นักการเมือง

นักกิา(ว)(น)รเมือง     

เมื่อย้อนไปสมัยยังเป็นเด็กๆ ผมยังจำได้เสมอมาถึงคำถามยอดฮิต ที่คุณครูของผมชอบถามผมและเพื่อนๆผมเสมอ ลูกๆค๊ะ โตขึ้นอยากเป็นอะไรครับผม?  อยากเป็นหมอคะ จะได้รักษาคน, อยากเป็นตำรวจครับ จะได้จับโจรผู้ร้าย, อยากเป็นพยาบาลค่ะ จะได้รักษาคนเจ็บป่วย, ต่างๆมากมายคำตอบที่ได้พบเจอ หลากหลายอาชีพ แต่สำหรับเด็กบางคนก็ตอบคำตอบแบบทำให้ทุกคนงงกันเป็นแถบๆคือ อยากเป็นหมาครับ หมาซื่อสัตย์ดี สร้างเสียงฮากระฮึ่มห้อง เพราะความเป็นเด็กจึงไม่มีความผิดอันใดให้ต้องลงอาญาไม่ แต่เหตุผลที่เด็กน้อยให้ว่า"หมาซื่อสัตย์ดี"กลับทำให้ครูคิดว่าคุณค่าของมนุษย์ไอ้ตูบมันเอาไปเป็นคุณสมบัติของมันเสียแล้ว

ในชีวิตประจำวันของเรานี้จากเด็กจนโตเป็นผู้ใหญ่ เข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย จำเป็นที่ทุกคนต้องติดตามข่าวสารความเป็นไปของโลกใบนี้ แต่เมื่อเรากลับบ้านเปิดโทรทัศน์ หรือเปิดจอ Computer กลับเจอแต่ข่าวเดิมๆ และดูๆมันเริ่มน้ำเน่า และน่าเบื่อขึ้นทุกๆวัน คือข่าวการเมืองและเศรษฐกิจ

หลายๆคนคงเบื่อและคิดในใจ อืม เลือกตั้งทุกที ไม่เห็นประเทศมันจะมีอะไรดีขึ้นมาเลย จากคนหน้าเหลี่ยม สู่คนหน้าหล่อ นี่ก็น่าสวยอีกแล้ว แล้วรัฐบาลหน้าคงไม่กระเทยก็เกย์แน่เลย พูดแล้วถอนหายใจลากยาว

ต่างคนต่างเบื่อ ต่างเหนื่อยใจ แต่ในความเป็นจริงนั้น เราไม่สามารถหลีกหนีจากเรื่องการเมืองและเรื่องเศรษฐกิจได้เลย เพราะมันเป็นเรื่องผลประโยชน์ของชีวิตและสังคมเรา ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ถ้าลองใช้สติพิจารณาดู

แล้วมีคำถามอีกแล้วว่า แล้วส.ส.ที่เราเลือกไป มันไปทำหน้าที่อะไรบ้าง บางคนก็ตอบให้เลย อ้อ ส.ส. เขามีไว้เป็นประธานในงานแต่งงาน  ไปกินงานบุญ งานขึ้นบ้านใหม่ ไม่ก็งานศพ หรือไม่งานวัดก็งานมัสยิดสักงานหนึ่ง นี่คืองานหลักของท่านๆ ตอนท่านมาหาเสียงท่านก็จะไหว้เราหมดทุกคน ถ้าท่านกราบเราได้ท่านก็จะกราบเราแล้ว แต่พอตอนท่านเป็นส.ส. ท่านหายหัวไปเลย จะมาเจอก็งานอย่างว่านี่แหละ

สำหรับบ้านเรานี้เขาใช้มาตราฐานอะไรในการวัด คนที่มาเป็นนักกการเมือง คงมีคำตอบง่ายๆแต่ชัดเจนคือ เงิน และอำนาจบารมี คงเป็นมาตรฐานของสังคมนี้ที่ไม่มีใครปฏิเสธได้เลย

อาชีพนักกการเมืองผ่านการเตรียมตัวศึกษาและอบรมตามมาตรฐานของอาชีพน้อยกว่าอาชีพอื่นๆ และผู้มีอาชีพนักการเมือง ก็มาจากภูมิหลังที่แตกต่างมากมาย ผู้ที่เข้าสู่อาชีพนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อต้องการอำนาจ ซึ่งจะทำให้สิ่งต่างๆตามมาไม่ว่าลาภ ยส สรรเสริญ เป็นต้น ผู้มีอาชีพนักการเมืองแบ่งออกได้ 2 ประเภท คือ นักการเมืองอาชีพ(Full time) และ นักการเมืองมือสมัครเล่น (Part time)

