เขียนโดย ศ. (พิเศษ) ดร. อเนก เหล่าธรรมทัศน์   จะพิมพ์เสร็จและออกจำหน่ายเร็วๆ นี้   ผมได้เขียนคำนิยมให้ดังนี้

 

 

คำนิยม

หนังสือ บูรพาภิวัตน์ : ภูมิ-รัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกใหม่


วิจารณ์ พานิช
…………..

 

          หนังสือ “บูรพาภิวัตน์ : ภูมิ-รัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกใหม่” เขียนโดย ศ. (พิเศษ) ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ เล่มนี้ ชี้ภาพอนาคต ที่เป็นภาพใหญ่ของทั้งโลก ให้ผู้อ่านเห็น   เป็นภาพที่เราไม่เคยคาดคิด   ว่าโลกส่วนที่เป็น “ตะวันตก” กำลังโรยรา   และโลก “ตะวันออก” กำลังรุ่งเรือง

          ยิ่งอ่าน ก็จะยิ่งเห็นความจริงที่ถูกบดบังด้วยมายาของการสื่อสารและของข้อมูลข่าวสาร   ที่โปรตะวันตกมาเป็นเวลานาน   โดยที่ในความเป็นจริงแล้ว “ประจิมาภิวัตน์” ที่แท้จริงดำรงมาเพียงสองศตวรรษเท่านั้น   ก่อนหน้านั้นโลกมีความรุ่งเรืองสลับกันไปมาที่หลายพื้นที่หรือภูมิภาค   และความรุ่งเรืองของตะวันตกในยุคนี้ก็มีที่มา หรือรับถ่ายทอดศิลปวิทยาหลายอย่างมาจากตะวันออก ได้แก่จีน อินเดีย อิหร่าน ตุรกี อาหรับ   และบัดนี้ ลูกตุ้มแห่งความรุ่งเรืองกำลังแกว่งกลับไปที่โลก “ตะวันออก” อีกครั้งหนึ่ง

          ผู้เขียน คือ ศ. (พิเศษ) ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ มีความสามารถพิเศษในการทำให้เรื่องยากเป็นเรื่องง่าย   หนังสือเล่มนี้จึงอ่านเข้าใจง่าย   แต่ก็เต็มไปด้วยข้อมูลหลักฐานยืนยัน   เป็นการเขียนให้เห็นภาพใหญ่ ที่กำลังก่อตัวขึ้นในอนาคต   ยืนยันด้วยข้อมูลหลักฐานเปรียบเทียบระหว่างช่วงเวลา   ที่เป็นข้อมูลสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต   อ่านแล้วผมรู้สึกว่าตนเองได้รับการ “เปิดกระโหลก”   ได้แจ่มชัดกับหลากหลาย “ความจริง” ที่กำลังเกิดขึ้นในหลากหลายส่วนของโลก   ที่เราไม่เคยได้รับรู้   และเมื่อรับรู้แล้ว เราก็เห็นชัดเจนว่า ตะวันตกกำลังโรยรา ตะวันออกกำลังรุ่งเรือง

          โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมได้เรียนรู้ว่าวิธีการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบที่ประเทศตะวันตก โดยเฉพาะจ้าวโลกหนึ่งเดียวคือสหรัฐอเมริกา ใช้อยู่ในปัจจุบัน น่าจะผิด   และเป็นต้นเหตุหนึ่งที่ก่อความเสื่อมให้แก่สหรัฐอเมริกา   วิธีการนั้นคือการเรียกร้องความเป็นมิตรประเทศแบบ “ร่วมมือทุกด้าน”  ด้วยท่าทีของผู้ยิ่งใหญ่ ดังคำพูดของอดีตประธานาธิบดีบุชผู้ลูกที่กล่าวหลังเหตุการณ์ 9/11 ว่า “ถ้าคุณไม่เข้าเป็นพวกเรา ก็เท่ากับคุณเป็นพวกศัตรูของเรา”   ในขณะที่ประเทศตะวันออก เช่นจีน อินเดีย ใช้วิธีสร้างความร่วมมือต่างประเทศในส่วนที่ร่วมกันได้ เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน  ส่วนที่ยังตกลงกันไม่ได้เก็บเอาไว้ก่อน  อันเป็นท่าทีที่อ่อนน้อมไม่แสดงความยิ่งใหญ่   ซึ่งเป็นไปตามวัฒนธรรมตะวันออก   ยุทธศาสตร์นี้ทำให้ประเทศตะวันออกเด่นๆ รุกออกไปสร้างความร่วมมือทั่วโลก

