนิ การสำรวจผู้คนแบบคล้ายการจับผิด อะไรอย่างนี้ มันก็ติดไปตามตัวตนเสมือนของเราด้วย
วันก่อนไปประชุมผู้ปกครองที่นครสวรรค์ รองวันเพ็ญได้พูดถึงการการเสนอแนะ การร้องทุกข์ ร้องเรียนอะไรต่างๆ นานา เพื่อที่จะมาพัฒนาระบบการศึกษานั้น นอกจากท่านผู้ปกครองจะระบายความอึดอัดแล้ว ระบายอารมณ์แล้ว สิ่งที่สำคัญคือ ต้องบอกด้วยว่าจะให้ทางโรงเรียนทำอย่างไร ไม่ใช่ด่าอย่างเดียวเลย ข้อแนะนำดีดีแบบจับต้องได้ไม่มีเลย อย่างนี้ท่านก็ขอร้องมา..น่ะ
ก็ทำให้ผมนึกถึง รายล้อมรอบตัวผมนะ วัฒนธรรมบ้านผมนั้น ก็จ้องกันแต่จับผิด ระแวงกลัวคนอื่นจะดีกว่า กว่าคนอื่นจะดูถูกอย่างนั้นอย่างนี้ และพอถึงเวลาที่จะต้องพูดต้องจากันก็ แต่ละคำบางทีฟังไม่ได้เลย บางทีฟังยังไงก็ไม่จริงใจ หวาดระแวงกันไปหมด
ในใจก็ยังคิดว่า สภาพอย่างนี้จะหายมั๊ยเนี่ย มันเป็นสภาพของไฟ ของอากาศร้อนรน ที่เราไม่เคยอยากพบเลย!
การมาถึงของเฟสบุ๊กนี่ก็ทำให้เราได้ยินคำคำหนึ่งตามมาด้วย ก็คือการมองเชิงบวก การพูดเชิงบวก อะไรๆ ก็ลงท้ายด้วยเชิงบวก นี่ก็เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมนะ
หากในสังคมออน์ไลน์เราใช้แต่เชิงบวก มันเป็นน้ำเย็น มันเป็นสภาพที่มีความสุข คำแนะนำ ข้อเสนอแนะอะไรต่างๆ ก็จะออกมาในทางสร้างสรรค์ก็ทำให้สังคมออนไลน์ที่วันนี้เป็นสังคมที่เราได้อยู่กันจริงๆ แล้ว ก็จะทำให้พอตื่น พอได้ร่วมงานกันก็จะทำให้มีความสุข สร้างสรรค์งานดีดีได้ น่าจะมากกว่าสังคมของการกล่าวร้ายกัน มองกันในแง่ร้ายน่ะ
มาปรับอารมณ์ให้มีความสุขกันเถอะ ก่อนจะเข้าสู่ระบบออน์ไลน์นะครับ

ดูก็เป็นเรื่องธรรมดานะ แต่สังคมออนไลน์ทุกที่จะดูรื่นรมย์กว่านะครับ
สวัสดีค่ะ
แวะทักทายค่ะ
ได้เพื่อนเพิ่มขึ้นมากมายค่ะ
มีความสุขที่ได้คุยกันและร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ดีๆแก่กันค่ะ
ขอบคุณทุกๆท่านมากมายจริงๆค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณเพชร
ชอบประโยคปิดท้ายจังค่ะ หากเราเปลี่ยนมุมมองว่าพื้นที่ออนไลน์เป็นเหมือนพื้นที่ระบายอารมณ์ต่างๆ มันก็เหมือนเป็นการนำสีดำมาระบายลงไป แต่หากเราคิดว่าพื้นที่นี้เป็นพื้นที่สำหรับการแบ่งปันเรื่องราวดีๆ ที่มีประโยชน์ ก็เหมือนการนำสีขาวหรือสีอื่นๆ มาแต่งแต้มให้โลกออนไลน์สดใสนะค่ะ