ที่จริงผมเคยเขียนบันทึกจินตนาการเรื่องทำนองนี้ไว้เมื่อปีที่แล้วที่นี่ หลังจากการสัมมนาเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่อง “การพัฒนาวิชาการสายรับใช้สังคม” ที่จัดโดย สกอ. และมูลนิธิสยามกัมมาจล ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ เมื่อวันที่ ๒๙ มิ.ย. ๕๔ ผมได้แนวความคิดว่า การทำหน้าที่สถาบันอุดมศึกษาที่ใกล้ชิดกับสังคม เริ่มจาก “ห้องเรียนที่ไม่ใช่ห้องเรียน” คือเปลี่ยนรูปแบบการเรียนรู้จาก Lecture-Based ไปเป็น Project-Based ห้องเรียนจึงเปลี่ยนไปเป็น studio หรือ “ห้องทำงาน” ของนักเรียนนักศึกษา “ห้องเรียน” ส่วนหนึ่งย้ายหรือขยายออกไปสู่ชุมชน โรงงาน สถานประกอบการ หรือสถานที่ทำงานประเภทอื่นๆ งานด้านการเรียนรู้กับงานวิจัย บริการวิชาการ และทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม เชื่อมเข้าหากัน บางส่วนกลายเป็นเรื่องเดียวกัน เรียนรู้ผ่าน project เดียวกัน
จะเป็นอย่างนี้ได้ ต้องการ “ผู้นำ” ที่ลงมือดำเนินการสร้างการเปลี่ยนแปลง และผู้นำที่สำคัญที่สุดคือผู้นำระดับบริหาร ซึ่งผมขอแบ่งออกเป็นผู้บริหารระดับมหาวิทยาลัย (สถาบัน) กับผู้บริหารระดับ สกอ. (ระบบ)
ผู้บริหารมหาวิทยาลัย
๑. ชักชวนบุคคลที่เหมาะสมจำนวนหนึ่ง เข้ามาทำหน้าที่เป็นทีม Change Agent ร่วมกันคิดยุทธศาสตร์การเปลี่ยนแปลงใหญ่ขององค์กร เพื่อนำสถาบันเข้าสู่สังคม/ชุมชน ผ่านกิจกรรมหลักของสถาบัน โดยมีเป้าหมายให้ระบบใหม่นี้ค่อยๆ เข้าไปทดแทนระบบเดิม เป็นงานหลัก ไม่ใช่ส่วนขยายหรือกิจกรรมเฉพาะกิจ ทีมนี้อาจเรียกว่า Change Team ผมเข้าใจว่า มจธ. ได้ใช้ยุทธศาสตร์นี้มาหลายปี
ย้ำว่า ต้องวางจุดมุ่งหมาย เป็นการเปลี่ยนแปลงใหญ่ เปลี่ยนแปลงเชิงสถาบัน และต้องใช้เวลาเดินทางสู่ระบบใหม่ ภาพลักษณ์ใหม่ โดยสิ้นเชิง ของสถาบันประมาณ ๑๐ ปี
๒. Change Team นำโดยผู้บริหารสูงสุดขององค์กร (ในที่นี้คืออธิการบดี) ยกร่างแผนยุทธศาสตร์การเปลี่ยนแปลงระบบการทำงานเพื่อความเป็น “มหาวิทยาลัยรับใช้สังคม” เสนอขอความเห็นชอบจากสภามหาวิทยาลัย โดยจะมีการดำเนินการเปลี่ยนแปลงเป็นขั้นตอน ใช้เวลา ๑๐ ปี
๓. จัด workshop Training of the Trainers (ToT) ให้แก่ทีม Change Agent โดยเชิญตัวแทนจาก มหาวิทยาลัยอื่นๆ ที่มีเรื่องราวความสำเร็จของการดำเนินการพัฒนาวิชาการสายรับใช้สังคมไทย ไป ลปรร. เป้าหมายของ ToT คือเพื่อสร้างทีมวิทยากร สำหรับจัด workshop ขึ้นเองภายในมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างความเข้าใจและทักษะการทำงานในมิติใหม่ ได้แก่ทักษะการทำหน้าที่อาจารย์ในการเรียนรู้แบบ PBL เพื่อให้นักศึกษาเรียนรู้ 21st Century Skills เกิดการเรียนรู้ในระดับ Transformative Learning
