โดมิโนความรุนแรงทางจิตใจ
ว่าจะไม่เขียนแล้วแต่....ก็มองเห็นว่าเหตุการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นที่อังกฤษ ซึ่งถือเป็นการจราจลที่ร้ายแรงที่สุดในรอบ 30 ปี ของอังกฤษ น่าคิดและเกี่ยวกับจิตใจและสติของมนุษย์โดยตรง
จะบอกว่าอาจจะไม่ได้มีด้านดีด้านเดียวของของเทคโนโลยีที่ทันสมัยทั้งหมด ที่ทำให้คนสามารถรู้ข่าวสารของกันและกันได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลก ในด้านร้ายนี้ส่งผลต่อจิตใจของคนในที่ต่างๆ กัน ที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมต่างกันแต่จิตใจเหมือนกัน คือประสบปัญหาและถูกกดดันเหมือนกัน ไม่มีทางออก
ในช่วงตั้งแต่ต้นปีนี้เราจะเห็นความวุ่นวายหรือการระเบิดของจิตใจของคนในหลายประเทศ เรียกร้องประชาธิปไตย ในแอฟริกา ในตะวันออกกลาง การปฏิบัติการรุนแรงในประเทศมุสลิมบางประเทศ เหตุการณ์ที่นอรเวย์ ที่ก่อเหตุที่คาดไม่ถึง ล้วนมาจากต้นทางคือจิตใจทั้งนั้น
ผมคิดว่านี่คือโดมิโนหนึ่งของสังคมมนุษย์ ไม่ต่างจากโดมิโนทางด้านเศรษฐกิจ แต่นี่คือโดมิโนทางด้านจิตใจ โดมิโนความรุนแรง ที่ซึมเข้าไปในจิตใจ จิตใจที่เก็บกดดันและในที่สุดก็ระเบิดออกมา การก่อความวุ่นวายในอังกฤษ ทั้งที่ต้นเหตุมาจากความไม่พอใจของคนคนเดียวแต่ลุกลามไปถึงความไม่พอใจในเรื่องอื่นๆ เป็นวงกว้าง ด้วยเหมือนไฟลามทุ่ง เหมือนกับจะบอกว่า ทนไม่ไหวแล้วต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมมนุษย์ เมื่อที่หนึ่งระเบิดได้ ที่อื่นก็คงคิดว่าก็บ้าได้ ระเบิดได้เหมือนกัน นี่คืออันตรายของความรู้ที่เป็นระนาบเดียวกัน ไม่มีขีดกั้น
มนุษย์กำลังเผชิญกับความเสื่อมและความตกต่ำของจิตใจ ความอ่อนแรงของสติที่จะเป็นตัวนำให้ปฏิบัติถูกปฏิบัติชอบตามปรกติ เหตุการณ์ที่ผ่านมาเหล่านี้ ยิ่งทำให้ผมมั่นใจว่า “สติ” จำเป็นมากสำหรับคนในสังคมโลกยุคนี้ เพราะขาดการฝึกสติที่ต่อเนื่องหรือไม่ทำให้คนในโลกเป็นแบบนี้ น่าคิดนะครับ.....
จะทำอย่างไร.....คงต้องอาศัยเครื่องมือฝึกสติ ที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนพวกเรามานานกว่า 2500 ปีมาแล้ว คือ มหาสติปัฏฐาน 4 (เวทนา กาย จิต ธรรม) ทางออกที่เรามีครับ อยู่ที่ว่าจะทำกันหรือไม่
คิดดังๆ มาในวันพุธที่ 10 สค. 2554
เห็นด้วยมากครับ
เพิ่งคุยกับลูกค้าที่เป็นคนอังกฤษ เขาบอกเหตุการณ์ที่เผารถและขโมยของส่วนใหญ่มาจากเด็กวัยรุ่น เขาบอกพ่อแม่ของเด็กไปอยู่ที่ใหน? เรื่องนี้น้าจ้าทำได้ก็แค่ ถอนใจ เฮ้ออออ....