          ความพิเศษอีกอย่างหนึ่งของหนังสือเล่มนี้คือ ไม่ใช่เขียนโดยการค้นคว้าจากห้องสมุดหรือเขียนจากเอกสาร   แต่เขียนจากการเดินทางไปศึกษาสถานที่จริง   โดยอาจกล่าวว่าเขียนจากประสบการณ์ตรงจากการไปเยือนประเทศหรือดินแดนนั้นๆ เป็นหลัก   เสริมด้วยข้อมูลจากเอกสารจากแหล่งต่างๆ   และผมทราบจาก ดร. เอนก ว่า เอกสารบางชิ้นได้จากการไปเยือน    หากไม่ไปเยือนก็จะไม่ได้ข้อมูลนั้น   ซึ่งเป็นข้อมูลที่ให้ภาพแตกต่างจากที่เราเคยชินกันโดยทั่วไป

          สาระที่มีประโยชน์ไม่ใช่แค่แนวโน้มว่าใครจะรุ่งเรืองกว่าใคร   แต่อยู่ที่วิธีการดำเนินการ ยุทธศาสตร์การใช้ทรัพยากร การสร้างความสัมพันธ์ร่วมมือ การเปิดช่องทางคมนาคมสื่อสารระหว่างประเทศ ฯลฯ   สำหรับเอามาเป็นข้อเรียนรู้สำหรับดำเนินการกำหนดยุทธศาสตร์ของประเทศของเราเอง

          ความรู้สึกอีกอย่างหนึ่งเมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้คือ คนไทยต้องเปลี่ยนโลกทัศน์จากมองแต่ “ขวานทอง” เป็นมองทั้งโลก   การศึกษาตั้งแต่อนุบาลขึ้นมาจนถึงระดับปริญญาตรี โท เอก ต้องกระตุ้นการเปลี่ยนโลกทัศน์นี้   รวมทั้งนโยบายเชิงยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศก็ต้องมีมิติโลกมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน   ประเทศไทยจะล้าหลัง ตามไม่ทันการเปลี่ยนแปลงของโลก   โดยเฉพาะโลกที่กำลังเดินสู่ “บูรพาภิวัตน์”   หากเราไม่เปลี่ยนกระบวนทัศน์ และปฏิบัติการ สู่โลกกว้าง อย่างมียุทธศาสตร์

          หนังสือ “บูรพาภิวัตน์ : ภูมิ-รัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลกใหม่” จึงน่าจะเป็น “ตำรา” สำหรับมหาวิทยาลัย และโรงเรียนทุกแห่ง มีไว้ประจำห้องสมุด   สำหรับการค้นคว้าทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของโลก   และเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นคว้าเพิ่มเติม   และต้องไม่ลืมว่าความรู้ที่ใช้เขียนหนังสือเล่มนี้มีฐานสำคัญที่การเดินทาง   ดังนั้น คนที่จะเป็น “บัณฑิต” จึงควรต้องเดินทางออกไปเรียนรู้โลกกว้าง   อย่างน้อยก็ในประเทศเพื่อนบ้านหรืออาเซียน   เน้นการเดินทางเพื่อเรียนรู้ มากกว่าเพื่อความบันเทิง   อุดมศึกษาไทยน่าจะได้ดำเนินการเรื่องนี้ให้จริงจังยิ่งขึ้น          

          ผมขอขอบคุณ ศ. (พิเศษ) ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ที่ให้เกียรติผมเขียนคำนิยม ให้แก่หนังสือที่มีคุณค่าและคุณภาพสูงยิ่งเล่มนี้   และขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายแทนสังคมไทย ที่ได้ดำเนินการให้มีการเขียนและตีพิมพ์เผยแพร่หนังสือเล่มนี้

 

 

วิจารณ์ พานิช
๕ กรกฎาคม ๒๕๕๔