วาง เป็นคำสั้นๆที่หากลองนึกในตัวเองแล้วทุกคนก็คงอยากทำเหมือนเรา ก็ลองคิดกันง่ายๆหากเราถือไว้มันก็หนัก แต่เมื่อไรที่เราวางมันลงไปได้มันก็จะสบาย
เช่นว่าแก้วน้ำเมื่อเราถือในมือมันก็หนักแต่ถ้าเราวางมันลงไปเมื่อใดมันก็จะสบายมือ แต่มันมีมากกว่าแก้วน้ำสิ คนเราทุกคนร้อนแล้วอยากจะวางลงจาก กองทุกข์
เป็นทุกข์มันไม่สบาย รำบาก รำคาญ อยากนั่น อยากนี่ คิดนั่น คิดนี่ ถูกใจบ้าง ไม่ถูกใจบ้าง และอีกหลายๆประการนั้นเป็นสิ่งที่เรามีติดตัวกันมาแทบทุกคน
แต่ทำอย่างไรละเราถึงจะละลงไปจากกองทุกข์นี้ได้ มันก็ไม่ใช่เรื่องที่นั่งนึกนั่งคิดไปคิดมาแล้วมันจะหายทุกข์ได้เหมือนกับบางคนมีโลกส่วนตัวในห้องแคบหรือมุมแคบก็นั่งไปแล้วก็บอกว่าตรงนั้นเป็นความสบายไม่มีทุกข์ร้อนใด มันจะสุขยังงัยนั่งไปมันก็คิดไปนั่นคิดไปนี่คิดอนาคตคิดอดีต
จะให้มันพ้นทุกข์มันต้องสู้ทุกข์เล่นกับมันลุยกับมันให้รู้กันไปเลยว่าทุกข์มันเป็นอย่างไร เมื่อรู้จักกันกับทุกข์แล้วว่ามันเป็นอย่างไร ก็มาสอนตัวเองทีนี้ว่าก็รู้ว่ามันทุกข์ แล้วก็วางมันลงอย่าไปหลงกับมัน อย่าพยายามนำมันไปด้วยอีก วางมันไป
อย่างคนเรานี้บางคนก็บอกว่าฉันเข้าวัดปฏิบัติธรรมนะฉันละวางได้แล้ว แต่มาคิดดูอีกถ้าเข้าวัดยังมายกตนให้คนรู้ก็มิต่างจากคนที่ยังอยากได้รับการยอมรับจากบุคคลอื่นอยู่ ยิ่งมาวัดแล้วยังยกตนว่าฉันเป็นคนมีธรรมเธอไม่มีธรรมจะรู้ได้งัยวะว่าใครมีธรรมใครไม่มีธรรมของอย่างนี้มันมีในใจใครใจมัน วางเฉยๆอยู่อย่างวางแล้วสิ
คนที่เข้าวัดจริงๆมิต้องไปประกาศให้ใครๆได้รู้หรอกถึงเวลาจะเข้าวัดก็วางกิจการงานทุกอย่างลงแล้วก็ก้าวเข้าวัดมาทำทาน ฟังธรรม จำศีล สร้างบุญกุศลให้ตนเองหัดปฏิบัติแต่เฉพาะตนเลยไม่จ้องมองใครว่าทำไม่ทำแต่เรานะพอแล้ว
วัด ตรงนี้นะ วัดจิตวัดใจตนเองว่าแน่แค่ใหนในการสร้างบุญ ให้พ้นทุกข์ วัดว่ามันยาวแค่ไหนไอ้ตัวต้นตอ กิเลส ของเรา
เมื่อเป็นอย่างนี้ก็ให้วางทุกอย่างไว้อย่านำมันมากับตัวอีก ความดีก็ไว้ที่ความดี ความไม่ดีก็เอาไว้ที่ความไม่ดี วางมันไว้อย่าเอามันไปไหนมาไหนด้วย ให้มันไปของมันเอง
ไอ้นี่เองก็ยังไม่เป็นหรอกวางก็ยังไม่ลงหรอก บางทีมีอารมณ์โทสะก็ยังระเบิดอยู่ทุกวันนี้ก็พยายามลดละวางมันลงอยู่อายุก็จะสามสิบแล้วจะมาหน้านิ้วคิ้วติดกันก็คงไม่หน้าดู
ก็วางมันลงไปในส่วนหนึ่งแต่ก็มิใช่ว่าจะวางกันลงได้ง่ายๆหรอกลองสิคนเราเคยมีอะไรติดตัวมายาวนานคิดว่าวางเลยมันจะไม่เสียดายเลยคงไม่มีแต่มีก็ห้ามมันไว้แรกๆก็คงต้องบังคับก็บังคับตัวเอง
พอมันเคยชินแล้วมันจะวางลงเองอย่างอัตโนมัติเอาละไปอ่านหนังสือสอบต่อก่อนวางมาเขียนหนังสือแค่นี้ละ
วาง...วาง...วาง...วาง...วาง... เฉลย วางใจวางไว้วางเฉยวางทุกข์วางสุข
พ.ทินนาโภ
จริงๆ แล้วเรื่องการวางนี่ ไม่ใช่ว่าบอกให้วางแล้วมันจะวางลงได้ง่ายๆ
การที่จะวางอะไรบางอย่าง...มันต้องเกิดเป็น "ปัญญา" ก่อนว่า ของสิ่งนี้เป็นสิ่งที่พึงวาง
...
วันนี้ได้เรียนรู้เรื่องการปลดล๊อค
หากเราไม่รู้ว่า เรากำลังถูกล๊อค...เราจะไม่รู้จะต้องปลดล๊อค
แต่...เมื่อเรารู้ว่าเราติดล๊อค เราจะพยายามค้นหาหนทางการปลดล็อคนั้น ซึ่งเส้นทางที่จะนำไปสู่การปลดล๊อคนั้น เราต้องเรียนรู้วิธีก่อนว่าวิธีไหนใช้ได้
บางครั้งต้องลองผิดลองถูกอยู่หลายวิธี
จนเกิดเป็นความเข้าใจในธรรมชาติของล็อคนั้น เมื่อเข้าใจในธรรมชาตินั้นแล้ว ที่สุดเราจะรู้วิธีที่ถูกต้องของการปลดล็อค พอปลดได้ใจเราก็จะเบาโล่งโปร่งสบาย ไม่ติดพันกังวลใดใด ...
เมื่อออกจากล็อคที่เราปลด
จะทำให้จังหวะของการก้าวย่างของชีวิตเราพุ่งไปข้างหน้าอีกสเต็ปหนึ่ง ซึ่งอาจจะทำให้เราได้ไปเรียนรู้การติดล็อคอะไรอีกก็ได้ แต่นั่นน่ะก็คือ การเรียนรู้ เรียนรู้ไปจนจบจนไม่ต้องกลับมาเรียนรู้ในเรื่องนั้นๆ อีก
วันนี้มีหลายเรื่อง...ที่ได้รับการปลดล็อค
อันเป็นการปลดล็อคออกจากใจ
รหัสลับมีเพียงนิดเดียวคือ...ย้อมกลับมายอมรับก่อนว่าเรากำลังติดล็อค พอเรารู้ตัวว่าเราติดล็อคเราก็ปลดปล่อยล็อคนั้นออกไปซะ...ก็เท่านั้นเอง
...