๔. จัดการประชุมใหญ่ เชิญคนระดับผู้นำในสถาบันมาร่วมประชุม ทำความเข้าใจ 21st Century Learning ให้เป็นที่เข้าใจทั่วกันว่า ต้องเปลี่ยนวิธีการเรียนรู้โดยสิ้นเชิง จาก Lecture-Based ไปเป็น Project-Based จึงจะถือได้ว่า มหาวิทยาลัยนั้นผลิตบัณฑิตอย่างมี USR รวมทั้งให้เข้าใจแนวทางการทำงานวิชาการสายรับใช้สังคมในมิติของการวิจัย บริการวิชาการ และทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม
๕. มอบหมายให้ทีม Change Agent ของมหาวิทยาลัย จัด workshop ฝึกทักษะให้แก่อาจารย์ ด้านการจัดการเรียนรู้เพื่อให้นักศึกษาเกิด 21st Century Skills และ workshop ลปรร. ยุทธศาสตร์การทำงานวิชาการรับใช้สังคม
๖. ส่งเสริมให้เกิดการรวมตัวกันของอาจารย์ เป็น PLC (Professional Learning Community) แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทักษะ และทฤษฎีในการทำหน้าที่อาจารย์ตามแนวทางของ 21st Century Learning
จัดให้มีหน่วยงานประสานงานกับพื้นที่ มีเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้เกี่ยวกีบภาคีในพื้นที่ รู้จักสนิทสนม และมีทักษะในการสื่อสารและแสวงหาความร่วมมือ ตลอดจนอำนวยความสะดวกในการดำเนินกิจกรรมร่วมกัน ทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย ให้หน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยมีผลงานที่ทำร่วมกับภายนอก
ดำเนินการแก้ไขระบบการนับผลงานของอาจารย์และบุคลากรทางวิชาการ ให้ยอมรับผลงานวิชาการสายรับใช้สังคม มีเกณฑ์ประเมินคุณภาพ เกณฑ์นับนำหนักผลงาน ให้สามารถเลื่อนตำแหน่งทางวิชาการได้โดยผลงานวิชาการสายรับใช้สังคมมีส่วนเป็นผลงานได้ด้วย การดำเนินการดังกล่าว ทำโดยจัดประชุมหารือระหว่างฝ่ายต่างๆ อย่างกว้างขวาง ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย รวมทั้งเชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากภายในประเทศ (และต่างประเทศ) รวมทั้งเชิญกรรมการพิจารณาตำแหน่งวิชาการของมหาวิทยาลัย รวมทั้ง reader ของสาขาวิชาต่างๆ ของมหาวิทยาลัยด้วย เพื่อให้เป็นที่รับรู้ ตกลง ยอมรับ และถือปฏิบัติ
จัดระบบการจ้างงาน ข้อกำหนดภาระงาน ข้อกำหนดการเลื่อนเงินเดือน เลื่อนตำแหน่งวิชาการเสียใหม่ ให้รวมภาระงานและผลงานที่ออกไปทำประโยชน์ด้านการเรียนรู้และการพัฒนาในสังคมและชุมชน ภายใต้การดำเนินงานอย่างเป็นระบบของมหาวิทยาลัย จัดทำเป็นเอกสารให้ผู้เข้าทำงานใหม่ทุกคนลงนามเป็นข้อตกลงว่าจะถือปฏิบัติตามนี้ ทั้งนี้เพื่อป้องกันบุคลากรใหม่นำเอาข้อปฏิบัติแบบเก่าล้าสมัย ที่ได้มาจากประสบการณ์ที่อื่น มาถือปฏิบัติในมหาวิทยาลัย
ดำเนินการจัดประชุม