Max Weber ได้อธิบายว่านักการเมืองอาชีพเป็นผู้ที่มีชีวิตเพื่อการเมือง เข้าสู่การเมืองด้วยอุดมการณ์ โดยมีรายได้จากอาชีพอื่นและมีฐานะทางเศรษฐกิจดี ส่วนผู้ที่เป็นนักการเมืองมือสมัครเล่น เป็นผู้ที่อาศัยและทำมาหากินกับการเมืองเป็นแหล่งรายได้ ใช้สร้างอิทธิพลเพื่อถอนทุน ปัจจุบันเรียกว่า ธุรกิจการเมือง พวกหลังนี้ทำให้เกิดการทุจริต คอรัปชั่นและสร้างความเสียหายได้ สมควรอย่างยิ่งที่ต้องกำจัดออกเสีย

ในประเทศไทยการคอรัปชั่นกับการเมือง เสมือนเงาตามตัวที่ยากจะแยกออกจากกัน ทำให้การพัฒนาประเทศ เป็นไปอย่างล่าช้า มาเลเซีย เกาหลีใต้ เวียดนาม สิงคโปร์ ก็แซงหน้าเราไปอย่างรวดเร็ว ทั้งๆที่เขาก็มีสถาพไม่ต่างจากเรามากนัก แต่เราติดอยู่ที่ปัญหาบางประการกับการเมืองที่ไม่นำพาเราก็คงลัลล้ากับความล้าหลังต่อไป

การเมืองที่มีการต่อสู้อย่างรุนแรง สังคมได้เปลี่ยนไปแล้ว เป็นภาคละสี ภาคละพรรค ความเป็นหนึ่งเดียวของสังคมไม่เป็นชิ้นเป็นอันแตกสลาย ความล้าหลังของสังคมก็คืบคลานเข้าๆอย่างรวดเร็ว 

ถ้าทุกวันนี้เรายังส่งเสริมและสนับสนุน นักการเมืองแบบพวกปลาไหลชุบจารบี เล่นสกี ขี่เก็ต วิ่งบนลานน้ำแข็ง อย่างที่เราเห็นกันจนหน้าชา เราก็จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย นักการเมืองบางมุมก็อาจเป็นนักกวนเมืองได้ หรืออาจเป็นนักกินเมืองได้ ถ้ามีทั้งกวนและก็กิน นานๆเราก็คงไม่มีแผ่นดินอยู่กันละมัง

ช่างน่าเศร้าใจนักหากเราเยาวชน ยังคงไม่ดูดำดูดีสังคม ปล่อยให้อะไรๆเป็นไปตามยถากรรมของสังคม ไม่สนอะไรแล้ว วันๆเอาแต่Facebookๆ สถานะเราก็จะเปลี่ยนไป จากนักเรียน ก็อาจเป็นนักเกรียน แล้วนักศึกษาหละครับ จะเป็นอะไร นัก.......

มันอาจจะพรรณามากมายจนลายตาไปหมด ความคิดเริ่มต่อสู้กันระหว่างสมองซีกซ้ายและขวา ว่าทั้งหมดเขียนมาต้องการอะไรกัน จะสื่ออะไรกัน ผมไม่ต้องการแสดงการถูกใจหรือแบ่งปันความคิดเห็น แต่ผมต้องการการสร้างจิตสำนึกแก่ตนเองว่าเราไม่ควรนิ่งดูดายกับสังคม ไม่ปล่อยให้ผลประโยชน์แห่งชีวิตและสังคมถูกแบ่งปันไปอย่างอธรรม

ผมอยากเตือนตัวเองเสมอให้คิดว่าทั้งนักการเมืองและข้าราชการ พวกคุณกินเงินเดือน ซึ่งผมจ่ายภาษี พวกคุณจึงทำในสิ่งที่ควรทำแม้จะเป็นเสียงพูดที่ไม่อาจได้ยินได้ หรือส่งสารไปมิถึง 63 ล้านกว่าคน ในประเทศนี้ แต่คุณ เออคุณนั่นแหละ อืม ก็ควรรู้ไว้ว่าบ้านนี้เมืองนี้ เป็นของคุณและลูกหลานคุณ มิใช่ของคนใดคนหนึ่งหรือพวกใดพวกหนึ่งดั่งอดีตและปัจจุบันนี้

เมื่อความคิดได้สิ้นสุดลง ปากกาได้ถูกหยุดลง ทีวีและจอคอมได้ถูกปิดลง สติปํญญาเริ่มหยุดลง ตาของผมก็เริ่มปิดลงช้าๆ แต่ความฝันและจินตนาการของผมก็เริ่มขึ้นอีกคราหนึ่ง แต่ก็นั่นสินะ โลกใบนี้โลกแห่งจินตนาการ จินตนาการ มันช่างสวยสดและงดงามยิ่ง ไม่วุ่นวายอย่างในสังคมปัจจุบัน ถ้าทำได้ ผมอยากจะหลับตาให้นานแสนนานเพื่ออยู่กับโลกจินตนาการของผม แม้มิใช่โลกแห่งความจริงก็ตามที            คุณครูครับ ..ไอ้ตูบมันซื่อสัตย์จริงๆ.............                                                                                                                                          นายหัว.