ขอบคุณคุณพลเดชที่คิดออกมาดังๆ เห็นด้วยค่ะ สติสำคัญที่สุด
ขอบคุณสำหรับดอกไม้กำลังใจและความเห็นครับ สิ่งที่น่าห่วงก็คือเมื่อสติอ่อนลงจนเคยชิน ภูมิต้านทานปัญหาทางจิตใจก็น้อยลงไปด้วย และสิ่งที่น่าเสียดายก้คือ แนวปฏิบัติทางพุทธหรือจะไม่เรียกชื่อว่าพุทธก็ได้ สามารถนำมาใช้ลดความเครียด ความกดดันในใจได้ เพื่อมิให้เกิดระเบิดอย่างที่เป็นอยู่ ดังนั้นปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จึงพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามีคุณค่า ป้องกันการระเบิดของจิตใจที่เกิดจากการโดมิโนจากที่อื่นๆ ได้แน่นอน
นมัสการครับท่าน ถ้าธรรมะเป็นเหมือนดั่งน้ำเย็น ที่สามารถดับร้อน ดับทุกข์ ที่นำไปสู่การระเบิดของจิตใจได้ ชาวพุทธควรต้องตระหนักและช่วยกันสร้างความเย็นนี้ให้เกิดครับ โดยสร้างให้เกิดขึ้นกับตัวเองก่อน จะช่วยเรื่องโลกร้อนและโลกวุ่นวาย ดังที่เป็นอยู่ขณะนี้ได้ครับ
ในช่วงหนึ่งที่ผ่านมา มีการสวดมนต์ทั่วประเทศของคนไทยให้กับสิ่งต่างๆ ดังนั้นตอนนี้ถึงเวลาจำเป้นต้องรณรงค์ให้มีการสวดมนต์ให้กับประเทศให้กับโลกได้แล้วครับ ช่วยได้แน่ครับ
นมัสการครับ
น้าจ้าครับ
เศร้าใจครับ ทั้งเศร้าใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับมนุษย์ ที่มีจิตใจเรียกกันว่าสัตว์ประเสริฐ
ในยุคที่ผู้คนไม่ได้เจริญสติกัน อาจเพราะมัวหลงอยู่กับระบบทุนนิยม ความเจริญทางวัตถุ บูชาเงินตราที่เกินพอดี สมกับประโยคที่ว่า Man is wanting animal ความต้องการนี้หากไม่มีการควบคุมก็ไม่มีขีดจำกัด เมื่อถึงจุดที่ทนไม่ไหว ก็ระเบิดมาด้วยพฤติกรรมต่างๆ นานา ซึ่งเราเห็นกันอยู่
น้าจ้าลองนึกภาพนะครับ คนจุดไฟกันทุกทุกหนแห่งในโลก แต่สำหรับความเย็นไม่มีการเอามาทำให้คลายร้อนเลย
ชาวพุทธโชคดีแล้วครับที่มีวิธีการทำให้จิตคลายร้อน แล้วก็เป็นจิตใครจิตมันด้วย ทำเมื่อใดก็ได้ความเย็นทันที และหากทำเป็นกลุ่มก้อนก็จะมีผลต่อโลกทั้งใบครับ
ผมคิดดังๆ เพราะคิดว่ามองเห็นปัญหาต้นตอครับ ทางช่วยได้ทางหนึ่งก็คือ เราทำจิตของเราให้เย็นไปด้วยเมตตา กรุณา น่าจะช่วยได้ครับ
ขอบคุณที่แวะมาทักทายนะครับ
หวังว่าโดมิโนนี้จะหยุดพลังโดยเร็ววันครับ
