No one is too old to learn "ไม่มีใครแก่เกินเรียน"

เวลานะหรือดึกเกินไป! แล้วทำไมท่านไม่จุดเทียนขึ้น?

เรียนรู้ตลอดเวลา

          มีภาษิตฝรั่งบทหนึ่งกล่าวไว้ว่า No one is too old to learn "ไม่มีใครแก่เกินเรียน" เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป

          แต่ทำอย่างไรจะปลูกนิสัยรักการเรียน  ใฝ่หาความรู้ให้เกิดมีขึ้นในใจของพวกเราได้  ในใจของเด็ก ๆ ลูก ๆ ของพวกเราด้วย?

          ปัญหานี้สำคัญ  เพราะเมื่อสามารถจุดประกายไฟแห่งความใคร่รู้ให้ลุกโชติช่วงได้ในใจของเราแล้ว  เราจะไม่เบื่อหน่ายท้อถอยต่อการเรียนเลย

          ในเด็ก ๆ ก็เหมือนกัน  ถ้าเขาใฝ่รู้ ใคร่รู้แล้ว  เราจะไม่ต้องปวดหัวกับการจ้ำจี้จ้ำไช รุกเร้าให้เขาเรียนอย่างเช่นที่เห็นกันอยู่ดาษดื่นทั่วไปในสมัยนี้  เพราะเขาจะกระหายต่อข้อมูล  ความรู้  อย่างไม่มีวันสิ้นสุด

          ในโลกนี้ยังรอการค้นพบของพวกเราอีกมากมาย  ความรู้ต่าง ๆ กำลังรอการศึกษา  วิจัย  พิสูจน์  ค้นคว้า ฯลฯ อีกมากมายนัก

          ผมไม่มีสูตรสำเร็จสร้างความใฝ่รู้มาให้กับท่านผู้อ่านหรอกครับ  แต่ผมมีเรื่องราวจากหนังสือ "ซัวหย่วน" ที่พูดถึงการเรียนรู้ไว้อย่างน่าสนใจ...

          วันหนึ่งกษัตริย์ผิงกงแห่งแคว้นจิ้น  ได้ตรัสกับซือคว่างขุนนางของพระองค์ว่า "ข้าแก่แล้ว  อายุปาเข้าไปเจ็ดสิบปีแล้ว  ถึงอยากจะศึกษาหาความรู้บ้าง  แต่ก็รู้สึกว่าเวลามัน ดึกเกินไป เสียแล้ว"

          ซือคว่างทูลถามว่า "เวลาน่ะหรือ "ดึกเกินไป" พระเจ้าข้า? แล้วทำไมพระองค์ไม่ทรงจุดเทียนขึ้น?"

          กษัตริย์ผิงกงตรัสตอบว่า "ข้าพูดกับเจ้าเป็นการเป็นงาน ทำไมเจ้าถึงพูดเล่นกับข้า!"

          ซือคว่างทูลตอบว่า "ข้าพระองค์เป็นขุนนาง  ไหนเลยจะกล้าพูดเล่นกับพระองค์  พูดกันตามความจริง  ใครที่รักเรียนในวัยเด็กก็จะมีอนาคตสว่างรุ่งโรจน์เหมือนกับแสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณ  ถ้ารักเรียนเมื่อวัยฉกรรจ์ก็จะเหมือนแสงอาทิตย์เวลาเที่ยงวัน ยังมีเวลาถมเถไป  ถ้ารักเรียนเมื่อวัยชราก็จะเหมือนแสงเทียนเท่านั้นเอง  แสงเทียนนั้นถึงแม้จะไม่สว่างเท่าไรนัก แต่ถ้ามีไว้ก็ยังดีกว่าคลำอยู่ในความมืดกระมัง  พระเจ้าข้า!"

          "โดยไม่ออกไปนอกประตู   บุคคลก็สามารถรู้จักโลกทั้งโลกได้

           โดยไม่โผล่ออกไปนอกหน้าต่าง   บุคคลก็สามารถเห็นเต๋าแห่งฟ้าได้..."