กล้าอาสา กล้าแผ่นดิน

บันทึกภารกิจกล้าอาสา ครั้งที่ ๑๗

ประจำวันจันทร์ที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๒

โดย กลุ่มสีชมพูเข้ม

 

“พิสูจน์ความกล้า ท้ากระโดดหอ”

            พวกเราชาวค่ายกล้าอาสา ตื่นนอนกันตั้งแต่ ๐๔.๐๐ น. ซึ่งนับว่าเช้ากว่าปกติ จากที่เคยตื่นเวลา ๐๔.๓๐ น.หรือ ๐๕.๐๐ น. เนื่องจากวันนี้มีกำหนดการที่จะเดินเท้าไปนมัสการพ่อขุนเม็งรายมหาราช แต่ก็ต้องเปลี่ยนแผนใหม่ เนื่องจากเกิดฝนตกขณะที่ชาวค่ายกำลังประชุม พี่เลี้ยงจึงได้จัดกิจกรรมนันทนาการ เป็นเกมส์สนุกๆ สร้างความสามัคคีในหมู่คณะ ฝึกการคิดแก้ปัญหา หลังจากจบกิจกรรมนันทนาการ ซึ่งมื้อนี้พี่เลี้ยงเป็นผู้ประกอบอาหารให้น้องๆในสีรับประทาน สมาชิกชาวค่ายคงรู้สึกสบายที่ไม่ต้องประกอบอาหารเอง แต่ก็มีงานให้ได้ทำ คือ แยกกันไปทำความสะอาดในบริเวณสถานที่ต่างๆ เพื่อเตรียมพิธีเปิดค่ายกล้าอาสา “แทนคุณแผ่นดิน” ครั้งที่ ๑๗ และต้อนรับ พลเอก พลางกูร   กล้าหาญ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการกองทัพไทย นายกสมาคมจิตวิทยาความมั่นคงแห่งประเทศไทย  และประธานที่ปรึกษาเครือข่ายเพื่อนฯคุณธรรม กองบัญชาการกองทัพไทย ภายใต้โครงการกล้าแผ่นดินด้วยเศรษฐกิจพอเพียง

โดยสีชมชมพูเข้ม แยกไปขัดห้องน้ำข้างๆ ห้องประชุม สีเหลืองไปทำความสะอาดห้องน้ำชาย         ส่วนสีม่วงแยกไปทำความสะอาดศาลา สีเขียวทำความสะอาดบริเวณสถานที่ประกอบอาหาร สีส้มทำความสะอาดห้องน้ำหญิง สีแดงทำความสะอาดห้องประชุม ในมื้อเช้าของวันนี้สีแดงเต็มไปด้วยเมนูสาหร่าย ทั้งแกงจืดสาหร่าย ผัดสาหร่ายใส่หมู ผัดผักบุ้ง   สีส้ม ผัดผักคะน้ากับผัดกระเพรา   สีเขียว รับประทานกันอย่างอิ่มหมีพีมัน มีเมนูอาหารล้นโต๊ะ ทั้งแกงส้ม ผัดผักบุ้ง ผัดไข่รวมมิตร และผัดกะหล่ำ สีเหลือง มีเมนูอาหารสุดอร่อยเป็น ไข่เจียวถั่วฝักยาว และผัดกะหล่ำปลี  สีฟ้าต้มข่าไก่และผัดหน่อไม้ สีชมพูเข้ม มีเมนูผัดกระเพราหมูใส่หอมใหญ่ และผัดผักบุ้ง

            หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยก็ได้มานั่งชมวีดีทัศน์ ซึ่งเกี่ยวกับค่ายอาสาในรุ่นที่ผ่านๆมา พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระองค์ทรงงานหนักมาโดยตลอด ไม่ว่าจะอยู่ในถิ่นทุรกันดารแค่ไหน ถ้าหากมีพสกนิกรของพระองค์อยู่ พระองค์ก็ยังมีอุตสาหะ เพียรพยายาม ไปจนถึง  รวมทั้งประวัติศาสตร์การเสียผืนแผ่นดินไทยทัง ๑๔ ครั้งในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งมีสาเหตุหลายสาเหตุด้วยกัน ทั้งความไม่มั่นคงของประเทศ ความไม่เข้มแข็งของกองกำลัง และสาเหตุที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือการขาดความรักสมัครสมานสามัคคีของคนภายในชาติเอง เวลา ๐๙.๐๐ น.  ก็ได้ทำพิธีเปิดโดยมี             พลเอกพลางกูร กล้าหาญ มาเป็นประธานในพิธีเปิด และได้กล่าวบรรยายพิเศษ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทย  ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ที่ต้องเสียดินแดนไปถึง ๑๔ ครั้ง มีดังนี้

ครั้งที่  ๑ เสียเกาะหมาก ให้กับอังกฤษ ในรัชกาลที่ ๑

ครั้งที่ ๒ เสียมะริด ทะวาย ตะนาวศรี ให้กับพม่า ในรัชกาลที่ ๑

ครั้งที่ ๓ เสียบันทายมาศ ให้กับฝรั่งเศส ในรัชกาลที่ ๒

ครั้งที่ ๔ เสียแสนหวี เมืองพง เชียงตุง ให้กับพม่า ในรัชกาลที่ ๓

ครั้งที่ ๕ เสียรัฐเปรัค ให้กับอังกฤษ ในรัชกาลที่ ๓

ครั้งที่ ๖ เสียสิบสองปันนา ให้กับจีน ในรัชกาลที่ ๔

ครั้งที่ ๗ เสียเขมร เกาะ ๖ เกาะ ให้กับฝรั่งเศส ในรัชกาลที่ ๔

ครั้งที่ ๘ เสียสิบสองจุไท ให้กับฝรั่งเศส ในรัชกาลที่ ๕

ครั้งที่ ๙ เสียฝั่งซ้ายแม่น้ำสาละวิน ให้กับอังกฤษ ในรัชกาลที่ ๕

ครั้งที่ ๑๐ เสียประเทศลาว ให้กับฝรั่งเศส ในรัชกาลที่ ๕

ครั้งที่ ๑๑ เสียฝั่งขวาแม่น้ำโขง ให้กับฝรั่งเศส ในรัชกาลที่ ๕

ครั้งที่ ๑๒ เสียพระตะบอง เสียมราฐ ศรีโสภณให้กับฝรั่งเศส ในรัชกาลที่ ๕

ครั้งที่ ๑๓ เสียรัฐกะรันตัน ตรังกานู ไทรบุรี ปริส  ให้กับอังกฤษ ในรัชกาลที่ ๕

ครั้งที่ ๑๔ เสียเขาพระวิหาร ให้กับเขมร ในรัชกาลที่ ๙

อีกทั้ง พระมหากษัตริย์ทั้ง ๙ รัชกาล ราชวงศ์จักรีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เรียงลำดับดังนี้

รัชกาลที่ ๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

รัชกาลที่ ๒ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

รัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว

รัชกาลที่ ๔ มี ๒ พระองค์คือ

                 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

                 พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว

รัชกาลที่ ๕ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

รัชกาลที่ ๖ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

รัชกาลที่ ๗ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

รัชกาลที่ ๘ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร

รัชกาลที่ ๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

 และยังมีเพลงความหมายดีๆ แฝงด้วยแง่คิด กระตุ้นจิตสำนึกความรักชาติให้แก่เยาวชนไทย เพื่อนๆ บางคนแอบนั่งหลับเนื่องจากง่วงนอน  ท่านจึงหาวิธีเรียกร้องความสนใจโดยการเล่นเกมส์ และตอบคำถามเพื่อรับเงินรางวัลเกี่ยวกับคำขวัญประจังหวัดต่างๆ นับว่าท่านมีความตั้งใจเตรียมมาให้แก่กล้าแผ่นดิน รุ่น ๗๑๗ โดยเฉพาะ วันนี้แต่ละสีจึงได้รับไปสีละหลายซองเลยทีเดียวมีกลอนบทหนึ่งซึ่ง พลเอกพลางกูร กล้าหาญ  ได้ยกมากล่าวย้ำในวันนี้ เพื่อให้เยาวชนกล้าแผ่นดินได้ทราบ ซึ่งมีเนื้อความอยู่ว่า