สวัสดีค่ะ พี่ชาย แอมป์เองนะคะ...อ่านแล้วมีความรู้สึกว่าเห็นด้วยมากๆ ค่ะ ครั้งแรกเมื่อทราบข่าวนี้ ตัวเองก็ได้โพสไว้ในเฟสบุ๊คของตัวเองไว้ว่า "เกิดเหตุการณ์เลวร้ายขึ้นมากมายทั่วโลก...ซึ่งเราไม่สามารถระบุความผิดไปที่ใครได้..แต่น่าสนใจว่าพฤติกรรมที่แสดงออกมาต่างๆนั้น เหมือนจะเป็นสัญญาณบ่งบอกความต้องการที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจของพวกเค้า...เมื่อผู้ที่มีอำนาจอยู่ในมือมองไม่เห็น (หรือไม่มอง) ความต้องการเหล่านั้น การแสดงออกของการเรียกร้องสิทธิ์และเสรีภาพก็จะเต็มไปด้วยความรุนแรงทางพฤติกรรม ที่มีเหตุมาจากความกดดัน และอัดอั้นทางจิตใจ..." พอได้มาอ่านงานเขียนชิ้นนี้ ทำให้เข้าใจอะไรๆ มากขึ้นค่ะ....ต่อไปไม่รู้จะเป็นยังไง ไม่เฉพาะที่อังกฤษนะคะ...แต่มันกำลังจะเกิดขึ้นทั่วโลกค่ะ ....หากจิตใจมนุษย์ยังขาดคุณธรรมทั้งผู้กระทำ และผู้ถูกกระทำค่ะ
แอมป์ รู้สึกตรงกันนะ พอลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลก ก็ใช่เลย
และผู้มีอำนาจในรัฐบาลทั้งหลายก็มักจะลืมความสำคัญที่ต้นต่อนี้ ก็จะถือเอากฏหมายเป็นสำคัญ แต่กฏหมายไม่ได้เข้าถึงจิตใจเหมือนกฏทางจิตใจหรือกฏหมายธรรมชาติ ซึ่งของพุทธพระพุทธองค์ทรงบอกเรามาแล้ว 2500 ปีกว่า ในอภิธรรมว่าด้วยจิต
และที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งก็คือ เรื่องเกิดที่อื่น ก็มักจะเห็นว่ายังไกล คงเกิดและจบที่นั่น แต่สิ่งนี้คือโดมิโนผ่านทางสื่อสารที่ทันสมัย ทำให้ทุกเรื่องในโลกมีผู้ร่วมในเหตุการณ์เหมือนจะอยุ่ที่เดียวกัน สิ่งนี้ทำให้ระบาดลึกเข้าไปในจิตใจ ให้ชัดคือ เรารับเชื้อเข้าไปแล้ว สะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ก็รอวันระเบิดเช่นกัน
เราทำอะไรได้ไหม แม้ว่าเรื่องจะเกิดที่อื่น ไกลมาก
ทำได้เลย ดังที่พี่บอก สร้างเมตตา ความเย็น สร้างน้ำให้เกิดขึ้นกับตัวเองก่อนเป้นอันดับแรก พร้อมที่จะรับกับความร้อนที่จะเข้ามา ถ้าสร้างได้ ไม่เพียงพร้อมสำหรับตัวเอง แต่จะส่งพลังความเย้นนี้ไปช่วยคลายร้อน ณ ที่เกิดเหตุในที่ต่างๆ ของโลกได้
โลกเป็นสังคมเดียวและแบนราบอย่างที่นักวิชาการบอกเอาไว้จริงๆ เมื่อเป็นเช่นนั้น ณ ที่ใดที่หนึ่งบนโลก ควรสร้างพลังบวกต้านทานสิ่งที่เป็นพลังลบได้แน่นอน
อยากขอฝากทุกท่านและผู้มีอำนาจ รื้อฟื้นการนั่งสมาธิแผ่เมตตาไปยังประเทศและโลกกันให้มากๆ ขอยกตัวอย่างการสวดพระปริตรของท่านอจ.อารยะวังโส ที่วัดพระแก้ว วันอาทิตย์ทุกเดือน ถือว่าเป็นการมองการณ์ไกลที่น่าทึ่ง ท่านทำมานานหลายสิบครั้งแล้วและมีผลดีแน่นอน แต่ควรที่ทุกฝ่ายจะช่วยกันทำแบบนี้ให้มากขึ้น ทั่วประเทศ ให้ข่าวแบบนี้ผ่านสื่อไปถึงทุกสังคมโลก จะส่งผลดีต่อโลกโดยรวมแน่นอน
ขอบใจนะที่แวะมาร่วมกันคิด เพื่อโลกของเรา
ขอบคุณที่เขียนเรื่องนี้คะ ข่าวนี้สะกิดใจ
เศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ทำให้จิตใจอัดอั้นอยู่แล้ว
พอมีเหตุการณ์ ก็เหมือนจุดชนวนระเบิด
เป็นบทเรียน บ้านเรา ช่วงไหนมีปัญหาเศรษฐกิจ การเมือง
อย่าลืมใส่ใจสุขภาพจิต และสุขภาพธรรม ของกันและกัน
คุณหมอ
ที่เขียนเรื่องนี้เพราะค่อนข้างกังวล(หนอ)ว่า เมื่อเห็นต้นเหตุแล้ว รู้เครื่องมือที่จะแก้ไข ก็เลยเริ่มปฏิบัติสมาธิแผ่เมตตาให้จุดนี้เป็นการเฉพาะ
ปรกติผมกำหนดอริยาบทตามแนวทางวิปัสสนาอยู่แล้วและทำเสมอๆ แต่เรื่องนี้คงต้องเริ่มทำจากตัวเองก่อน จากนั้นก็เลยอยากฝากกัลยาณมิตรทั้งหลายในโกทูโน ช่วยกันทำตรงนี้เพื่อการนี้
วิธีการป้องกันป้องปรามล่วงหน้าย่อมดีกว่าการปราบปรามแก้ไขเมื่อเกิดเหตุแล้วใช่ไหมครับคุณหมอ
โลกเราก็มีอยู่แค่นี้นะครับ เกิดเหตุที่ไหน ไม่ช้าก็ลุกลามไปทั่วพิภพ (โลกหมุนรอบตัวเอง 24 ชม.) จึงอยากฝากรณรงค์ปฏิบัติจิตปฏิบัติธรรมกันเพื่อโลกทั้งใบครับ ด้วยบันทึกนี้ครับ
ขอบคุณที่แวะมาทักทายกันครับ
ครับ ขอบคุณที่แวะมาทักทายกันนะครับ เชิญชวนครับ ช่วยกันแผ่เมตตาเพื่อโลกทั้งใบครับ พลังจิตของเรามีผลแน่นอนอยู่แล้วครับ
ขอบคุณครับที่แวะมาทักทายกันครับ เช่นเดียวกับศิลปะที่ทำให้จิตใจสดชื่น มีพลังนะครับ จิตที่แผ่เมตตาอยากจะให้จิตคนในโลกทั้งใบคลายร้อน น่าจะมีผลนะครับ
เชิญชวนแผ่เมตตาให้กันและกันครับ
สวัสดีครับ
ยังระลึกถึงคืนที่ไปทานข้าวที่ทำเนียบทูต ณ กรุงนิวเดลีนะครับ
เห็นด้วยครับ....
จะเห็นสิ่งที่เร็วเช่นจิต ต้องทำให้ช้า(กำหนดสติ)เพื่อที่จะเห็นสิ่งที่เร็ว จะได้รู้ความจริง ที่ไม่ได้มีความเป็นตัวตนหรือต่อเนื่อง
จริงครับ ต้องฝึกกันทั้งชีวิตและการเดินทาง
ยังรอต้อนรับอยู่ที่เดลีครับคุณหมอ
ขอบคุณที่แวะมาทักททายกันครับ