“ชาติใดไร้รักสมัครสมาน    จะทำการสิ่งใดก็ไร้ผล

แม้นชาติย่อยยับอับจน    บุคคลจะอยู่ได้อย่างไร”

การบรรยายก็ได้ดำเนินมาต่อเนื่องจนถึงเที่ยงครึ่ง จึงได้พักรับประทานอาหาร อาหารในมื้อนี้คือ “ขนมจีนน้ำเงี้ยว” เป็นอาหารของคนภาคเหนือ สร้างความตื่นเต้น ความแปลกใหม่ให้แก่เด็กภาคอื่นๆ เป็นอย่างมาก เพราะเป็นครั้งแรกที่เคยเห็นและเคยกินกัน “ดูๆแล้วจะเป็นก๋วยจั๊บก็ไม่ใช่ ขนมจีนก็ไม่เชิง” แต่เป็นอาหารที่รสชาติดีเลยที่เดียว  ต่อจากนั้นเวลา ๑๓.๑๐ น. ก็ได้เข้ามานั่งพร้อมเพรียงกันในห้องประชุมเพื่อชี้แจงและเตรียมตัว เกี่ยวกับการไปกระโดดหอ ๓๔ ฟุต เพื่อทดสอบกำลังใจ ที่ จังหวัดทหารบกเชียงราย ซึ่งได้ออกเดินทางกันโดยรถทหารของกองทัพบก ในเวลา ๑๓.๓๐ น. เมื่อไปถึงศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหาร จังหวัดเชียงราย ผู้ฝึกก็ได้แนะนำวิธีการกระโดดหอที่ถูกต้อง และปลอดภัยให้แก่เยาวชนกล้าแผ่นดิน หลายคนคงจะรู้สึกเหมือนๆ กันคือ ตื่นเต้น ดีใจ หรือ กลัวความสูง สุดท้ายผู้ฝึกก็ได้ใช้คำพูดบั่นทอนกำลังใจต่างๆ นานา อาทิ เช่น เชือกมันเก่าใช้มาหลายปีสภาพอาจไม่ค่อยดีบ้างก็ใช้ไปก่อน สนิมมันกินเหล็ก แต่ด้วยความเป็นเยาวชนกล้าแผ่นดินทุกคนจึงตัดสินใจกระโดดหอกันหมดทุกคน และในขณะที่กลับก็ได้แวะสักการะพ่อขุนเม็งรายมหาราช จากนั้นก็ได้โบกรถกลับวัดดงหนองเป็ด กว่าจะได้รถแต่ละคันพวกเราชาวค่ายต้องลำบากมากเพราะติดตัวเมือง รถแต่ละคันก็ต่างเร่งรีบไปให้ถึงจุดหมาย แต่ด้วยความสามารถ พวกเราก็สามารถกลับวัดดงหนองเป็ดกันครบทุกกลุ่ม แม้จะต้องเดินกันมาบ้างก็ตาม หลังจากเก็บของทำภารกิจต่าง ๆ ส่วนตัวเรียบร้อย สุดท้ายของคืนวันที่ ๑๙ ก็ได้เข้าประชุมกันอีกครั้ง เพื่อวางแผนการเดินทางในวันรุ่งขึ้น และเวลา ๒๐.๐๐ น.ก็ได้แยกย้ายกันไปพักผ่อนกันตามปกติ

 

›››››

คำคมวันนี้

“ไม่มีใครจะรักประเทศไทย ได้เท่ากับคนไทยเอง”